สวัสดีครับชาว Blog
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่ดอยอ่างขางเมื่อวานนี้ วันนี้ (5/2/55) ผมมาบรรยาย เรื่อง ความรู้สู่ประตูอาเซียน 2015..10 ประเด็นที่ต้องรู้จริง..เพื่อก้าวไปกับอาเซียนเสรีให้แก่นักศึกษาของคณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ภาคพายัพ เชียงใหม่ งานนี้ประสานงานโดยลูกศิษย์ปริญญาเอกที่ มรภ.สวนสุนันทาของผม อาจารย์ลัดดา ปินตา ได้รับการดูแลอย่างอบอุ่นครับ
เรื่องความพร้อมก้าวสู่สังคมอาเซียนจากมุมมองของเยาวชน นักเรียน นักศึกษา เป็นสิ่งที่น่าสนใจครับ การเรียนรู้ของพวกเราในวันนี้คงจะช่วยให้ใครหลาย ๆ คนโดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้รับมุมมองและแนวทางที่เป็นประโยชน์มากขึ้นเพื่อการพัฒนาสังคมไทยของเราสู่สังคมอาเซียนครับ
สาระความรู้และภาพบรรยากาศการเรียนรู้ของพวกเราจะนำมาแบ่งปันที่นี่แน่นอนครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
1. กว่า 120 คน ได้มาร่วมฟังและออกความเห็น เรื่อง ก้าวเข้าสู่ ASEAN เสรี
2. มีหลายประเด็นที่ น่าสนใจ
- ประเด็นแรกก็คือ การปรับตัว เข้าสู่ ASEAN
ต้องมีคุณภาพของทุนมนุษย์ เช่น ทุนทางปัญญา ทุนทาง IT ซึ่งจะเป็นจุดอ่อนอยู่ร่วมทั้งทุนทางความรู้ คือรู้ เรื่องประเทศอาเซียน น้อยไป
- แต่จุดแข็ง ก็คือ ทุนทางวัฒนธรรม มีพอและทุนแห่งความสุข มีพอ
- ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางพัฒนาเด็ก ปริญญาเตรียมต่อไป
ความรู้สู่ประตูอาเซียน 2015 10 ประเด็นที่ต้องรู้จริง..เพื่อก้าวไปกับอาเซียนเสรี
คน คือ ทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร/ชุมชน/ประเทศชาติ”
ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน ไม่ใช่เงิน สิ่งของหรือเครื่องจักร แต่เป็นคน เช่น สิงคโปร์ หรืออิสราเอล”
“Think Global – Act Local”
The Net worth of Microsoft is 5% physical assets, 95% human imagination”
วัตถุประสงค์วันนี้ คือ
ผมขอขอบคุณ คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ที่ให้เกียรติผมและคณะมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง/ความคิดเห็นในวันนี้ เรื่องการเปิดเสรีอาเซียน อาจจะดูยากสำหรับหลาย ๆ คน แต่ด้วยประสบการณ์ของผมที่ได้ทำงานร่วมกับ…. กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นบรรยายพิเศษ ให้แก่ผู้นำท้องถิ่นทั่วประเทศ รวม 9 รุ่น (ประมาณ 1,800 คน) และการบรรยายให้กับชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย 2 และที่อื่น ๆ ก็คงจะได้นำความรู้มาแบ่งปันกับทุกท่านที่นี่ เพื่อต่อยอดงานของท่าน สร้าง Value และ Value added
กรณีศึกษาที่น่าสนใจ คือ ที่มหาวิทยาลัยนครพนมผมบรรยายให้กับผู้นำท้องถิ่นเรื่องการปรับตัว
เพื่อรองรับอาเซียนเสรี 2015 – ผู้นำท้องถิ่นในจังหวัดกาฬสินธุ์กว่า 52 คน ก็ได้ตอบรับว่า การเปิดเสรี
อาเซียน – เป็นทั้งโอกาสและเป็นทั้งการคุกคาม
