ในระหว่างงานหนังสือแห่งปี ณ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผมได้ซื้อหนังสือลดราคามาเล่มหนึ่ง ชื่อ "โกมลฅนหนุ่ม" ของสำนักพิมพ์โกมล คีมทอง ซึ่งผมเคยเขียนบันทึกจากหนังสือเล่มหนึ่ง คือ รำลึกถึง "ครูโกมล คีมทอง และ ครูรัตนา สกุลไทย" ... ครูเล็ก ๆ ของแผ่นดิน เมื่อหลายปีที่แล้ว

 

 

(http://www.bookmartonline.com/book_cover/K002-00101.jpg)

 

 

แต่วันนี้ ผมได้มีโอกาสสอนรายวิชา "การศึกษาและการมีส่วนร่วมสถานศึกษา" ทำให้ผมเพียรพยายามหากิจกรรมที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการเป็นครูของนักศึกษาครูที่หลงใหลกับสังคมวัตถุนิยม กิเลส ตัณหา คิดถึงแต่ตัวเองมากกว่าคนอื่นในสังคม

หนังสือ "โกมลฅนหนุ่ม" ปลุกเร้าให้ผมอยากถ่ายทอดสิ่งที่คุณครู "โกมล คีมทอง" เป็นและมี ไปสู่นักศึกษาครูเหล่านี้

วันนี้ (๙ ม.ค.๕๕) ผมจึงเริ่มค้นหาอัตชีวประวัติของคุณครู "โกมล คีมทอง" ซึ่งได้รับข้อมูลจากมูลนิธิโกมล คีมทอง ในหน้า http://www.komol.com/autopage/show_page.php?t=34&s_id=4&d_id=4 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นต่อไปอีก ๒ หน้า

 

ผมจึงขอคัดลอกเพื่อนำมาเผยแพร่ในบล็อกส่วนตัวของผมนี้ โดยพยายามจัดเอกสารใหม่ให้อ่านง่ายขึ้น โดยมิหวังผลกำไรใด ๆ แต่หวังผลแรงบันดาลใจสำคัญไปยังนักศึกษาครูที่เป็นลูกศิษย์ของผม ซึ่งเนื้อหาค่อนข้างยาวมาก ผมจะขอแบ่งออกเป็นตอน ๆ ไป ตามที่กำลังผมจะมี

 

 

 

โกมล คีมทอง ครูของแผ่นดิน

 

ตอนที่ ๑ ... ภูมิหลัง

 

เมื่อเอ่ยถึงชื่อ "โกมล คีมทอง" คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ในปัจจุบันน้อยคนนักที่จะทราบว่าเขาเป็นใคร และยิ่งมีคนน้อยกว่านี้มากนักที่จะรู้ว่าเขาเคยทำ เคยสร้างอะไรมาบ้าง

หากเป็นคนที่อายุ ๔๐ กว่าขึ้นไป อาจเคยได้ยินได้ฟัง หรือจำได้ว่า เมื่อกว่า ๓๐ ปีมาแล้ว มีข่าวใหญ่ตามหน้าหนังสือพิมพ์ข่าวหนึ่งที่โด่งดังมาก เกี่ยวกับบัณฑิตหนุ่มสาวจากจุฬาฯ ๒ คน ถูกยิงเสียชีวิตขณะอุทิศตนเป็นครูเข้าไปตั้งโรงเรียนสอนหนังสือแก่เด็กในท้องถิ่นทุรกันดารที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี คนหนึ่งนั้นคือ โกมล คีมทอง อีกคนเป็นเพื่อนของเขาที่ชื่อ รัตนา สกุลไทย

ความน่าสนใจของชายหนุ่มคนนี้อยู่ตรงที่ว่า เขาเป็นคนหนุ่มที่ไม่เคยลังเลใจในการประกาศปณิธานแห่งชีวิตของตนว่า "จะขอเป็นครูตราบชั่วชีวิต" ตั้งแต่เมื่ออายุยังน้อยและยังศึกษาอยู่ ทั้งที่ด้วยโอกาสของเขาหลังจากจบการศึกษาแล้ว สามารถไต่บันไดทางการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น หรือเสาะหาอาชีพที่ทำให้สถานภาพทางสังคมและเศรษฐกิจของเขาดีขึ้นได้โดยไม่ลำบากนัก ตามอย่างเพื่อนนิสิตนักศึกษาทั่วไปในสมัยนั้น

