ความรู้สู่ประตูอาเซียน 2015 10 ประเด็นที่ต้องรู้จริง..เพื่อก้าวไปกับอาเซียนเสรี
คน คือ ทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร/ชุมชน/ประเทศชาติ”
ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน ไม่ใช่เงิน สิ่งของหรือเครื่องจักร แต่เป็นคน เช่น สิงคโปร์ หรืออิสราเอล”
“Think Global – Act Local”
The Net worth of Microsoft is 5% physical assets, 95% human imagination”
วัตถุประสงค์วันนี้ คือ
- สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องอาเซียนเสรี
- เปิดโลกทัศน์ให้ทุกท่านเห็นการเปลี่ยนแปลง
- สร้างแรงบันดาลใจ มองโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเข้าใจ และสนุกกับการฟังในวันนี้
- กระตุ้นให้ทุกท่านค้นหาตัวเองและค้นหาองค์กร/ชุมชนของเรา..ว่าจะปรับตัวกับการเปิดเสรีอาเซียนอย่างไร? ฟังและคิดไปด้วย ต้องพร้อมที่จะปรับตัวให้ทันเหตุการณ์
- แสวงหาโอกาสใหม่ที่จะเพิ่มรายได้ให้แก่ตัวเอง/ ครอบครัว/องค์กร/ประชาชน / ชุมชน
- มองการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ สร้างเครือข่าย (Networks)
- ลดปัจจัยทางลบที่จะเกิดขึ้นกับเราในอนาคต
- มีการแบ่งกลุ่มเพื่อรับฟังความคิดเห็น และนำมาพัฒนาเพื่อเตรียมความพร้อมต่อไป
ผมขอขอบคุณ คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ที่ให้เกียรติผมและคณะมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง/ความคิดเห็นในวันนี้ เรื่องการเปิดเสรีอาเซียน อาจจะดูยากสำหรับหลาย ๆ คน แต่ด้วยประสบการณ์ของผมที่ได้ทำงานร่วมกับ…. กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นบรรยายพิเศษ ให้แก่ผู้นำท้องถิ่นทั่วประเทศ รวม 9 รุ่น (ประมาณ 1,800 คน) และการบรรยายให้กับชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย 2 และที่อื่น ๆ ก็คงจะได้นำความรู้มาแบ่งปันกับทุกท่านที่นี่ เพื่อต่อยอดงานของท่าน สร้าง Value และ Value added
กรณีศึกษาที่น่าสนใจ คือ ที่มหาวิทยาลัยนครพนมผมบรรยายให้กับผู้นำท้องถิ่นเรื่องการปรับตัว
เพื่อรองรับอาเซียนเสรี 2015 – ผู้นำท้องถิ่นในจังหวัดกาฬสินธุ์กว่า 52 คน ก็ได้ตอบรับว่า การเปิดเสรี
อาเซียน – เป็นทั้งโอกาสและเป็นทั้งการคุกคาม
ดังนั้น ผู้นำท้องถิ่นทุก ๆ จังหวัดต้องเข้าใจและใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์กาฬสินธุ์โมเดล – มีผู้นำท้องถิ่นบางกลุ่มขายข้าวหอมมะลิไปที่เวียดนามแล้วโดยไม่ต้องผ่านทางลาว
ผมจะขอเริ่ม..10 ประเด็นที่ต้องรู้จริง..เพื่อก้าวไปกับอาเซียนเสรี
(1) ประเทศในอาเซียนมี 10 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน
ลาว กัมพูชา เวียดนาม และ พม่า
การรวมตัวอาเซียนเริ่มที่ประเทศไทย.. เป็นผู้ริเริ่ม
