ฉันวางหูโทรศัพท์แล้วนั่งเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมา พยายามอยู่ในความสงบ แต่หัวใจกลับเต้นแรง มันเต้นโครมคราม

ตอนสายๆของเมื่อวานนี้ หลังจากได้สะสางงานที่ค้างคาแบบไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไรมานานเสร็จ    ทำให้ฉันรู้ตัวเบาสบาย

 

และอากาศวันนี้ก็อบอุ่นไม่หนาวมาก  ฉันรู้สึกอารมณดีเป็นพิเศษ   เพราะมีเวลาว่างที่จะได้ทำเรื่องสบายๆที่อยากจะทำมานาน  เช่น  ไปซื้อดอกไม้มาเพิ่มที่สวนหย่อมมุมโปรด    เย็นนี้ตั้งใจจะตัดหญ้าที่สนามขางบ้านแทนการไปเดินออกกำลังกาย

 

แต่ตอนนี้ยังพอมีเวลาว่างก่อนจะไปซื้อดอกไม้   ขอเปิดเข้าไปดู mail  ที่ไม่ได้เข้าไปอ่านมา 3-4 วันแล้ว   โอ้โห....มีจดหมายมากมายที่ส่งมาหาเกือบห้าสิบฉบับ  มีทั้งส่งเข้ามาสวัสดีปีใหม่และ HBD   ดีใจจริงๆที่มีคนคิดถึงเรามากขนาดนี้  เปิดอ่านไปเรื่อยๆ...... แล้วมาสะดุดที่จดหมายฉบับหนึ่ง 

 

 เจ้าของจดหมายบอกว่า   “ ตอนนี้ผมกำลังอยู่กรุงเทพฯ  และกำลังจะไปปาย  แม่ฮ่องสอน พัก 1 คืน  ในวันนี้  เขาถามว่า  หมายเลขโทรศัพท์ฉันหมายเลขอะไร..”  

 

ฉันอ่านอยู่หลายรอบแบบไม่เชื่อสายตา    รู้สึกตื่นเต้น   ทำอะไรไม่ถูก   เราเป็นอะไรไปนี่ ??   แค่เพื่อนคนหนึ่ง mail มาขอเบอร์โทรศัพท์   ทำไมต้องวุ่นวายขนาดนี้    

 

 

ถ้าใครเคยอ่านบันทึก  "อกหัก...ตั้งแต่ยังรักไม่เป็น"   (ซึ่งมีคนคลิกเข้าไปอ่านมาก )  ที่ฉันเคยเขียนเมื่อ  2 ปีกว่ามาแล้วคงเข้าใจความรู้สึกของฉันตอนนี้ดี    

 

แทบไม่น่าเชื่อ...ก่อนหน้านี้เราอยู่ห่างกันคนละซีกโลก

เมื่อวาน...เธออยู่ห่างฉันประมาณ  750  กม.

และวันนี้ ... เธออยู่ห่างฉันเพียง 150  กม.เท่านั้น    

 

         

 

และสายๆของวันนี้เธอโทรศัพท์มาหาฉัน    ฉันดีใจมาก   จากน้ำเสียงดูเธอตื่นเต้น  น้ำเสียงเธอไม่เปลี่ยนไป

 

ดูเหมือนเราจะแย่งกันถาม  สารทุกข์สุกดิบ    เธอบอกว่ามาเมืองไทยครั้งนี้ต้องมาทำธุระเพื่อไปเจอลูกค้าหลายที่    และการมาปายครั้งนี้ก็เช่นกัน

 

เธอถามฉันว่า....  วันนี้ ...พรุ่งนี้ฉันทำงานไหม  ?  

ฉันตอบเธอว่า....  ฉันทำงาน     

ฟังน้ำเสียงเธอผิดหวังเล็กน้อย  

เธอบอกว่า..... เย็นพรุ่งนี้ผมต้องกลับ กทม.   พอมีเวลามาหาเธอที่สนามบินได้ไหม

ฉันบอกเธอแบบแบ่งรับแบ่งสู้.....ว่าไม่แน่ใจ   แต่จะพยายามเพราะที่ทำงานไม่ไกลกับสนามบิน

น้ำเสียงเธอแสดงออกว่าดีใจ  เธอพูดว่า..... แล้วเจอกันนะ

ฉันทบทวน...พรุ่งนี้เราจะเจอกัน   หลังจากที่เราไม่เคยเจอกันมาเลยเกือบ  30 กว่าปี

 

 

ฉันวางโทรศัพท์แล้วนั่งเงียบๆ    ไม่ได้พูดอะไรออกมา    พยายามอยู่ในความสงบ    แต่หัวใจกลับเต้นแรง   มันเต้นโครมคราม  พยายามบังคับให้อยู่ในร่องในรอยมันก็ไม่ฟัง      ซึ่งมันคงยาก.... เพราะเท่าที่เราร่ำเรียนมา    เรารู้ว่ากล้ามเนื้อหัวใจ   ( Cardiac muscle)  เป็น กล้ามเนื้อลายชนิดหนึ่งที่อยู่นอกอำนาจจิตใจ (involuntary) ที่เราไม่สามารถบังคับได้  

 

ตอนนี้....ฉันได้แต่ปล่อยให้มันเต้นตามใจชอบ    จนมันหายตื่นเต้นและเหนื่อยไปเอง      

 

แต่..พรุ่งนี้ ฉันจะต้องกำชับหัวใจว่า ....  เวลาเจอเธออย่าเต้นให้มันเสียงดังจนเธอได้ยินนะ  

 

เพราะฉันอาย ที่จะต้องคอยแก้ตัวให้ว่า.... ”แหมทำตื่นเต้นไปได้ .... ก็แค่เจอเพื่อนเก่าที่แสนดีคนหนึ่ง....ก็เท่านั้นเอง...”   

เฮ้อ..แต่ไม่รู้มันจะยอมเชื่อฟังหรือเปล่า.....

 

 

 ขอบคุณค่ะ

(ขอบคุณภาพจาก internet)