 

 

ใครคือ "โกมล คีมทอง"

 

 

(http://www.sarakadee.com/feature/2003/02/images/komol_21.jpg)

 

 

โกมล คือ ชื่อของคนหนุ่มแห่งลุ่มน้ำลพบุรี ตามทะเบียนนิสิตของคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย มีหลักฐานเป็นลายมือของโกมลเองว่า เขาเกิดเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๔๘๙ ที่จังหวัดสุโขทัย เป็นบุตรของนายชวน คีมทอง กับนางทองคำ คีมทอง ซึ่งปัจจุบัน (ปี ๒๕๓๙) เสียชีวิตแล้ว

โกมลมีพี่น้องท้องเดียวกันทั้งหมด ๕ คน เป็นชายทั้งสิ้น คนโตชื่อโอภาส สิ้นชีวิตเมื่อมีอายุได้ ๓ เดือน คนที่สองคือโกมล คนที่สามชื่อด้วง สิ้นชีวิตเมื่ออายุได้ ๑ ขวบ คนที่สี่สิ้นชีวิตเสียแต่เมื่อยังไม่ได้ตั้งชื่อ คนที่ห้าชื่อนิพนธ์ ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ และบวชเป็นพระ (ปี ๒๕๔๐) สมัยเด็กอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ต่อมาลุงกับป้าขอตัวไปเลี้ยงเพราะไม่มีลูก

เด็กชายโกมลใช้ชีวิตวัยเด็กและได้รับการศึกษาขั้นต้นจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ที่โรงเรียนบ้านกล้วย อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี และมาต่อที่โรงเรียนบ้านหมี่วิทยาจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ สอบไล่ได้ ๘๗ เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นได้มาศึกษาต่อในกรุงเทพฯ ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โดยอาศัยอยู่กับบ้านญาติ ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่สาว ในเขตบางขุนเทียน จังหวัดธนบุรี จนเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ แผนกศิลปะ เมื่อปี ๒๕๐๙ สอบไล่ได้ ๗๒.๗๐ เปอร์เซ็นต์ และในสมัยนุ่งกางเกงขาสั้นนั้น เขาเคยทำกิจกรรมด้านหนังสือมาบ้าง เนื่องจากเรียนมาทางสายศิลปะ และมีแววทางด้านการขีดเขียน ส่วนกิจกรรมด้านอื่น ๆ ไม่ปรากฏหลักฐานให้เห็น

 

 

จากรั้วชมพู-ฟ้า มายังรั้วชมพู-เพลิง

 

โกมลสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้สองแห่ง คือที่ คณะนิติศาสตร์ (บางคนว่า คณะรัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย โดยที่ค่านิยมในสมัยนั้น เวลาสอบเข้ามหาวิทยาลัย นักศึกษาที่เรียนทางด้านสายศิลปะหรืออักษรศาสตร์ จะเลือกคณะอักษรศาสตร์เป็นอันดับหนึ่ง ส่วนคณะครุศาสตร์เป็นอันดับถัดมา

ชมพู คือ สีของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย                                                

เพลิง คือ สีของคณะครุศาสตร์ (ซึ่งเปรียบดั่งเพลิงเผาผลาญความไม่รู้ และส่องปัญญาให้แก่เยาวชน)

แต่โกมลเลือกที่จะเป็นครูมากกว่าเป็นหมอความ                                   

 

ยุคสมัยที่โกมลเข้ามาเป็นนิสิตโก้เก๋ที่จุฬา ฯ นั้น ประเทศไทยอยู่ภายใต้การปกครองของเผด็จการทหาร กิจกรรมของเหล่าปัญญาชนในรั้วมหาวิทยาลัยจึงมีแต่เรื่องการเชียร์ การแข่งขันกีฬา (ซึ่งมักแถมการยกพวกตีกัน) การจัดงานเต้นรำ การดูภาพยนตร์ ส่วนกิจกรรมประเทืองปัญญาก็เพิ่งเริ่มได้ไม่นานนัก การออกค่ายอาสาพัฒนาชนบทเริ่มเป็นที่นิยม โดยบางคนมองว่าเป็นเรื่องแฟชั่น แหล่งเที่ยวของวัยรุ่นคือตามโรงภาพยนตร์ ขณะที่สยามสแควร์ยังไม่แจ้งเกิด หนุ่มสาวอาศัยงานบอลล์เป็นที่พบปะ นักร้องที่ชื่นชอบก็เป็นพวกฝรั่งตะวันตก