ดังนั้น ผู้นำท้องถิ่นทุก ๆ จังหวัดต้องเข้าใจและใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์กาฬสินธุ์โมเดล – มีผู้นำท้องถิ่นบางกลุ่มขายข้าวหอมมะลิไปที่เวียดนามแล้วโดยไม่ต้องผ่านทางลาว
ผมจะขอเริ่ม..10 ประเด็นที่ต้องรู้จริง..เพื่อก้าวไปกับอาเซียนเสรี
(1) ประเทศในอาเซียนมี 10 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน
ลาว กัมพูชา เวียดนาม และ พม่า
การรวมตัวอาเซียนเริ่มที่ประเทศไทย.. เป็นผู้ริเริ่ม
จุดเริ่มต้นของอาเซียน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 รมว.กต. อินโดนีเซีย (นายอาดัม มาลิก) มาเลเซีย (ตุน อับดุล ราซัก บิน ฮุสเซน) ฟิลิปปินส์ (นายนาซิโซ รามอส) สิงคโปร์ (นายเอส ราชารัตนัม) และไทย (พันเอก ถนัด คอมันตร์ ลงนาม ใน ปฏิญญากรุงเทพฯ (Bangkok Declaration)
ข้อตกลงร่วมมือกัน 3 สาขาใหญ่
q เศรษฐกิจ และการค้า การลงทุน
q สังคมและวัฒนธรรม
q ความมั่นคงทางการเมือง
และสำคัญที่สุดจะเชื่อมโยงทั้ง 3 เรื่องเข้าด้วยกัน เรียกว่า “ASEAN Connectivity” เชื่อมโยงเข้าหากัน
ในวันนี้อยากให้ผู้นำสนใจเรื่องเศรษฐกิจมากหน่อยแต่ก็ไม่ละเลยเรื่องภูมิปัญญา หรือวัฒนธรรมของเรา
เสรี แปลว่า สินค้าและบริการที่ตกลงกันแล้ว จะไม่มีการกีดกัน ประเทศใดเก่งก็สามารถไปขายสินค้าหรือบริการในประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มอาเซียนได้โดยไม่มีภาษีศุลกากร
แต่ขณะเดียวกัน.. ถ้าประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนเก่งกว่าประเทศไทย เขาก็เข้ามาแข่งกับประเทศเราได้ ถ้าท้องถิ่นอ่อนแอ.. ธุรกิจบางอย่างก็จะหายไป
นอกจากนั้น.. ยังเปิดเสรีเรื่องการลงทุน เช่น ประเทศใดมีความสามารถในการระดมทุนการเงินมากกว่าประเทศอื่น ก็เข้าไปลงทุนในประเทศเหล่านั้นได้ เช่น ถ้าสิงคโปร์มีทุนมากกว่าก็สามารถนำเงินมาลงทุนในประเทศไทยได้
ยิ่งไปกว่านั้นยังเปิดโอกาสให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามประเทศอาเซียนด้วย เช่น ถ้าคนไทยเก่งก็สามารถไปทำงานในอาเซียนได้ และคนมาเลเซียก็อาจจะมาทำงานแข่งกับคนไทยได้ คนไทยก็อาจจะตกงานได้ หากไม่พัฒนาทุนมนุษย์
7 อาชีพแรกที่เปิดเสรีอาเซียน
เมื่อเห็นภาพดังกล่าวแล้ว.. สิ่งที่สำคัญที่สุดในวันนี้ ก็คือ ค้นหาตัวท่าน
ก่อนที่จะมีอาเซียนเสรี ก็มีการเปิดประเทศที่กำหนดโดยองค์การการค้าระหว่างประเทศ (WTO) หรือการเซ็นสัญญาเปิดเขตการค้าเสรีเฉพาะ (FTA) เช่น ไทย – อินเดีย, ไทย – จีน มาแล้ว ซึ่งในอดีตจุดอ่อน ก็คือ รัฐบาลยังไม่ได้ให้ข้อมูลที่สมบูรณ์ ทำให้ประชาชนชาวไทยโดยเฉพาะผู้นำท้องถิ่นบางกลุ่มได้ แต่บางกลุ่มเสีย เช่น ผู้ส่งออกได้ แรงงานมีคุณภาพได้เพราะมีทักษะ และภาษาดีกว่า มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ธุรกิจเล็ก เช่น โชห่วย ต้องปิดตัวไป.. วันนี้จึงเป็นจุดที่สำคัญที่ได้มาแบ่งปันความรู้กัน ในการปรับตัวของคนไทยในวันนี้
