ศาสตร์และศิลป์แห่งการพูดเพื่อดึงดูดความสนใจเด็กวัยประถม
รศ. อนงค์ศิริ วิชาลัย
สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
การพูดคืออะไร
การพูด คือ กระบวนการสื่อสารความคิดจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่ง โดยมีภาษา น้ำเสียง และอากัปกิริยาอาการ การถ่ายทอดความคิดความรู้สึก และความต้องการของผู้พูดให้ผู้ฟังรับรู้และเกิดการตอบสนอง
การพูด คือ การแสดงออกถึงอารมณ์และความรู้สึกโดยใช้ภาษาและเสียงสื่อความหมาย
ภาษาพูด หมายถึง ภาษาที่ใช้ติดต่อสื่อสารด้วยการพูดในชีวิตประจำวัน ภาษาพูดเป็นภาษาที่ไม่เคร่งครัดทั้งในการใช้คำหรือการเรียงคำเป็นประโยค แต่จะเน้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน
ภาษาสำคัญอย่างไร
การพูด เป็นเครื่องมือสื่อสารที่มนุษย์ทุกคน (ที่ไม่เป็นใบ้) ใช้สื่อสารเพื่อแสดงออกถึงความคิด ความรู้ ความรู้สึก เป็นสื่อกลางที่มนุษย์ต่อมนุษย์ทำความเข้าใจระหว่างกัน ในชีวิตประจำวันเราจำเป็นต้องใช้การพูดอธิบายเพื่อโน้มน้าว จูงใจ ชี้แจง แนะนำสั่งสอน และทำความเข้าใจกับบุคคลตลอดเวลา การพูดเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ที่เป็นศาสตร์เพราะต้องมีการศึกษา ฝึกฝน ปฏิบัติให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพูดและหลักการพูดที่ดี ส่วนการพูดเป็นศิลปะ เพราะต้องอาศัยกลวิธีที่จะสรรหาคำพูดมาใช้ให้เหมาะสมกับบุคคล ตามกาลเวลาและสถานที่เพื่อให้ผู้ฟังคล้อยตามหรือประทับใจ
การพูดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งพบสุภาษิตสำนวนคำพังเพย หรือบทกลอนต่าง ๆ ที่ให้ความสำคัญของการพูดดังเช่น
“ อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก
แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย
จะเจ็บอื่นหมื่นแสนก็แคลนคลาย
เจ็บจนตายเพราะพูดเหน็บให้เจ็บใจ ”
(สุนทรภู่)
“ ปากเป็นเอกเลขเป็นโทโบราณว่า
ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์
มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต
แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร
จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา ”
(สุนทรภู่)
“ เป็นมนุษย์สุดนิยมที่ลมปาก
จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา
แม้นพูดดีมีคนเขาเมตตา
จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ”
(สุนทรภู่)
“ พูดมากปากเป็นสี พูดดีเป็นศรีแก่ปาก” เป็นต้น
ดังนั้น การพูดที่ดีมีประสิทธิผลต้องอาศัยการฝึก ฝึกพูดเพื่อสร้างมนุษย์สัมพันธ์ การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขต้องพูดจากันรู้เรื่อง คนนิสัยดีหรือไม่ดี การพูดเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยตัดสินเพราะถึงจะมีนิสัยดีป่านใดแต่ถ้าพูดไม่เป็น พูดไม่ดี หรือ “ปากเสีย” คนเขาก็ไม่อยากคบหาสมาคม
