วันที่ 9-11 มี.ค. 55 จะมีงานสัมมนาผู้ไทนานาชาติที่เขาวง กาฬสินธุ์ บอกว่าวันนั้นพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทของเราจากลาว เวียดนาม จีนและไทยจะได้มาพบกัน
ปีใหม่ผมกลับบ้านที่กาฬสินธุ์ มีข่าวที่น่าตื่นเต้น พี่น้องผองเพื่อนนำข่าวมาแจ้งว่าวันที่ 9-11 มี.ค. 55 จะมีงานสัมมนาผู้ไทนานาชาติที่เขาวง กาฬสินธุ์บอกว่าวันนั้นพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทของเราจากลาว เวียดนาม จีนและไทยจะได้มาพบกัน
ผมสนใจศึกษาประวัติิความเป็นมาของชาติพันธุ์ของตัวเอง เมื่อผมศึกษาค้นคว้าว่าด้วยเรื่อผู้ไทแล้วพบว่าเพดานความรู้ว่าด้วยชาติพันธุ์ผู้ไท ติดเพดานความรู้แค่ว่าผู้ไทในไทย(ในอิสาน สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์และมุกดาหาร)นั้นมาจากแขวงคำม่วนและแขวงสะหวันเขต ประเทศลาวเมื่อประมาณ เกือบสองร้อยปีที่ผ่านมา
และเราทราบแต่เพียงว่าผู้ไทอย่างพวกมากเราก่อนหน้านั้นเคยอยู่ที่ดินแดนประเทศเวียดนามปัจจบันที่เมืองนาน้อยอ้อยหนู(ใกล้ๆเมืองแถน) และก่อนหน้านั้นเคยอยู่แถวมณฑลกวางสีประเทศจีนปัจจุบัน แล้วมีผู้ไทแบบเรายังคงเหลืออยู่ที่มณฑลกวางสี หรือไม่
แต่เราไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเลยว่าผู้ไทแบบพวกเรา ที่อยู่ในเวียดนามและที่มณฑลกวางสี ของจีนปัจจุบันนั้น มีไหม และถ้าหากมีแล้วเขาอยู่กันอย่างไร มีเอกลักษต์/อัตตลักษณ์ร่วมกับพวกเราอย่างไร และพวกเขาอยู่กันอย่างไร(ผู้ไทที่ไม่ใช่ไทยดำในเวียดนามและไม่ใช่จ้วงในจีน)
ผมจึงคาดหวังลึกๆว่าในการสัมมนาผู้ไทนานาชาติที่เขาวง กาฬสินธุ์ครั้งนี้จะทำให้ข้อมูลประวัติศาสตร์ิผู้ไทได้พลิกโฉมใหม่่ให้ไปไกลกว่าเรื่องราวของผู้ไทในสยามกับลาว ด้วยเพดานความรู้เรื่องผู้ไทในบ้านเราทุกวันนี้ ยังจำกัดอยู่แค่เรื่องของผู้ไทในสยามกับลาวเท่านั้น
และผมยังคาดหวังอีกว่าว่าการสัมมนาผู้ไทนานาชาติที่เขาวง
กาฬสินธุ์ครั้งนี้
จะทำให้ผู้คนในสังคมไทยเรามีความเข้าใจเรื่องของผู้ไทมากขึ้นมากกว่าแค่ผู้สาวผู้ไทสวย
ผิวขาวและกับคำถามที่คนทั่วไปหลายคนยังมีคำถามเกี่ยวกับผู้ไทมากมายบางคนก็อาจมีคำถามว่าผู้ไทเป็นใคร
แตกต่างกับภูไทไหมผู้ไทเหมือนหรือแตกต่างกับผู้ไทดำ (ไทยทรงดำ
หรือลาวโซ่ง)หรือไม่
อย่างไรบางคนก็อาจจะรู้จักคำว่าผู้ไทจากบทเพลง “หนาวลมที่เรณู”
ที่บอกรักสาวผู้ไทงามเท่านั้น แล้วผู้ไทในเมืองไทยนอกจาก
"เรณูนคร" ที่ไหนบ้าง ทำไมต้องเป็นผู้ไทนานาชาติด้วย
มีผู้ไทในประเทศอื่นด้วยเหรอ
บทเพลงหนาวลมที่เรณู

ภาพกลุ่มชาติพันธุ์ที่ยังคงเรียกตัวเองว่าผู้ไทหรือบู๋ไต๋ ในมณฑลกวางสี ประเทศจีน