โอกาสแรก คือ เรื่องการขยายของตลาด เฉพาะอาเซียน อย่างเดียวก็เพิ่มประชากร/ผู้บริโภคเพิ่มจาก 64 ล้านคน เป็น 500 ล้านคน.. ถ้านับอาเซียน+6 ก็มีผู้บริโภคเพิ่มขึ้นหลายพันล้านคน
การปรับตัวที่สำคัญที่สุด ก็คือ เรื่องทัศนคติ คือ ประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม จะเป็นประเทศที่ต้องอยู่ร่วมกับประเทศอื่น ๆ อีก รวม 10 ประเทศ - เราจะต้องอยู่ในชุมชนเดียว (One Community) คือ ชุมชนอาเซียน การปรับตัวครั้งนี้ต้องกระจายความรู้ไปยังชุมชนในแนวกว้าง
แต่ที่สำคัญที่สุด ถึงเราจะเป็นชุมชนอาเซียน แต่เราก็ต้องคงไว้ที่ภูมิปัญญาและรากเหง้าความเป็นตัวตนของคนไทยท้องถิ่นไทย ของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งในอนาคตก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น หากมีบริหารจัดการที่ดี
ต้องพัฒนา “คนไทย” ให้ “สื่อสาร” ภาษาอังกฤษ+ภาษาอาเซียนได้ถึงเวลาแล้วที่เราต้องพร้อมมากขึ้นในเรื่องภาษา ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียน และยิ่งไปกว่านั้นภาษาคอมพิวเตอร์ ที่จะคุยแลกเปลี่ยนกับชาวอาเซียนด้วยกัน
ต้องสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาภายใต้การดูแลของ อบจ. / เทศบาล และอบต. สนใจการพัฒนาภาษาต่างประเทศ ทั้งอังกฤษ + ภาษาอื่น ๆ เพื่อสร้างทุนมนุษย์ของประเทศไทยให้มีความสามารถเรื่องภาษาให้ได้โดยเร็วที่สุด
การปรับตัวที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือ ความใฝ่รู้
คือสร้างวัฒนธรรมและชุมชนแห่งการเรียนรู้ เปิดเวทีให้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนกันอย่างสร้างสรรค์
คนไทยทุกคนต้องมีความใฝ่รู้ด้วยและเรียนรู้เกี่ยวกับ“อาเซียน”มากขึ้น
ผู้นำทุกระดับจะต้องกระตุ้นให้ชุมชนสนใจและเข้าใจเพื่อสร้างโอกาสในการอยู่รอดและแข่งขันได้ในวันนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การพัฒนาคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์หรือทุนมนุษย์ของคนไทย ตั้งแต่เด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษาข้าราชการ รวมทั้งประชาชน เกษตรกร และธุรกิจในระดับชุมชน หรือ หลายๆ คนอาจเรียกว่า รากหญ้า ผมขอเสนอแนวคิดการพัฒนาคุณภาพของทุนมนุษย์ 8K’s และ 5 K’s ของผม ซึ่งจะเป็นแนวทางที่ช่วยให้เราอยู่รอด และก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน
การพัฒนาทุนมนุษย์ด้วย 8K’s + 5K’s จะนำไปสู่สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของการปรับตัวสู่ประชาคมอาเซียน คือ
คำถาม คือ จะทำอย่างไรจึงจะพัฒนาศักยภาพของทุนเหล่านี้ให้กับคนไทยได้?
การบริหารความเสี่ยงโดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
สรุป..ผมหวังว่าแนวคิดทั้ง10 ประเด็นที่นำเสนอในวันนี้..จะเป็นบันไดขั้นแรกที่เราจะสามารถเดินไปข้างหน้าด้วยกัน
ถึงจะเป็นหนทางที่ขรุขระ มีอุปสรรคมาก แต่ผมรู้ว่า ทุกท่านในห้องนี้ มีสติปัญญา และหวังดี ถ้ามีแรงบันดาลใจ ร่วมมือกันพัฒนา เราจะก้าวไปสู่การเสรีอาเซียนได้อย่างเข้มแข็ง และมั่นคง..