ศาสตร์และศิลป์แห่งการพูด เพื่อดึงดูดความสนใจเด็กวัยประถมเป็นอย่างไร
ก่อนอื่น ครูต้องเข้าใจบทบาทสำคัญของครูในการจัดการเรียนการสอน นอกจากจะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในด้านวิชาการหรือที่เรียกว่า เป็นผู้มีสุวิชาโน (ผู้รู้ดี)แล้ว ครูยังต้องมีบทบาทในการจัดการเรียนการสอนที่ดี หรือ สุสาสโน (ผู้ถ่ายทอดดี ผู้สอนดี) และประพฤติปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่เรียกว่า สุปฏิปันโน (ผู้ปฏิบัติดี) และก่อนที่จะจัดการเรียนการสอนครูควรรู้จักเด็กเข้าใจเด็กมีคำกล่าวว่า
เด็กอนุบาล เชื่อ พ่อแม่
เด็กประถม เชื่อ ครู
มัธยมศึกษา เชื่อ เพื่อน
อุดมศึกษา เชื่อ ตำรา ทฤษฎี
นักเรียนระดับประถมศึกษามีอายุระหว่าง ๖ - ๑๒ ปี มีพฤติกรรมเปลี่ยนจากยึดตนเองเป็นใหญ่ในวัยอนุบาลมายึดเพื่อนหรือเริ่มสนใจเพื่อน เริ่มเรียนรู้และคิดอย่างมีเหตุผลและคิดแก้ปัญหาในสิ่งที่เป็นรูปธรรมง่าย ๆ ได้ ดังนั้นบทบาทของครูประถมศึกษา ควรจัดให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรง ได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง เรียนรู้ด้วยกลุ่มเพื่อน ตามลักษณะการอยากรู้อยากเห็น เปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออกซึ่งความสามารถและได้รับการยอมรับจากครูและเพื่อน ๆ จะช่วยให้เกิดความมั่นใจ
การเรียนการสอนสำหรับเด็กวัยประถมหรือเรียกว่าการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น หากวิเคราะห์ประวัติการศึกษาไทยจะพบว่าเราใช้คำว่า “สั่งสอน” ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งกว่าคำว่า “การสอน (Teach) หรือ การเรียนการสอน (Instruction) เพราะมีความหมายครอบคลุมถึงการให้การศึกษาในลักษณะการให้เรียนรู้วิถีชีวิต การปลูกฝังบ่มเพาะให้มีความเจริญงอกงามทั้งด้านสังคม สติปัญญาความรู้และคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรมมาแต่โบราณ ดังเช่น หนังสือ ประถม ก กา แสดงวัตถุประสงค์ของการสั่งสอน เช่น สั่งสอนให้จดจำ สั่งสอนให้รู้ สั่งสอนให้เชื่อฟัง”
“การเขียนมีองค์ ๓ ถ้ามือเขียน ตาก็ดู ใจสังเกต จำไปด้วย”
“ การอ่านมีองค์ ๔ ถ้าปากอ่าน มือชี้ตัว ตาก็ดู ใจกำหนดไปด้วย”
การสั่งสอนเด็กวัยประถมจึงกว้างกว่า การสอนเพราะหมายรวมถึงกระบวนการบ่มเพาะ ซึมซับลักษณะนิสัย กระบวนการถ่ายทอดปลูกฝังวัฒนธรรมอันดีงาม
ครูที่สอนเด็กวัยประถม จึงเป็นแม่พิมพ์แม่แบบในทุก ๆ ด้าน ครูจะสั่งถ้าเห็นว่าเป็นสิ่งที่นักเรียนต้องปฏิบัติตามและสอนถ้าต้องการแนะนำให้ไตร่ตรอง การฝึกฝนของครูไทยจึงมีการใช้วิธี น้ำใส ลูกยอ กอไผ่
น้ำใส หมายถึง มีน้ำใจเมตตาต่อศิษย์
ลูกยอ หมายถึง พูดยกย่อง กล่าวชมเชยให้กำลังใจ
กอไผ่ หมายถึง การลงโทษ เฆี้ยนตี เมื่อดื้อรั้น
ดังนั้น ครูจึงต้องอาศัยศาสตร์และศิลป์แห่งการพูดเพื่อดึงดูดความสนใจให้เด็กศรัทธา ด้วยอุดมการณ์หรืออุคติ ๔ ประการ คือ