น่าสนใจมากครับ เดี๋ยวนี้ทิศทางของการเรียนประวัติศาสตร์ มานุษยวิทยา ชาติพรรณวิทยา หรือภาษาศาสตร์ ได้โคจรมาใกล้กันมากขึ้น ศาสตร์ทุกศาสตร์ต้องใช้ข้อมูลของศาสตร์อื่นมากขึ้นในการวิเคราะห์วิจัย ยิ่งมีข้อมูลเยอะ ยิ่งจะทำความเข้าใจเรื่องนั้น ๆ มากขึ้น ผมชอบไปนั่งฟังตามงามสมันาต่าง ๆ ครับ มันเหมือนกับการสรุปหนังสือที่เราอ่านมา มันเปิดโลกทัศน์กว่างขึ้น ได้รู้ความคิดต่างมากขึ้น
แต่ที่น่าเสียดาย เอกสารงานสัมนาในแต่ละง่ายไม่ค่อยแพร่กระจายมากนัก อย่างน้อย ๆ เอกสารต่าง ๆ งานสัมนาเอาลงไว้ในอินเตอร์เนทก็ยังดี ผู้คนที่สนใจจะได้ค้นข้อมูลง่ายแะลรู้ว่าร ทิศทางขงเรื่องนั้น ปัจจุบันมีแนวคิดอย่างไร
ขอบคุณครับ
อ.วาทิน ศานติ์ สันติ
มานุษยวิทยา ชาติพันธุ์วิทยา หรือภาษาศาสตร์ แต่อย่างใดนะครับ
มานุษยวิทยา ชาติพันธุ์วิทยา หรือภาษาศาสตร์แต่อย่างไร
ยินดีได้รู้จักคนผู้ไทผู้งามจากหนองสูง มุกดาหารครับ
สุภัทรา - เจติโคตร
ดังนั้นคนคูบัว คนหนองโพ ดอนแร่ หนองปลาดุก ที่ราชบุรี จึงเป็นคนยวนโยนกเชียงแสน อู้ภาษาคำเมืองครับ ส่วนคนผู้ไทดำที่ราชบุรีอยู่ที่ ต.ดอนคลัง อ.ดำเนินสะดวกครับ
สวัสดีครับ
ใกล้ตัวแท้ๆ เชียวครับ
เมื่อปีใหม่ผมก็ไปขลุกอยู่ที่เขาวง
ก่อนหน้านี้เคยไปศึกษาหาข้อมูลจากอาจารย์ถนอมที่เขาย้อย เพชรบุรี
พอคุ้นๆ เกี่ยวกับวัฒนธรรมผู้ไทบ้าง
ผมขออนุญาตติดตามอาจารย์ใน fb ด้วยครับ
ยินดีได้รู้จักคุณ
ธ.วั ช ชั ย
ตระกูลภาษาไทย (TaiKadai) คำศัพท์พูดเหมือนกันหมด ร้อยละ 90 กว่าขึ้นไป แต่สำเนียงต่างกัน
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/471046
เป็นเรื่องน่าสนับสนุนคะ
โครงการนี้น่าจะช่วยส่งเสริม cultural intelligent เพื่อเตรียมเข้าเป็นส่วนของสมาคมอาเซียนด้วยคะ
ยินดีครับคุณ Phachern Thammasarangkoon
อาจารย์
ป. ครับ
สวัสดีครับ
การเีขียนบทความในวิกิพีเดียภาษาไทยนั้นทำได้สะดวกครับ
ยินดีอย่างยิ่งครับ
สมัครสมาชิกหรือไม่สมัครก็เขียนได้เลย
จะเขียนบทความใหม่ หรือเพิ่มเนื้อหาบทความเดิมก็ทำได้เช่นกัน
หากมีปัญหาหรือติดขัดอย่างไร สอบถามได้นะครับ
ยินดีครับคุณ
ธ.วั ช ชั ย
คงได้รบกวนในโอกาสที่เหมาะสมครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ อาจารย์สุเทพ รู้สึกดีใจที่ได้พบกับอาจารย์ที่รักถิ่นบ้านเกิดเช่นเดียวกับผม ผมติดตามบันทึกอาจารย์มานาน
วันนี้เลยลองเขียนมั่ง เผื่อจะได้แลกเปลี่ยนข้อมูลประวัติผู้ไทกัน ยินดีที่ได้รู้จักครับ
ยินดีครับคุณ
วิระศักดิ์ อารมณ์สวะ