และผมจะเป็นกำลังใจและเป็นแนวร่วมครับ
ประธานกลุ่มที่ 1
1. นางสาวกฤษณะ ณมา [email protected]
2. นางสาวกาญจนา เลตะวัน Jar_pao@hotmail
3. นางสาวกาญจนา พูนแสนชัย [email protected]
4. นางสาวเกศิณี นิลกำแหง [email protected]
5. นางสาวพรพรรณ แก้วศิริ [email protected]
6. นางสาวชลธิชา ธรรมชัย [email protected]
7. นางสาวอัมพร กันทะวงค์ [email protected]
8. นางสาววจีกานต์ ศรีธิพิงค์ [email protected]
ที่ปรึกษา
อาจารย์ กุสุมามาลย์ ปัจฉิมสวัสดิ์
1. จุดแข็ง
1.1. ท่องเที่ยว เชิงนิเวศน์ - เชิงวัฒนธรรม
1.2. วัฒนธรรม เครื่องแต่งกาย - อาหาร - เพลงล้านนา – ภาษาล้านนา – ประเพณี
1.3. ประวัติศาสตร์
2. จุดแข็ง
1.1. ภาษา การถ่ายทอด – สื่อสาร
1.2. ทุนทางปัญญา ชุมชน – ท้องถิ่น
จุดอ่อน
8K 5K
- ทุนทางปัญญา ความรู้ – ภาษา
- I T
จุดแข็ง
- วัฒนธรรมที่เข้มแข็ง เครื่องแต่งกาย – อาหาร – เพลงล้านนา
- การท่องเที่ยวที่เข้มแข็ง
โครงการ: สืบเนื่องจากจุดอ่อนทางด้านภาษา ละ I T จึงอยากจัดให้มีโครงการ “พัฒนาภาษาสู่ประชาคมอาเซียน” โดยเริ่มจากสถาบันการศึกษา
2. 2.1 สืบเนื่องจากวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ และท้องถิ่นของเรา
2.2 สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เช่น เวียงกุมกาม ที่มีอายุประมาณ 1,000 กว่าปี โบส์ถ วัด กำแพงเมือง รวมไปถึงการแต่งกาย อาหารพื้นเมือง การแสดงศิลปวัฒนธรรม ภาษาพื้นเมืองที่ฟังแล้วรู้สึกไพเราะ เสนาะหู การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่มีอากาศที่บริสุทธิ์
3. ในฐานะที่เป็นนักศึกษาและเยาวชนของชาติ เราจะสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดย
1. ส่งเสริมรักษาประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชน
2. เพิ่มพูนความรู้ ทางภาษา ให้แก่ชาวบ้านในท้องถิ่น
3. ส่งเสริมชุมชนโดยการนำหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนาชุมชนให้เกิดการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน
กลุ่มที่ 2
1. นางสาวฉวีวรรณ ศรีวิชัย
2. นางสาวเกศมณี ใบเหลือง [email protected]
3. นางสาวชฎาพร คล่องแคล่ว
4. นางสาวทักษพร สมบูรณ์ [email protected]
5. นางสาวนุชนารถ ดวงตั้ง [email protected]
6. นางสาวประภัสสร เป่าพิษ [email protected]
7. นางสาวปรียานุช อุดวม [email protected]
8. นางวันวิสาข์ กรกาญจนาลักษณ์ [email protected]
9. นางสาวพิมพิไล ขันธะชมพู [email protected]
10. นางสาวธิดารัตน์ คุณยศยิ่ง [email protected]
จุดแข็ง
จุดอ่อน
เสนอโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความรู้ ระหว่างประชาคมอาเซียน
รายชื่อสมาชิก
1. นางสาวพิมพ์ผกา ยาวิชัย Tick [email protected]
2. นางสาวนภาพร วงค์สถาน [email protected]
3. นางสาวอรวรรณ มะโนจิตติ [email protected]
4. นางสาวณัฐพร สังฆบุญ [email protected]
5. นางสาววรางคณา เรือนแก้ว [email protected]
6. นายปฐมพาส สุรินทร [email protected]
7. นางสาวนิชชาภรณ์ ไชยวุฒิ [email protected]
8. นางสาวธัญญารัตน์ วงศ์สถาน [email protected]
9. นางสาวอรทัย ชีคำ [email protected]
