มหาวิทยาลัยวิจัย : 5. นักศึกษา

         มหาวิทยาลัยวิจัยในต่างประเทศเขาต้องการนักศึกษาแบบไหน    นักศึกษาที่มีสมองดี  และมีแรงบันดาลใจด้านการเรียนรู้สูงต้องการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแบบไหน    และคำถามอื่นๆ ด้านความต้องการของนักศึกษาที่มีความสามารถสูง    เป็นเรื่องที่ "มหาวิทยาลัยวิจัย" ไทยต้องศึกษา     และเป็นเรื่องที่ สกอ. จะต้อง "บริหารจัดการ" เพื่อให้นักศึกษา ซึ่งเป็นสมองและพลังของประเทศสามารถเลือกเข้าเรียนได้ตรงความต้องการและความถนัดของตน

        หนังสือ Henry Rosovsky. The university : An owner's manual. New York : W. W. Norton & Co. 1990 หน้า60 ระบุว่าในสหรัฐอเมริกา มีมหาวิทยาลัยและวิทยาลัย 3,000 แห่ง     เพียง 175 แห่งเท่านั้นที่สามารถเลือกนักศึกษาได้     นอกนั้นใครสมัครมาเรียนและมีเงินจ่ายก็รับหมด    

        สภาพในประเทศไทยในปัจจุบันก็อยู่ในสภาพนั้นแล้ว     เพราะจำนวนผู้จบ ม. 6 มีน้อยกว่าจำนวนนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยรับได้  

         มหาวิทยาลัยวิจัยที่มีคุณภาพสูง ควรมีนักศึกษาที่มีลักษณะดังนี้
          1. มีนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในสัดส่วนที่สูง     และเป็นนักศึกษาบัณฑิตศึกษาที่เน้นการเข้ามาฝึกทำวิจัย    ไม่ใช่เพียงแค่มาเรียนเพื่อเอา "กระดาษ"
          2. นักศึกษาอยู่ในกลุ่มผู้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง    หรือมีความสามารถสูงเด่นเฉพาะด้าน    หรือมีแรงบันดาลใจในการเรียนรู้สูง
          3. มีความหลากหลายของนักศึกษา     เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถใช้ความหลากหลายนั้นในการจัดกิจกรรมให้นักศึกษามีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน     เพื่อเรียนรู้จากกันและกัน  และกระตุ้นการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน     เรื่องความหลากหลายนี้มองได้หลายแนว  เช่นหลากหลายวัฒนธรรม  เชื้อชาติ  ผิวสี  พื้นเพทางภูมิศาสตร์ 
          4. เป็นนักศึกษาที่มีอนาคตดี    ที่จะไปเป็นผู้นำในสังคม  ทำประโยชน์ให้แก่สังคม  และเป็นศิษย์เก่าที่ทำชื่อเสียงหรือสนับสนุนมหาวิทยาลัย
          5. เป็นคนดี  

        มองด้านการเงิน นักศึกษาควรมี 2 ประเภท     คือนักศึกษาทั่วไปที่จ่ายค่าเล่าเรียน     กับนักศึกษาพิเศษที่มหาวิทยาลัยเชิญเข้ามาเรียนโดยจ่ายทุนสนับสนุน (scholarship)  ให้     เพราะนักศึกษาเหล่านี้คือผู้เข้ามาร่วมสร้างบรรยากาศทางวิชาการที่เข้มข้นเอาจริงเอาจัง     และสร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัย     หรือสร้างชื่อเสียงให้แก่มหาวิทยาลัยในทางอื่น เช่นด้านกีฬา  ดนตรี  ศิลปะ    

        ที่จริงเราคิดแบบกำปั้นทุบดินก็ได้    มหาวิทยาลัยวิจัย คือมหาวิทยาลัยที่มีผลงานวิจัยที่มีคุณภาพสูง และจำนวนผลงานมาก เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ     คนที่ผลิตผลงานวิจัยคืออาจารย์ (และนักวิจัย)  และนักศึกษา

        มหาวิทยาลัยวิจัยจึงต้องขวนขวายดึงดูดนักศึกษาที่มีแรงบันดาลใจและสติปัญญาสูงเข้ามาเรียน     ต้องมีวิธีดึงดูดคนที่เด่นเป็นพิเศษเข้ามาเรียน     วิธีหนึ่งก็คือเสนอทุนการศึกษา (scholarship) ให้     มหาวิทยาลัยจึงต้องสะสมทุนไว้ใช้จ่าย "ลงทุน" เพื่อการนี้      และต้องมีวิธีทำให้การลงทุนนี้ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า  