จุดเริ่มต้นของอาเซียน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 รมว.กต. อินโดนีเซีย (นายอาดัม มาลิก) มาเลเซีย (ตุน อับดุล ราซัก บิน ฮุสเซน) ฟิลิปปินส์ (นายนาซิโซ รามอส) สิงคโปร์ (นายเอส ราชารัตนัม) และไทย (พันเอก ถนัด คอมันตร์ ลงนาม ใน ปฏิญญากรุงเทพฯ (Bangkok Declaration)
ข้อตกลงร่วมมือกัน 3 สาขาใหญ่
q เศรษฐกิจ และการค้า การลงทุน
q สังคมและวัฒนธรรม
q ความมั่นคงทางการเมือง
และสำคัญที่สุดจะเชื่อมโยงทั้ง 3 เรื่องเข้าด้วยกัน เรียกว่า “ASEAN Connectivity” เชื่อมโยงเข้าหากัน
ในวันนี้อยากให้ผู้นำสนใจเรื่องเศรษฐกิจมากหน่อยแต่ก็ไม่ละเลยเรื่องภูมิปัญญา หรือวัฒนธรรมของเรา
เสรี แปลว่า สินค้าและบริการที่ตกลงกันแล้ว จะไม่มีการกีดกัน ประเทศใดเก่งก็สามารถไปขายสินค้าหรือบริการในประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มอาเซียนได้โดยไม่มีภาษีศุลกากร
แต่ขณะเดียวกัน.. ถ้าประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนเก่งกว่าประเทศไทย เขาก็เข้ามาแข่งกับประเทศเราได้ ถ้าท้องถิ่นอ่อนแอ.. ธุรกิจบางอย่างก็จะหายไป
นอกจากนั้น.. ยังเปิดเสรีเรื่องการลงทุน เช่น ประเทศใดมีความสามารถในการระดมทุนการเงินมากกว่าประเทศอื่น ก็เข้าไปลงทุนในประเทศเหล่านั้นได้ เช่น ถ้าสิงคโปร์มีทุนมากกว่าก็สามารถนำเงินมาลงทุนในประเทศไทยได้
ยิ่งไปกว่านั้นยังเปิดโอกาสให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามประเทศอาเซียนด้วย เช่น ถ้าคนไทยเก่งก็สามารถไปทำงานในอาเซียนได้ และคนมาเลเซียก็อาจจะมาทำงานแข่งกับคนไทยได้ คนไทยก็อาจจะตกงานได้ หากไม่พัฒนาทุนมนุษย์
7 อาชีพแรกที่เปิดเสรีอาเซียน
- แพทย์
- พยาบาล
- ทันตแพทย์
- วิศวกร
- สถาปัตยกรรม
- การสำรวจ
- นักบัญชี
เมื่อเห็นภาพดังกล่าวแล้ว.. สิ่งที่สำคัญที่สุดในวันนี้ ก็คือ ค้นหาตัวท่าน
- ต้องคิด วิเคราะห์ว่าอะไรเกิดขึ้น เตรียมพร้อม และสำคัญที่สุดจะฉกฉวยโอกาส และหลีกเลี่ยงการคุกคามอย่างไร?
- มีความมั่นใจว่าเราปรับตัวได้
ก่อนที่จะมีอาเซียนเสรี ก็มีการเปิดประเทศที่กำหนดโดยองค์การการค้าระหว่างประเทศ (WTO) หรือการเซ็นสัญญาเปิดเขตการค้าเสรีเฉพาะ (FTA) เช่น ไทย – อินเดีย, ไทย – จีน มาแล้ว ซึ่งในอดีตจุดอ่อน ก็คือ รัฐบาลยังไม่ได้ให้ข้อมูลที่สมบูรณ์ ทำให้ประชาชนชาวไทยโดยเฉพาะผู้นำท้องถิ่นบางกลุ่มได้ แต่บางกลุ่มเสีย เช่น ผู้ส่งออกได้ แรงงานมีคุณภาพได้เพราะมีทักษะ และภาษาดีกว่า มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ธุรกิจเล็ก เช่น โชห่วย ต้องปิดตัวไป.. วันนี้จึงเป็นจุดที่สำคัญที่ได้มาแบ่งปันความรู้กัน ในการปรับตัวของคนไทยในวันนี้
- สิ่งแรกก็คือ เข้าใจ ศึกษาให้ถ่องแท้
- โอกาสที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง อยู่ที่ว่าเราจะฉกฉวยอย่างไร?