. ผมได้มีโอกาสสนทนากับไทดำ ไทพวน ไทเวียง ด้วยทั้งสามชาติพันธุ์นั้นทำงานที่เดียวกันกับผม เลยได้ส่งภาษากันบ่อยๆ ภาษาพูดของชาวพวนบ้านดอนคา อ.อู่ทอง นั้นฟังดูนุ่มนวลไม่ตวัดหางเสียงเหมือนภาษาพูดไทอีสานทั่วไป ยิ่งไทเวียง(เรียกตัวเองว่าลาวเวียง) พูดรื่นหู ออกไปทางอ่อนโยน แต่ไทดำเวลาพูดจะพูดเร็ว ฟังได้แต่ยากกว่าพวน และเวียง
. มีคำที่ชาวไทเวียงพูดเหมือนผู้ไทเรามากคือคำว่า ญำ-ญ้าง ซึ่งถามพี่น้องพวน เขาไม่มีพูดกัน
. ที่อู่ทอง มีชนเผ่าอยู่ 3 เผ่า คือ ไททรงดำ หรือโซ่ง ลาวเวียง ลาวพวน ชาวบ้านเขาพูดแทนตัวเองว่าลาว ครับ อาศัยอยู่รอบนอกตัวอำเภอ ไททรงดำมีวัฒนธรรมที่ค่อนข้างเด่นชัด และยึดถือประเพณีที่ปฏิบัติกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เช่น เวลาแต่งงานฝ่ายเจ้าบ่างต้องขอขมาพ่อแม่เจ้าสาวด้วยการเอาหัวเข่า " โขก" พื้น หลายครั้ง บางคนอาจโดนร้อยครั้ง ส่วนลาวพวนยังอนุรักษ์ภาษาและวัฒนธรรมด้านการจักสาน ทอผ้า การทำนาข้าว ลาวเวียงไม่แน่ใจ เพราะยังไม่ได้เข้าไปในพื้นที่
ครับคุณ
วิระศักดิ์ อารมณ์สวะ
ที่จริงต้องเรียก ว่าชนชาติด้วยซ้ำไปครับ
(ภาพโดยคุณวันชัย)
ข่าวว่ากวีซีไรท์คนล่าสุดมาร่วมงานด้วย สนใจเชิญนะครับ จะนอนค้างในหมู่บ้าน เลยก็ได้นะครับ รวมทั้งจะอยู่ถ่ายภาพ การลงข่วง เข็นฝ้ายของสาวผู้ไท บ้านผม ที่บ้านเหล่าใหญ่ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธ์ ในคืนวันที่ 8 มี.ค. 55 ครับ
เรียนเชิญ คุณสุเทพ ไชยขันธุ์ และชาวผู้ไทในจังหวัดต่าง ๆ
ผมวรณัย พงศาชลากร ผู้ประสานงานจัดงานวันผู้ไทโลก "สุขสันต์วันใหม่ผู้ไทเยือนถิ่น สงกรานต์เรณูนคร จังหวัดนครพนม" ขอเรียนเชิญคุณสุเทพ และชาวผู้ไทที่สนใจในประวัติศาสตร์ความเป็นมา การอนรักษ์และการพัฒนา กลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไท ร่วมงานวันผู้ไทโลก ครับ
ในวันที่ 11 เมษายน จะเป็นช่วงของงานวิชาการ โดยมีการเสวนาและเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ของชาวผู้ไท จากชาวเมืองวัง ชาวผู้ไทในประเทศไทย และหลาย ๆ ท่าน
ส่วนวันที่ 12 เป็นงานเทศกาล และงานเลี้ยงพาแลงดินเนอร์
วันที่ 13 เป็นวันผู้ไทโลก โดยจะมีขบวนแห่ผู้ไท จากทั้งของประเทสไทยและประเทศลาว (ผู้ไทสะหวัน ผู้ไทเมืองวัง)
และอื่น ๆ
จึงขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมเป็นวิทยากร หรือ เป็นผู้แลกเปลี่ยนความรู้ ในเรื่องของชาติพันธุ์ผู้ไทด้วยกันครับ
รวมทั้งเป็นการท่องเที่ยวในช่วงวันสงกรานต์ไปในตัว
วรณัย พงศาชลากร
ด้วยความยินดีครับคุณวรณัย พงศาชลากร
มีชาวพวนที่ จ.น่านด้วยนะครับ เว้าคือเด๋วกะผู้ไท