สุทธิ คือ ความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีอคติใดใด
ปัญญา คือ ความสว่างไสว ใช้ความคิดและเหตุผลในการแก้ไขปัญหาของศิษย์
เมตตา คือ มีความเมตตาต่อศิษย์ แม้จะว่ากล่าวตักเตือนลงโทษเฆี่ยนตี ก็เป็นไปด้วยความเมตตา
ขันติ คือ ความอดทน อดกลั้นต่อความเหนื่อยยากลำบากกายลำบากใจ เพื่อพัฒนาศิษย์ให้เป็นคนดี
ดังนั้น นอกจากครูจะเป็นผู้รอบรู้ในสรรพศาสตร์ที่จะถ่ายทอดจัดกิจกรรมอำนวยการให้ศิษย์เกิดการเรียน ครูยังต้องมีเทคนิคในการพูดถ่ายทอด โน้มน้าวจูงใจให้เด็กวัยประถมสนใจในเรื่องที่ครูสอนแล้ว ครูยังเต็มเปี่ยมด้วยความเมตตาเข้าใจในความรู้สึกและความต้องการของเด็กแต่ละคน
ลักษณะการพูดกับเด็กวัยประถมศึกษามีหลายลักษณะ ดังนี้
๑. พูดแบบจูงใจหรือชักชวน (Persuasive Speech) เด็กประถมศึกษามีแนวโน้มที่จะเชื่อฟังและคล้อยตามครูเป็นพื้นฐาน ดังนั้นครูควรมีทักษะหรือเทคนิคที่จะจูงใจหรือชักชวนให้นักเรียนประพฤติปฏิบัติโดยพูดความจริง พูดให้กำลังใจ และไม่ตำหนิติเตียน
๒. พูดแบบบอกเล่าหรือบรรยาย (Information or Imstructive Speech) การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ต้องอาศัยคำแนะนำ ชี้แจง อธิบาย บรรยาย บอกเล่าหรือเล่าเรื่อง ครูจึงควรมีทักษะหรือเทคนิคในการบอกเล่า บรรยาย หรืออธิบายขยายความให้นักเรียนเข้าใจในเนื้อหาสาระแต่ละวิชา
๓. พูดแบบบันเทิง (Recreative Speech) หมายถึง การพูดแต่เนื้อหาวิชามากเกินไป ย่อมทำให้นักเรียนเครียดและเบื่อหน่ายการเรียนได้ง่าย ครูควรมีทักษะและเทคนิคในการพูดแบบสบายใจ มีอารมณ์ขันไม่เคร่งครัดเคร่งเครียดจนนักเรียนวิตกกังวลหรือกลัวครูจนแทบไม่อยากเรียน การพูดแบบบันเทิงต้องอาศัยทักษะ และเทคนิคที่ฝึกฝนจะช่วยให้ครูสอนสิ่งที่ยากให้เข้าใจง่าย สอนสนุกสนาน
การพูดมี ๔ วิธี คือ วิธีพูดแบบท่องจำ วิธีพูดแบบอ่านจากร่างหรือต้นฉบับ วิธีพูดจากความเข้าใจเตรียมเฉพาะหัวข้อสำคัญ และวิธีพูดแบบกะทันหัน แต่การพูดที่ครูประถมศึกษาใช้มากมี ๒ วิธี คือ วิธีพูดแบบพูดสด และวิธีพูดแบบผสมผสาน โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. วิธีพูดแบบพูดสด เป็นการพูดจากความเข้าใจ พูดทันทีหรือพูดแบบกะทันหัน ซึ่งครูอาจใช้วิธีพูดแบบนี้กับการอธิบายเล่าเรื่อง หรือแนะนำนักเรียนในสิ่งที่นักเรียนอยากรู้ควรรู้ ครูที่จะพูดกับนักเรียนโดยน้ำเสียงที่เป็นเสียงพูดปกติ ได้ยินทั่ว มีเสียงทุ่มและหนักแน่นในข้อความสำคัญที่เน้นให้เห็นว่าตรงนี้สำคัญ ที่สำคัญครูต้องมีความรู้จริงในสิ่งที่พูด และพูดด้วยความมั่นใจใช้ถ้อยคำภาษาให้ถูกต้องตามอักขรวิธี
๒. วิธีพูดแบบผสมผสาน หมายถึง การพูดแบบเตรียมการมาก่อนอาจจะพูดแบบการท่องจำข้อความบางตอนให้ขึ้นใจ และนำมาพูดหรืออาจจะเตรียมฉบับร่างอ่านทบทวนหัวข้อจะพูดเรื่องใดก่อนหลังอย่างไร และพูดตามความเข้าใจในการเตรียมการสอนหรือวางแผนการจัดการเรียนรู้ ครูจะเตรียมวิธีพูดแบบผสมผสานไว้ล่วงหน้าเป็นต้น