10. วรพล ลีโชติจารุวงศ์ [email protected]
1. ในทฤษฎี 8Ks และ 5Ks จุดแข็งของตัวเราในส่วนนี้ คือ การมีจริยธรรม และการมีความสุขในการดำเนินชีวิตในสังคม แต่ในส่วนจุดอ่อนนั้นที่สำคัญ คือ ขาดความรู้ ทักษะ และทัศนคติ นอกจากนั้นคือ การขาดเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ทันสมัย เนื่องจากในปัจจุบันมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่ก้าวทันเทคโนโลยีใหม่ๆ ดังนั้น โครงการที่อยากให้พัฒนาจุดอ่อนที่เป็นไปได้ คือ
2. จากข้อ1 จะเห็นว่า จุดแข็งของเรา คือ การมีจริยธรรม และการมีความสุขในการดำเนินชีวิตในสังคม
1. นางสาวนารี กาศโอสถ [email protected]
2. นางสาวปรียาภรณ์ ปวงขัน [email protected]
3. นางสาวพจวรรณ แสนคติ [email protected]
4. นางสาวพิรุฬห์ลักษณ์ ไชยประดิษฐ [email protected]
5. นางสาวจุฑามณี ขัดตา [email protected]
6. นางสาวณัฏฐา จันทร์ต๊ะ [email protected]
7. นางสาวปนัดดา ชิญญะรุ่งเรือง [email protected]
8. นางสาวจริยา อุปค่ำ [email protected]
9. นางสาวจิรธิดา ไชยมีราษฎร์ [email protected]
1. จุดแข็ง : ทุนทางวัฒนธรรม เพราะประเทศของเรามีการปลูกฝังทีดี ทั้งทางด้าน จริยธรรม คุณธรรม ประกอบกับแต่ละภูมิภาค ยังมีประเพณีที่สืบทอดมาในแต่ละท้องถิ่น
จุดอ่อน : ทุนทางความรู้ เนื่องจากในปัจจุบันมีการพัฒนาในหลายๆด้านทั้งด้านเทคโนโลยี ทฤษฎี การเรียนการสอน ทั้งนี้ยังขาดผู้เชี่ยวชาญในการให้ความรู้ ซึ่งมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักศึกษา รวมไปตั้งขอบเขต ความรู้ในปัจจุบันยังกว้างขวาง ซึ่งต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ และทำความเข้าใจ
โครงการที่พัฒนาจุดอ่อน ส่งเสริมให้จัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียน เพื่อที่จะได้มีความรู้ไปสู้กับคู่แข่งขัน เปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนความรู้
2. คือเรื่องทุนทางวัฒนธรรม และ ทุนทางจริยธรรม เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรม จริยธรรมที่ดีงามอยู่แล้ว และยังปลูกฝังให้คนในประเทศรักษาวัฒนธรรม จริยธรรม ดังนั้นจึงมีความคิดว่า ประเทศไทยมีความแตกต่างจากประเทศอื่น เพราะประเทศไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธมีหลักธรรมในการปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิต
3. รวมกลุ่มจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้สู่ชุมชนทางด้านอาเซียน โดยการเริ่มจากการให้ความรู้แก่ผู้นำชุมชน แต่ละชุมชนก่อน แล้วพัฒนาให้เป็นเครือข่ายในระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ แลจังหวัดต่อไป
ตัวอย่างเรื่อง ให้ความรู้ทางด้านภาษาอาเซียนเพื่อให้สามารถสื่อสารกับกลุ่มอาเซียนได้
1. นางสาวเกวลิน ตินบอด [email protected]
2. นางสาวเกศินี จันทร์มา [email protected]
3. นางสาวชายิกา จันทะมา [email protected]
4. นางสาวพรพิมล อินแสง [email protected]
5. นางสาวศุภาวดี ช่างเหล็ก [email protected]
6. นางสาวปวีณา แสนจิต [email protected]
7. นางสาวรัตนา แซ่หลี [email protected]