         วิธีดึงดูดเด็กอัจฉริยะเข้ามาเรียนไม่ได้มีเฉพาะการให้ทุนการศึกษา     แต่ยังมีอีกสารพัดวิธีการ     และมหาวิทยาลัยไทยก็ต้องคิดยุทธศาสตร์เพื่อการนี้เอาเองให้เข้ากับบริบทไทย      แรงดึงดูดที่สำคัญคืออาจารย์ที่มีชื่อเสียง     ผลงานวิจัยที่มีน้ำหนักสูงและเป็นที่เลื่องลือ    และโครงการวิจัยที่มีชื่อเสียงที่นักศึกษาสามารถเข้าไปเป็นทีมงานได้    เป็นต้น

          ที่จริงคิดแบบกำปั้นทุบดินนี่ง่ายดี  และถูกทุกทีด้วย     มหาวิทยาลัยวิจัย ก็ต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่เชิดชู ให้คุณค่า  ผลงานวิจัย  โครงการวิจัย  อาจารย์ที่เด่นด้านวิจัย  และนักศึกษาที่มีศักยภาพจะเข้ามาร่วมทำวิจัย

          แต่เอาเฉพาะเรื่องวิจัยเรื่องเดียวก็ไม่ได้  ไม่สมดุล     มหาวิทยาลัยต้องสามารถให้นักศึกษาได้เรียนรู้แนวกว้างด้วย     จึงต้องมีนักศึกษาที่มีสติปัญญาสูงในระดับที่ไม่ใช่อัจฉริยะด้วย     และมีนักศึกษาที่เด่นในการสร้างสรรค์แบบอื่นที่ไม่ใช่การวิจัยด้วย  

         มหาวิทยาลัยวิจัย เขามักดูแลนักศึกษาระดับปริญญาตรีให้เป็นคนที่พัฒนารอบด้าน    ไม่ใช่เฉพาะด้านการวิจัย    ดังนั้นเขาจะมีวิธีพัฒนาความสามารถด้านต่างๆ และกล่อมเกลาจิตใจด้วยหลากหลายวิธี     ความมีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยอย่างฮาร์วาร์ด  อ๊อกฟอร์ด  เคมบริดจ์ อยู่ที่การเรียนการสอนแบบ ลึก เข้มวิชาการ และพัฒนาสติปัญญารอบด้านด้วย

        มองในด้านนักศึกษา  มหาวิทยาลัยวิจัยต้องแข่งขันกันดึงดูดนักศึกษาที่มีสติปัญญาดี และเป็นคนดี คนมีแรงบันดาลใจ เข้ามาเรียน     มหาวิทยาลัยเหล่านี้ต้องสร้างความเข้มแข็งด้านการวิจัย และชื่อเสียงด้านอื่นๆ ของตนขึ้นมาดึงดูดนักศึกษาเหล่านี้

        หน่วยงานที่มีหน้าที่บริหารอุดมศึกษา ต้องมีสารสนเทศให้บริการแก่สังคมวงกว้างว่ามหาวิทยาลัยแห่งใดมีความเข้มแข็งด้านการวิจัยเป็นอย่างไร     เด่นด้านไหน    เพราะมหาวิทยาลัยวิจัยไม่จำเป็นต้องเด่นทุกสาขาวิชา     และต้องสร้างกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เด็กที่มีความสามารถพิเศษในด้านต่างๆ ได้ปรากฎตัวออกมา      เพื่อให้มหาวิทยาลัยไปเชื้อเชิญมาเรียนโดยให้ทุนการศึกษา    

        สกอ. ต้องทำงานใหญ่ด้านการทำ "เหมืองปัญญา" (talent mining) คือขุดหาคนมีสติปัญญาพิเศษ    เอามาเข้าระบบอุดมศึกษา เพื่อเปลี่ยน "สินทรัพย์ปัญญา" (talent assets) ไปเป็น "ทุนปัญญา" (intellectual capital) 

        นอกจาก สกอ. แล้ว หน่วยงานสนับสนุนการวิจัย ต้องมีทุนการศึกษา (scholarship) สำหรับดึงดูดเด็กที่มีสมองดี ไปฝึกฝนเป็นนักวิจัย     โดยมองว่าสังคมต้องมีนักวิจัยจำนวนหนึ่งสังคมจึงจะก้าวหน้า     ถ้าไม่มีระบบดึงดูดคนที่สมองดีไปเป็นนักวิจัย  คนเหล่านี้ก็จะถูกกระแสสังคมดึงดูดไปทำงานที่รายได้ดีและงานเบาเสียหมด     สังคมก็จะอ่อนแอ

         จะเห็นว่าสังคมต้องการมุมมองต่อนักศึกษาในลักษณะของ talent assets    และมองชีวิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเป็นผู้สร้าง     ไม่ใช่ผู้เสพ   ซึ่งต่างจากวิธีคิดในสังคมไทยปัจจุบัน

วิจารณ์ พานิช
๒ กย. ๔๙