สิ่งที่ช่วยให้ครูพูดได้ดีประกอบด้วย
๑. มีบุคลิกภาพที่ดี โดยการแต่งกายที่สะอาดเหมาะสมกับความเป็นครู บุคลิกภาพที่ดีช่วยสร้างความเชื่อมั่น ช่วยสร้างความองอาจผึ่งผาย มีความกระตือรือร้น
๒. มีท่าทางการพูดประกอบเหมาะสมสอดคล้องกับถ้อยคำเนื้อหาสาระที่พูด และต้องให้ได้จังหวะพอดีกับถ้อยคำมีการแสดงออกทางสีหน้าเบิกบานแจ่มใส สบตากับนักเรียนทั่วถึง
๓. เรื่องที่พูดมีสาระน่าสนใจ เป็นเรื่องที่รู้และเข้าใจดี เป็นเรื่องที่อยากพูด ผู้ฟังกำลังสนใจ
๔. มีน้ำเสียงไพเราะน่าฟัง เป็นเสียงพูดธรรมชาติ เสียงดังพอดีให้ได้ยินทั่ว ไม่กระชากเสียง ห้วน ๆ ไม่ตะคอก ใช้เสียงสั้นยาวให้ถูก และใช้ถ้อยคำภาษาที่ถูกต้องเหมาะสม
๕. ควรใช้สิ่งประกอบการพูด นักเรียนวัยประถมศึกษาจะเรียนรู้ได้ดีจากสิ่งที่เป็นรูปธรรมมากกว่านามธรรม ดังนั้น หากจะพูดอธิบาย เล่าเรื่อง เรื่องใดควรใช้สื่อประกอบการพูดจะช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น
บันได ๑๓ ขั้นในการพูดที่คนสนใจ
๑. เตรียมให้พร้อม
๒. ซักซ้อมให้ดี
๓. ท่าทีให้สง่า
๔. หน้าตาให้สุขุม
๕. ทักที่ประชุมไม่วกวน
๖. เริ่มต้นให้โน้มน้าว
๗. เรื่องราวให้กระชับ
๘. ตาจับที่ผู้ฟัง
๙. เสียงดังให้พอดี
๑๐. อย่าให้มีเอ้ออ้า
๑๑. ดูเวลาให้พอครบ
๑๒. สรุปจบให้จับใจ
๑๓. ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดการพูด
บัญญัติ ๑๐ ประการสำหรับความสำเร็จในการพูด
๑. รู้เรื่องดี ก็พูดได้
๒. เตรียมตัวไว้ ก็พูดดี
๓. พูดทั้งที ต้องเชื่อมั่น
๔. แต่งกายนั้น ต้องเหมาะสม
๕. ปรากฏโฉม กระตือรือร้น
๖. ไม่ลุกลน ใช้ท่าทาง
๗. สบตาบ้าง อย่างทั่วถึง
๘. ภาษาซึ้ง เข้าใจง่าย
๙. น้ำเสียงไซร้ เป็นธรรมชาติ
๑๐. อย่าให้ขาด รูปธรรม
ดังนั้น อาจสรุปได้ว่า ยังไม่มีใครในโลกที่ประสบความสำเร็จในการพูด โดยไม่มีการศึกษาฝึกฝน คนที่พูดได้ดีย่อมฟังมามาก การฟังผู้อื่นพูด การอ่านเป็นการศึกษาเรียนรู้ที่นำมาประยุกต์ใช้ และผู้ที่ประมาทคือคิดว่าตนเองพูดได้ดีแล้ว พูดเก่งแล้ว ไม่จำเป็นต้องฝึกฝนย่อมพลาดได้โดยง่าย แม้จะพูดกับนักเรียนวัยประถมศึกษาก็ยิ่งต้องอาศัยศาสตร์และศิลป์แห่งการพูดที่ต้องฝึกฝนสม่ำเสมอ ที่สำคัญครูคือต้นฉบับ ต้นแบบในการพูดสำหรับศิษย์จึงควรระวัง
คำหวานปานอมฤตชื้น ชูใจ
ฆ่าโกรธพินาศไป ห่อนช้า
คำขมเผ็ดร้อนใน ช่องโสต
ทำโทษจิตแรงกล้า กลับฟุ้งพลุ่งโพลง
เอกสารอ้างอิง
สุมน อมรวิวัฒน์. (๒๕๔๓). การพัฒนาการเรียนรู้ตามแนวพุทธศาสนา. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
อนงค์ศิริ วิชาลัย. (๒๕๕๓). หลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนการสอน. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
เอมอร ชิตะโสภณ. (๒๕๔๙). ภาษาพูด ภาษาเขียน (Spoken and Written Language). เชียงใหม่ : โรงพิมพ์มิ่งเมือง.