8. นางสาวอุบลวรรณ กิตติพงศานุกุล [email protected]
9. นางสาวสุดารัตน์ อุ่นเรือน [email protected]
10. นางสาวเสาวณี จะฟู่ [email protected]
1. จุดแข็ง คือ ทุนทางวัฒนธรรม (Cultural Capital) เช่น ประเพณีของล้านนา ภาษาท้องถิ่น วิถีชีวิตพึ่งพาอาศัยกัน การแต่งกายของชาวพื้นเมือง เป็นต้น
ประเพณีล้านนา เช่น ตาลก๋วยสลาก ฟ้อนผีมด บูชาเสาอินทขิล ฯลฯ
ภาษาท้องถิ่น เช่น แบบเศรษฐกิจพอเพียง อยู่แบบไม่ฟุ่มเฟือย
การแต่งกาย เช่น ผ้าสิ้นตีนจก ผ้าพื้นเมือง
ทุนทางจริยธรรม (Ethical Capital) เช่น การมีศีลธรรมของชาวล้านนา ซื้อสัตย์ จริงใจ มีน้ำใจซึ่งกันและกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
จุดอ่อน คือ ทุนทาง IT (Digital Capital) IT ดิจิตอลต่างๆเจริญเฉพาะในเมือง เฉพาะบางถิ่นทุรกันดาร IT ยังไม่ทั่วถึง เช่น internet คลื่นสัญญาณโทรศัพท์ เทคโนโลยีต่างๆยังไม่ทันสมัยมากพอกับต่างประเทศ
2. จุดแข็งที่จะสู้กับประชาคมอาเซียน
1. ทุนทางวัฒนธรรม ประเพณีของไทยสามารถเป็นจุดเด่นให้ประชาคมอาเซียนตื่นตาตื่นใจได้ เพราะมีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ เม็ดเงินที่จะนำเข้าประเทศจากการท่องเที่ยวก็จะมีมากขึ้นด้วย ยกตัวอย่างเช่น ประเพณีสงกรานต์ของเราเป็นต้น จะเห็นได้ว่ามีนักท่องเที่ยวมาเป็นจำนวนมาก
2. ทุนทางจริยธรรม
3. สร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจชุมชน และพัฒนาธุรกิจให้มีความก้าวหน้ามากขึ้น เช่น แผนธุรกิจ
4. พัฒนาด้าน IT เพื่อให้ทันกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง
5. พัฒนาด้านภาษาอังกฤษให้เด็กในชุมชน ให้สามารถพูดได้ เขียนได้ และฟังได้
6. ปลูกฝังวัฒนธรรม แก่เด็กรุ่นใหม่ ให้รงซึ่งเอกลักษณ์ล้านนาสืบต่อไป
1. นางสาวสุมีนะ พรมเชื้อ
2. นางสาวนฤมล ชุ่มมาลี [email protected]
3. นางสาววาสนา วงศ์หาญ [email protected]
4. นางสาวผกาวรรณ กาวิชัย [email protected]
5. นางสาววัชรินทร์ ชนะวงศ์ [email protected]
6. นางสาววัลลภา วงค์ษายะ [email protected]
7. นางสาวศรัญญา ต้นเงิน [email protected]
8. นางสาวอารยา เมืองใจ [email protected]
9. นางสาวปิยรัก ผาคำ [email protected]
10. นางสาวกานต์สุดา แซ่แต้ [email protected]
8k’s และ 5k’s
จุดแข็ง
1. ทุนมนุษย์
มีศักยภาพในการทำงานตลอดจนความคิดที่ใช้ในการแก้ปัญหา
2. ทุนทางปัญญา
3. ทุนทางจริยธรรม
ได้รับการปลูกฝังมาจากครอบครัวและสภาพแวดล้อมภายนอกที่ดี
4. ทุนแห่งความสุข
มีพื้นฐานในการสร้างความสุขที่ดีทั้งทางด้านครอบครัว สังคม อยู่ร่วมกับคนในสังคมอย่างเป็นกัลยาณมิตร
5. ทุนทางสังคม
ได้รับการศึกษาส่งผลให้อยู่ในสังคมที่ดี เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และได้รับการยอมรับ
6. ทุนทางIT
IT มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น Social Network จึงได้รับทักษะ
7. ทุนทางความรู้
มีการแสวงหาความรู้อย่างไม่หยุดนิ่งทั้งในห้องและนอกห้องเรียน
8. ทุนทางวัฒนธรรม
ทางด้านการใช้ชีวิต
8k’s และ 5k’s
จุดอ่อน
1. ทุนแห่งการสร้างสรรค์
เนื่องจากยังตกอยู่ในกรอบเดิมๆ ซึ่งไม่กล้าคิดนอกระบบ
2. ทุนทางอารมณ์
