R2R ไม่ใช่โชว์เดี่ยว

ได้ไปร่วมงานประชุมวิชาการประจำปีของคณะแพทยศาสตร์ มศว องครักษ์ นครนายก

 เมื่อ ๑๗-๑๘ มกราคม ๒๕๕๕

 

 

นั่งฟังไปชมงานไป ก็มาคิดๆ เอ ...สงสัย จะจริง ที่ว่า R2R ง่ายนิดเดียว ก็ด้วยเพราะว่า

๑.      ต้องแม่นใน Methodology            

            

๒.    ต้องรู้สถิติ เพื่อวิเคราะห์ได้ถูกต้อง                                                        

 

๓.     ต้องรู้หลักวิชาเนื้อหาเรื่องที่เราจะทำ เช่น .....เรื่องการลดอัตราการเกิด VAP

แต่ "เราจะรู้ไหมว่า ET tube ของเด็กเล็กไม่มี Cuff ฉะนั้นการเกิดVAP จึงต่างกัน"

เรื่องการพัฒนางานบริการโดยอาศัยระบบสารสนเทศ แต่ "เราจะรู้ไหมว่า Website เขาสร้างกันอย่างไร" ...

ซึ่งตัวเราเองก็ใช่ว่าจะรู้ไปซะหมด

๔.     ขณะพัฒนางาน & R2R นั้น ยังต้องรู้จักจัดการปฏิสัมพันธ์ การดึงคนมาร่วมงานกับเรา การต่อรองกับคนเพื่อจะปรับปรุง เพื่อจะเปลี่ยนจากสิ่งที่คุ้นเคย ไปสู่สิ่งใหม่ ซึ่งบางครั้งอาจเป็นเรื่องที่ต้องไปเพิ่มภาระงานให้กับเขานั้น จะทำอย่างไรให้เขามาร่วมมือ ร่วมทำ ร่วมพัฒนากับเราจนได้ผล

๕.     นอกจากนี้ยังต้องมีเกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย อีก เช่น รู้หลักการนำเสนอ การสื่อให้ได้ถึงใจความสำคัญในเวลาจำกัด

๖.      แถม...ในการนำเสนอด้วยโปสเตอร์ ยังต้อง..รู้จักใช้หลักการตลาดด้วยนะ เช่น

คำแนะนำของ อ.นพ.สุธีร์ รัตนะมงคลกุล ที่ว่า "เพื่อดึงดูดความสนใจ หรือ เพื่อต้องการเน้นว่าอย่างน้อยผู้อ่านต้องได้อะไรตรงนี้กลับไป เราอาจแนบ Take home message ไปในตอนท้ายของโปสเตอร์ด้วย "

 

๗.     และ โอโฮ อีกเยอะค่ะ ฯลฯ

 

สรุปได้ว่า R2R เป็นทั้งศาสตร์ ทั้งศิลป์ ทั้งต้องใช้ปัญญา

ใครเล่า..จะเก่งทุกๆ ข้อข้างต้น

ฉะนั้น จึงต้องอาศัยความเก่งของแต่ละคน แต่ละคน ที่เชื่อว่าทุกคนมีดี ดึงความเก่งของแต่ละคนออกมาเชื่อมกัน เกิดความร่วมมือกัน

 

นี่คงเป็นความงาม ความเท่ห์ของการวิจัย R2R และการบริหารงานวิจัย อีกแง่มุมหนึ่งค่ะ