โอกาสแรก คือ เรื่องการขยายของตลาด เฉพาะอาเซียน อย่างเดียวก็เพิ่มประชากร/ผู้บริโภคเพิ่มจาก 64 ล้านคน เป็น 500 ล้านคน.. ถ้านับอาเซียน+6 ก็มีผู้บริโภคเพิ่มขึ้นหลายพันล้านคน
การปรับตัวที่สำคัญที่สุด ก็คือ เรื่องทัศนคติ คือ ประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม จะเป็นประเทศที่ต้องอยู่ร่วมกับประเทศอื่น ๆ อีก รวม 10 ประเทศ - เราจะต้องอยู่ในชุมชนเดียว (One Community) คือ ชุมชนอาเซียน การปรับตัวครั้งนี้ต้องกระจายความรู้ไปยังชุมชนในแนวกว้าง
แต่ที่สำคัญที่สุด ถึงเราจะเป็นชุมชนอาเซียน แต่เราก็ต้องคงไว้ที่ภูมิปัญญาและรากเหง้าความเป็นตัวตนของคนไทยท้องถิ่นไทย ของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งในอนาคตก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น หากมีบริหารจัดการที่ดี
ต้องพัฒนา “คนไทย” ให้ “สื่อสาร” ภาษาอังกฤษ+ภาษาอาเซียนได้ถึงเวลาแล้วที่เราต้องพร้อมมากขึ้นในเรื่องภาษา ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียน และยิ่งไปกว่านั้นภาษาคอมพิวเตอร์ ที่จะคุยแลกเปลี่ยนกับชาวอาเซียนด้วยกัน
ต้องสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาภายใต้การดูแลของ อบจ. / เทศบาล และอบต. สนใจการพัฒนาภาษาต่างประเทศ ทั้งอังกฤษ + ภาษาอื่น ๆ เพื่อสร้างทุนมนุษย์ของประเทศไทยให้มีความสามารถเรื่องภาษาให้ได้โดยเร็วที่สุด
การปรับตัวที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือ ความใฝ่รู้
คือสร้างวัฒนธรรมและชุมชนแห่งการเรียนรู้ เปิดเวทีให้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนกันอย่างสร้างสรรค์
คนไทยทุกคนต้องมีความใฝ่รู้ด้วยและเรียนรู้เกี่ยวกับ“อาเซียน”มากขึ้น
ผู้นำทุกระดับจะต้องกระตุ้นให้ชุมชนสนใจและเข้าใจเพื่อสร้างโอกาสในการอยู่รอดและแข่งขันได้ในวันนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การพัฒนาคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์หรือทุนมนุษย์ของคนไทย ตั้งแต่เด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษาข้าราชการ รวมทั้งประชาชน เกษตรกร และธุรกิจในระดับชุมชน หรือ หลายๆ คนอาจเรียกว่า รากหญ้า ผมขอเสนอแนวคิดการพัฒนาคุณภาพของทุนมนุษย์ 8K’s และ 5 K’s ของผม ซึ่งจะเป็นแนวทางที่ช่วยให้เราอยู่รอด และก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน
การพัฒนาทุนมนุษย์ด้วย 8K’s + 5K’s จะนำไปสู่สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของการปรับตัวสู่ประชาคมอาเซียน คือ
- Standard มีมาตรฐาน
- Quality มีคุณภาพ
- Excellence มีความเป็นเลิศ
- Benchmarking เทียบเคียงกับคู่แข่งได้
- Best Practice เป็นแบบอย่างการปฏิบัติที่ดีที่สุด
คำถาม คือ จะทำอย่างไรจึงจะพัฒนาศักยภาพของทุนเหล่านี้ให้กับคนไทยได้?
การบริหารความเสี่ยงโดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
สรุป..ผมหวังว่าแนวคิดทั้ง10 ประเด็นที่นำเสนอในวันนี้..จะเป็นบันไดขั้นแรกที่เราจะสามารถเดินไปข้างหน้าด้วยกัน
ถึงจะเป็นหนทางที่ขรุขระ มีอุปสรรคมาก แต่ผมรู้ว่า ทุกท่านในห้องนี้ มีสติปัญญา และหวังดี ถ้ามีแรงบันดาลใจ ร่วมมือกันพัฒนา เราจะก้าวไปสู่การเสรีอาเซียนได้อย่างเข้มแข็ง และมั่นคง..
และผมจะเป็นกำลังใจและเป็นแนวร่วมครับ