ยังไม่เท่าทันทางอารมณ์ของตนเอง ยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้
1. นางสาวมาลิณี เมืองใจมา
2. นางสาวรัชดาภรณ์ ตื้อยศ
3. นางสาวภาวนา สุปันตา
4. นางสาววราภรณ์ แก้วศักดิ์
5. นางสาวิดารัตน์ ธรรมวงค์
6. นางสาวดารุณี แก้วนา
7. นางสาวรัตนภา สุยะพรม
1. จุดแข็ง
- ทุนทางจริยธรรม
- ทุนแห่งความสุข
- ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ
- ทุนทางวัฒนธรรม
จุดอ่อน
- ทุนแห่งการสร้างสรรค์
- ทุนทางนวัตกรรม
โครงการ ส่งเสริมนวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาความรู้ที่มีอยู่เดิมให้เกิดการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ และพัฒนาศักยภาพองตนเองให้ก้าวทันกับยุคโลกาภิวัฒน์
2. ทุนทางวัฒนธรรม และ ทุนทางจริยธรรม
เพราะการส่งเริมวัฒนธรรมของตนเอง ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ในการสร้างมูลค่าในความเป็นอัตลักษณ์และดำรงอยู่ได้นาน เช่น วิถีชีวิต ประเพณี การดำรงชีวิต ถือว่าเป็นจุดเด่น และเป็นวัฒนธรรมที่คงอยู่ได้อย่างยั่งยืน
3. 1. สินค้าประจำตำบล OTOP โดยใช้วัตถุดิบหรือสิ่งที่มีอยู่และเป็นจุดเด่นในชุมชน ส่งเสริมให้มีการพัฒนาให้สู่สากลและมีคุณภาพมาตรฐาน
2. สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแบบวิถีชีวิตั้งเดิม อย่างเช่น การทำ Home Stay โดยมีคนในชุมชนเป็นคนจัดทำ และเป็นมัคคุเทศก์ในการให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวในชุมชนนั้นๆ
3. การเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ทำให้คนในชุมชนมีความพอเพียง และพึ่งพาตนเองได้
1. นางสาวลลิตา คิดอ่าน [email protected]
2. นางสาวรจนา พรหมมะ [email protected]
3. นางสาวพลอยไพลิน ค้าเจริญ [email protected]
4. นางสาวจิราภรณ์ สมศรี [email protected]
5. นางสาวเบญจพร จันทะชัย [email protected]
6. นางสาวเบญจวรรณ ก๋าเป๋า [email protected]
7. นางสาวลัทธพร แผ่นฟ้า [email protected]
8. นางสาวนิภาพร ไร่รุ่ง [email protected]
1. จุดแข็ง
- มีทุนทางปัญญา
- มีทุนทางIT
- มีทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ
- มีทุนทางจริยธรรม
- ทุนทางวัฒนธรรม
จุดอ่อน
- ทุนแห่งการสร้างสรรค์
- ทุนทางนวัตกรรม
- ทุนทางอารมณ์
โครงการ พัฒนานวัตกรรมสู่โลกอนาคต เช่น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัย
2. จุดแข็งที่จะมาแข่งขันและร่วมมือกับประชาคมอาเซียน
1) เรื่องจริยธรรม เป็นคนซื่อสัตย์ สุจริต ไม่คดโกง
2) เรื่อง IT เป็นสื่อที่ต้องนำมาใช้ในการติดต่อสื่อสาร
3. 1) ปลูกจิตใต้สำนึกให้คนรุ่นหลัง อนุรักษ์วัฒนธรรมชุมชน
2) เพิ่มหลักสูตรของการศึกษา เช่นภาษาอังกฤษ ภาษาจีน เพื่อพัฒนาบุคลากร
3) ศึกษาดูงานของชุมชนอื่นที่เข้มแข็ง และความพร้อม
1. นางสาวกุลธรา ไชยเสน [email protected]
2. นางสาวเจนจิรา ปัญญาสี [email protected]
3. นายชวลิต วงศ์แก้วแปง [email protected]
4. นางสาวจุฑามาศ ใจคำ [email protected]
5. นางสาวพิมพร สภาพโรจน์ [email protected]
6. นางสาวกัลยา แก้วคำมา [email protected]
7. นางสาวัชรินทร์ กันแก้ว [email protected]