ชอบบทความนี้มากค่ะ หนูได้ความคิดใหม่ๆจากบทความนี้ของอาจารย์เยอะมากเลยค่ะ
การเป็นครูไม่ใช่เพียงแต่จะมีความรู้เท่านั้น การจะพูดประโยคสักประโยคออกมา ต้องกลั่นกรองในลำดับความคิดให้ดีเสียก่อน
ว่าจะพูดอย่างไร ให้นักเรียนเข้าใจตรงกับเรา เข้าใจในสิ่งที่เราสอน แม้วันนี้หนูยังไม่ประสบความสำเร็จในการพูด เพราะอาจจะต้องฝึกฝนอีกมาก แต่วันข้างหน้าหนูคิดว่าจะต้องเป็นต้นแบบในการพูดให้กับลูกศิษย์ของหนูได้อย่างแน่นอนค่ะ
ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ
บทความนี้เป็นบทความที่ดีมากค่ะ หนูได้ความคิดใหม่ๆและความรู้ใหม่ๆจากบทความของอาจารย์เยอะมากค่ะ
การพูดเป็นสิ่งสำคัญสำหรับครูในการที่จะถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์ การเป็นครูไม่ใช่เพียงแต่จะมีความรู้เท่านั้น ต้องมีทักษะในการพูดด้วย การจะพูดประโยคสักประโยคออกมา ต้องกลั่นกรองในลำดับความคิดให้ดีเสียก่อน ก่อนที่จะพูดออกมา เพราะจะส่งผลถึงอนาตคข้างหน้าของคำว่าครู
จากบทความดังกล่าว สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันจริง เพระเป็นสิ่งจำเป็นที่ครูทุกคนต้องมี
ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ
บทความนี้ทำให้ได้ความรู้ที่จะนำไปปรับใช้ในการทดลองสอนที่กำลังจะไปทดลองได้เป็นอย่างดีค่ะ
เรื่องของศาสตร์และศิลป์แห่งการพูดเพื่อดึงดูดความสนใจเด็กวัยประถมซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่คุณครูทุกคนควรมี
ขอบคุณอาจารย์มากค่ะสำหรับบทความดีๆที่แนะนำให้อ่าน
บทความนี้เป็นบทความที่ดีอ่านแล้วเข้าใจง่าย ทำให้ได้เรียนรู้ เข้าใจกลวิธีในการพูดมากยิ่งขึ้น และยังทำให้เกิดข้อคิดต่างๆเกี่ยวกับการพูด การเป็นครูเสมือนวัตถุดิบ นักเรียนเสมือนผลผลิต ดังนั้นการเรียนรู้ต้องใช้ทั้งสื่อและสาร(ที่ดี) เช่น การพูด เพื่อให้นักเรียน(ผลผลิต)ได้เกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพและสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตได้
จากบทความที่ได้อ่านมานี้ ทำให้หนูนึกถึงครูสมพรสอนลิง ดังคำกล่าวของท่านว่า "ให้ความรัก ก่อนให้ความรู้" ความรักก็เปรียบเสมือนกลวิธีในการพูดที่ดี เพื่อให้ผู้เรียนเกิดสนใจและเกิดการเรียนรู้ที่ดีได้
บทความนี้อ่านแล้วเข้าใจง่ายมากครับสามารถนำไปปรับเปลี่ยนใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงและสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายกว่าบทความอื่นๆอีกพอสมควรครับ
ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติที่มีความงดงามและเป็นภาษาเะดียวในโลก ปัจจุบันคนเราใช้ภาษาในการพูด การติดต่อสื่อสารและอีกมากมาย ดังนั้นเราจะพูดอย่างไรให้ผู้รับสารได้เข้าใจ บทความที่อาจารย์นำมาให้อ่านนี้จึงเป็นประโยชน์ที่ผู้อ่านได้นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะคุณครูที่ต้องสื่อสารกันเด็กนักเรียนทุกวัน เมื่อหนูได้อ่านบทความนี้แล้วทำให้ย้อนกลับมาว่าวันนี้ถ้าไม่ได้อ่านบทความของอาจาย์ก็จะไม่ได้รับความที่อาจรย์มอบให้