ท้ายสุด โกมลจบชั้นอุดมศึกษาจากคณะครุศาสตร์ สาขามัธยมศึกษา เอกวิชาสังคมศึกษา โทภาษาฝรั่งเศส ในปีการศึกษา ๒๕๑๒

 

คุณแม่ของโกมลเล่าว่า ชีวิตในวัยเด็กของเขาก็เหมือนกับเด็กผู้ชายไทยธรรมดาที่เรียบร้อย ว่าง่าย เชื่อฟังพ่อแม่ แต่ที่จะมีลักษณะพิเศษอยู่บ้างก็ตรงเป็นเด็กช่างคิดช่างฝัน ค่อนข้างเงียบขรึม และความเป็นคนช่างคิดนี้ก็เริ่มปรากฏและเป็นที่ชัดแจ้งแก่ทุกคนเมื่อมาใช้ชีวิตในคณะครุศาสตร์

โกมลเติบโตขึ้นมาเป็นชายหนุ่มร่างสันทัด ใบหน้าคมสัน ผิวค่อนข้างคล้ำ มีบุคลิกภาพเป็นผู้นำ เชื่อมั่นในตนเอง พร้อม ๆ กับมีความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างจริงใจ ยึดมั่นในหลักการ และมีความเป็นตัวของตัวเอง จึงมีผู้ใหญ่หลายท่านให้ความเอ็นดูต่อเขา

บุคลิกของโกมลที่เพื่อนบางคนสะท้อนให้เห็น คือ ใบหน้าของเขาจะระบายด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ ชอบใส่เสื้อแขนยาว เดินเร็ว ชอบหอบแฟ้มสีน้ำตาลหม่นเล่มโต ๆ เดินไปไหนต่อไหน ชอบเข้าไปนั่งในห้องสมุดอยู่เสมอ ชอบจดคำบรรยายในกระดาษพิมพ์ดีด ให้ความเป็นกันเองกับเพื่อน มีจิตใจโอบอ้อมอารี ชอบซักถาม ไม่พูดเรื่องของตนเอง แต่ชอบคุยเรื่องมีสาระ ชอบถกเถียง ชอบคุยกับผู้ใหญ่ ชอบเอาข่าวกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจมาบอก เป็นคนอ่อนโยน เฉียบ แต่ดื้อดันและซน มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และพยายามนำความคิดนั้นมาทดลองปฏิบัติ รวมถึงมีความมุ่งมั่นศรัทธาในวิชาชีพครูอย่างแท้จริง

 

พจน์ กริชไกรวรรณ ... ผู้เรียบเรียง

ตีพิมพ์ ณ นิตยสารสารคดี ฉบับกุมภาพันธ์ ๒๕๔๖

 

.....................................................................................................................................................

ช่องไฟส่วนตัว ...

 

กระบวนการหล่อหลอมครูในยุคปัจจุบันมีปัญหาจากสภาวะสังคม วัฒนธรรม หนักหน่วงกว่าสมัยก่อนมาก เราไม่ได้คนที่อยากเป็นครูจริง ๆ มากกว่าเรื่องปากท้อง

หน้าที่ขององค์กรผลิตครูซึ่งเป็นปลายเหตุจากปัจจัยที่เกิดขึ้น ทำให้องค์กรผลิตครูยังต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่อไป

ดั่งเช่น ที่ครูบางคน (เช่นผม) พยายามปลูกฝังความเป็นครู ความเป็นต้นแบบให้พวกเขา

คุณครู "โกมล คีมทอง" เป็นครูที่ผมสามารถจับต้องวิธีคิดของครูเขาได้

แรงบันดาลใจของการเป็นครูที่ดีจึงเกิดขึ้น

 

ด้วยจิตคารวะ

บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...

 

......................................................................................................................................................

แหล่งข้อมูล

พจน์ กริชไกรวรรณ.  ประวัติครูโกมล.  http://www.komol.com/autopage/show_page.php?t=34&s_id=4&d_id=4 (๙ มกราคม ๒๕๕๕).

 

......................................................................................................................................................

บันทึกที่เกี่ยวข้อง