8. นางสาวอสมาภรณ์ ไชยมาลา [email protected]
9. นางสาวอัจฉริยะ เรียงยา [email protected]
10. นางสาวพนิดา หาญยุทธ [email protected]
1. จุดแข็ง
1. วัฒนธรรม ประเพณี
2. สถานที่ท่องเที่ยว
3. เอกลักษณ์ท้องถิ่น
จุดอ่อน
1. ภาษา
2. ประสบการณ์
โครงการ - นักเรียนแลกเปลี่ยน
- บรรจุหลักสูตรการสอนภาษาลงไปในการศึกษา
2. จุดแข็งด้านวัฒนธรรมประเพณี มีวัฒนธรรมประเพณีที่ยาวนาน มีเอกลักษณ์เฉพาตัวที่งดงาม
จุดแข็งด้านสถานที่ท่องเที่ยวเป็นที่น่าสนใจ ดึงดูดนักท่องเที่ยว จากภูมิประเทศและอากาศที่ดี รวมทั้งความมีน้ำใจของคนไทย
3. 1) ส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น จัดโครงการ “มัคคุเทศก์น้อย” เพื่อเพิ่มประสบการณ์และภาษา
2)ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ผลิตภัณฑ์ทางเกษตรสู่ตลาดโลก,ดินดี น้ำอุดม
3)ส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารพื้นเมือง
4. งานฝีมือ งานHandmade
1. [email protected]
2. [email protected]
3. [email protected]
4. [email protected]
5. [email protected]
6. [email protected]
7. [email protected]
1. จุดอ่อน = สภาพเศรษฐกิจทางสังคมยังมีความเท่าเทียมกัน
ทุนทางสังคม = คนล้านนามักใช้ภาษาท้องถิ่นไม่นิยมใช้ภาษากลางและยังอ่อนภาษาอังกฤษโดยเฉพาะคนในชนบท
IT = ความรู้ทางการศึกษายังไม่เท่าเทียมกัน คนในชนบทยังขาดสื่อการเรียนการสอนทางเทคโนโลยี ซึ่งต่างจากคนในเมืองที่มีความรู้มากกว่าจึงทำให้เทคโนโลยีเข้ามามาได้รวดเร็วกว่า
จุดแข็ง = วัฒนธรรมที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและมีเอกลักษณ์เป็นของคนล้านนา
ความยั่งยืน = ยังคงรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นให้อยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน
อยากให้มีโครงการ = ทุนทางนวัตกรรมและทุนทาง IT เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีความรู้เท่าเทียมกัน สามารถแข่งขันกับประชาคมอาเซียนได้
= ภาษาส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาใช้ภาษาอังกฤษโดยมครูร่วมปลูกฝังให้การเรียน การสอนเป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
2. เสนอจุดแข็ง
1) วัฒนธรรมสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและมีเอกลักษณ์เป็นของคนล้านนา เช่น การละเล่นพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของล้านนา การทอผ้าซึ่งมีความสวยงามและประณีตกว่าเครื่องจักร
2) สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นแหล่งธรรมชาติที่มีอากาศบริสุทธิ์ เช่น นำเสนอภาลักษณ์ทางธรรมชาติให้กบประชาคมอาเซียนได้รู้จักและดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชื่นชมเพื่อเป็นรายได้ของจังหวัดเชียงใหม่
3) ฝึกอาชีพ = ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นมีการร่วมกลุ่มในการฝึกอาชีพ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง
รักษาวัฒนธรรม = รักษาวัฒนธรรมของคนภาคเหนือไว้
สร้างความเป็นปึกแผ่นและความสามัคคีในท้องถิ่น ซึ่งคนล้านนามีความสามัคคีช่วยเหลือเกื้อกูลกัน