ขอบคุณอาจาย์ค่ะ
บทความนี้เป็นบทความที่ดีมาก ทำให้ได้ความรู้ที่จะนำไปปรับใช้ในการสอนที่กำลังจะไปทดลองสอนได้เป็นอย่างดี เป็นบทความที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย ทำให้ได้เรียนรู้ เข้าใจกลวิธีในการพูดมากยิ่งขึ้น การพูดเป็นสิ่งสำคัญสำหรับครูในการที่จะถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์ การเป็นครูไม่ใช่เพียงแต่จะมีความรู้เท่านั้น ต้องมีทักษะในการพูดด้วย การจะพูดประโยคสักประโยคออกมา ต้องกลั่นกรองในลำดับความคิดให้ดีเสียก่อน ก่อนที่จะพูดออกมา เพราะจะส่งผลถึงอนาตคข้างหน้าของคำว่าครู บทความนี้เราสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้และเป็นสิ่งสำคัญที่คุณครูทุกคนควรมี
ขอบคุณอาจารย์มากค่ะสำหรับบทความดีๆที่แนะนำให้อ่าน
บทความนี้เป็นบทความที่ดีมาก ทำให้ได้ความรู้ที่จะนำไปปรับใช้ในการสอนที่กำลังจะไปทดลองสอนได้เป็นอย่างดี เป็นบทความที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย ทำให้ได้เรียนรู้ เข้าใจกลวิธีในการพูดมากยิ่งขึ้น การพูดเป็นสิ่งสำคัญสำหรับครูในการที่จะถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์ การเป็นครูไม่ใช่เพียงแต่จะมีความรู้เท่านั้น ต้องมีทักษะในการพูดด้วย การจะพูดประโยคสักประโยคออกมา ต้องกลั่นกรองในลำดับความคิดให้ดีเสียก่อน ก่อนที่จะพูดออกมา เพราะจะส่งผลถึงอนาตคข้างหน้าของคำว่าครู บทความนี้เราสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้และเป็นสิ่งสำคัญที่คุณครูทุกคนควรมี
ขอบคุณอาจารย์มากค่ะสำหรับบทความดีๆที่แนะนำให้อ่าน
บทความนี้เป็นบทความที่ดี ให้ความรู้ และข้อคิดแก่ผู้ที่สนใจทุกๆท่าน จากบทความดังกล่าวทำให้ข้าพเจ้าคิดว่า ในการอยู่ร่วมกันในสังคมนั้น การสื่อสารเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิต เพราะในการดำรงชีวิตแต่ละวันเราต้องต้องสื่อสารกันแทบทั้งสิ้น โดยผ่านการพูดซึ่งถ้าหากการสื่อสารเกิดความผิดพลาด ทำให้เกิดความเข้าใจไม่ตรงกัน ก็จะทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคม เป็นบ่อเกิดแห่งปัญหาหลายๆอย่างตามมา ดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วๆไปในสังคมไทย จะเห็นได้ว่าในความเป็นจริง ไม่ว่าเราจะประกอบอาชีพใดก็ตาม เราควรเป็นนักพูดด้วยเป็นส่วนหนึ่งในตัวเรา เพราะการที่เรามีทักษะการพูดที่ดีนั้น จะทำให้เราได้เปรียบและเป็นการเพิ่มโอกาสสำเร็จในอาชีพที่เราทำด้วย
การพูดจึงมีความสำคัญต่อชีวิตคนเรา คำพูดที่ดีหรือไม่ดีเกิดจากตัวเราเองแทบทั้งสิ้น ดังคำกล่าวที่ว่า "สำเนียงส่อภาษา กริยาส่อสกุล"
ดังนั้นอาชีพครูจึงเป็นตัวนำทางในการอบรม ชี้แนะ สั่งสอน แนวทางให้กับนักเรียน ซึ่งครูจำเป็นต้องมีกลยุทธและเทคนิคการถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียน เพื่อให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจที่ตรงกัน หากครูมีการสื่อสารที่ไม่ถูกต้อง ก็จะทำให้นักเรียนนำสิ่งที่ครูสื่อสารไปใช้ไม่ถูกต้อง เกิดปัญหาความผิดพลาดและปัญหาสังคมตามมา ซึ่งเด็กเปรียบเสมือนกำลังสำคัญของชาติ ที่จะช่วยพัฒนาประเทศชาติต่อไป เมื่อได้อ่านบทความนี้แล้วทำให้ได้เรียนรู้ทักษะและเทคนิคในการพูดที่ดี สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและในการประกอบอาชีพเป็นครู
ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ
สำหรับบทความนี้เป็นบทความที่ดีมากค่ะ
จากบทความที่ได้อ่านนี้ รู้สึกว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับในการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการนำมาใช้ประกอบวิชาชีพครู เนื่องจากเราจะไปเป็นครูก็ต้องรู้ว่าควรจะพูดอย่างไร เพื่อให้นักเรียนที่เป็นผู้ฟัง ฟังแล้วสามารถนำคำพูดของครูไปใช้ต่อได้ โดยไม่เกิดปัญหาในการเข้าใจผิดทางการพูด
ขอขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ
จากบทความที่ได้อ่านมา บทความนี้เป็นบทความที่ดีมากค่ะ เป็นบทความที่ให้ความรู้และข้อคิดที่ดีๆมากมาย สามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และยังสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในวิชาการทดลองสอนและฝึกสอนได้เป็นอย่างดี อาทิเช่น เทคนิคการพูดเพื่อดึงดูดให้ศิษย์มีความสนใจในบทเรียนมากขึ้น และยังเป็นการเสริมบุคลิกภาพเรื่องการพูดของตนเองเพิ่มมากขึ้นได้อีกด้วย
ขอขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ
อ่านแล้วได้รับประโยชน์มากเพราะได้รู้เทคนิคมากมายที่เกี่ยวกับการพูด ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับการประกอบอาชีพในอนาคตได้เป็นอย่างดี
ใช่แล้วค่ะอาจารย์ การพูดต้องมีการฝึกฝนต้องฝึกฝนให้เกิดความชำนาญถึงจะพูดได้ดี แต่นั้นก็ไม่ได้หมายถึง การที่เราพูดมาก คุยเยอะ คุยเก่ง จะเป็นการ ฝึกฝนเสมอไป แต่การพูดแบบให้หัวใจหรือการพูดแบบเอาใจใส่ เป็นการพูดที่ผูกมิตรได้มากเช่นเดียวกัน ไม่ว่าเราจะพูดกับใคร ในระดับใดก็ตาม หากเราใช้หัวใจ เอาใจใส่ในการพูดของเราและเอาใส่ใจในสิ่งที่อยากจะให้เขาฟังแค่นั้น ถือว่าเป็นการพูดที่ประสบผลสำเร็จแล้วประการหนึ่งค่ะ
****ใช้หัวใจเอาใจใส่การพูด คือ หลักการพูดอย่างจริงใจคะ *****
ใช่แล้วค่ะอาจารย์ การพูดต้องมีการฝึกฝนต้องฝึกฝนให้เกิดความชำนาญถึงจะพูดได้ดี แต่นั้นก็ไม่ได้หมายถึง การที่เราพูดมาก คุยเยอะ คุยเก่ง จะเป็นการ ฝึกฝนเสมอไป แต่การพูดแบบให้หัวใจหรือการพูดแบบเอาใจใส่ เป็นการพูดที่ผูกมิตรได้มากเช่นเดียวกัน ไม่ว่าเราจะพูดกับใคร ในระดับใดก็ตาม หากเราใช้หัวใจ เอาใจใส่ในการพูดของเราและเอาใส่ใจในสิ่งที่อยากจะให้เขาฟังแค่นั้น ถือว่าเป็นการพูดที่ประสบผลสำเร็จแล้วประการหนึ่งค่ะ
****ใช้หัวใจเอาใจใส่การพูด คือ หลักการพูดอย่างจริงใจคะ *****
คำพูดที่ดีหรือไม่ดีเกิดจากตัวเราเองแทบทั้งสิ้น ดังคำกล่าวที่ว่า "สำเนียงส่อภาษา กริยาส่อสกุล" และ "พูดดีเป็นศรีแก่ปาก แต่พูดมากระวังปากจะเป็นสี" หนูขอขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูงเลยนะค่ะ ที่ทำให้หนูได้รู้เทคนิคการพูดที่ดี เพื่อที่หนูจะสามารถนำไปใช้ประกอบวิชาชีพครูเพื่ออบรบสั่งสอนศิษย์ได้ในอนาคตค่ะ
ก่อนอื่นก็ต้องขอกราบขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูงนะคะ ที่ได้สละเวลาอันมีค่าเข้าร่วมสัมมนาทางภาษาไทยเพื่อเป็นวิทยากรในการให้ความรู้ ในหัวข้อ ศาสตร์และศิลป์แห่งการพูดเพื่อดึงดูดความสนใจเด็กวัยประถม และดิฉันรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่อาจารย์ได้ให้ความไว้วางใจให้รับหน้าที่เป็นผู้ช่วยวิทยากร
บทความนี้ เป็นบทความที่เป็นประโยชน์ต่อครูผู้สอนเป็นอย่างยิ่ง เพราะการเป็นครูที่รู้จักการใช้ศาสตร์และศิลป์ในการสอนนั้น ย่อมจะส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในการเรียนรู้ จากการกระตุ้นด้วยการใช้เทคนิคในการพูดเพื่อเร้าและดึงดูดความสนใจของผู้เรียน
ดังนั้น การใช้ศาสตร์หรือความรู้ที่จะถ่ายทอดออกมานั้น จะส่งผลให้ผู้เรียนเข้าใจสนใจหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับศิลป์ หรือการใช้เทคนิคในการพูด ที่จะถ่ายทอดออกมา บทความนี้จึงเป็นบทความที่ให้ความรู้และสร้างความตระหนักให้กับผู้อ่าน ในการพัฒนาปรับปรุงเทคนิคการพูดเพื่อดึงดูดความสนใจในการเรียนการสอนต่อไป
นางสาว สุดารัตน์ สุริยะวงษ์ รหัส 51181037 ท51.ค5.1
บทความนี้เป็นบทความที่ดีมากค่ะ อ่านแล้วได้รับความรู้และเป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคนที่อยู่ร่วมกันในสังคมนี้การพูดถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง เชื่อว่าทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านบทความของอาจารย์ทุกบทความ ทุกคนคงจะได้รับความรู้ที่นำไปใช้ได้จริงในการประกอบอาชีพ ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมและร่วมแสดงความคิดเห็น
นิเทศออนไลน์จะเกิดประโยชน์ถ้าคุณครูและผู้สนใจ
รักและใส่ใจการศึกษา เรียนรู้
จากการเข้ามาอ่านสื่อออนไลน์ของอาจารย์ รู้สึกว่าสิ่งที่ได้อ่านได้รับความรู้ที่สามารถนำไปใช้ในวิชาชีพครูได้ เพราะการสอนวิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ต้องใช้ความคิดทำให้เกิดความน่าเบื่อ ครูผู้สอนก็ควรมีเทคนิคการพูดเพราะดึงดูดความสนใจเด็กๆ การที่ได้อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่าการที่เราประกอบวิชาชีพครูนั้นเราจะต้องไปใช้ได้ในชีวิตจริงอย่างแน่นอนค่ะ ขอบคุณอาจารณ์ สำหรับนิเทศออนไลน์นี้ที่ให้ได้ศึกษาความรู้
บทความได้ให้ความรู้ และวิธีการใช้ ให้เหมาะสม สามารถนำไปใช้ในการไปทดลองสอนได้ การที่เราจะพูดได้ดี พูดได้อย่างมั่นใจนั้นจะต้องรู้จักฝึกฝนต้องฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ และบทความนี้ก็เป็นประโยนช์ต่อหนูอย่างมากเลยค่ะที่ได้อ่านและหนูจะนำความรู้นี้ไปใช้ค่ะ