วันที่สองก็เจอดี


โธ่!! อยากจะบอกให้เจ๊แกรู้ว่า ผมจะมีปัญญาไปแต่งมิเตอร์ได้อย่างไร เพิ่งขับเป็นวันที่สองเท่านั้นเอง อย่าว่าแต่จะแต่งมิเตอร์เลย แม้แต่กลไกภายในรถ ยังรู้ไม่หมดเลย

วันที่สองก็เจอดี           บุญช่วย  มีจิต

    วั

 

นแรกผ่านไปด้วยรายได้ที่ไม่ถึงกับติดลบ  เหลือบ้างนิดหน่อยก็เอาละ  มือใหม่อย่างเราจะเอาอะไรนักหนา  ทำให้มั่นใจมากขึ้น    วันที่สองเริ่มขึ้นเมื่อเกือบ 07.00 น.  ก็พอมีคนโดยสารอยู่บ้าง  เพราะยังอยู่ในช่วงปีใหม่  ถนนหนทางยังว่างโล่ง  แท็กซี่ก็ไม่ค่อยมีเท่าไร

หลังจากไปส่งผู้โดยสารขี้บ่น จอมดุ ที่วัดพระแก้วแล้ว ก็ตะลอน ๆ กลับถิ่นเก่า เข้าเพชรบุรีมุ่งสู่ประตูน้ำ จะออกคลองตัน                                                                                    

                 ตรงป้ายรถเมล์เยื้องโรงหนังเพชรรามาเดิม  มีคนโบกมือให้จอด  เป็นแม่ค้าบอกว่าให้ไปส่งคนป่วยที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เป็นชาย  2  คน หญิง  1 คน   ท่าทางเป็นคนบ้านนอกและมีอุปกรณ์ก่อสร้างด้วย บอกว่าคนผู้ชายคาดว่าจะเป็นพ่อ หรือสามีของผู้หญิง  เป็นโรคหัวใจแน่นหน้าอกมาก

                ผมก็มุ่งหน้าพาไปโรงพยาบาลเพชรเวชที่อยู่ใกล้ที่สุด  ระหว่างทางคนป่วยก็บ่นว่าจะตายหรือไม่ตาย  ร้องคลางฮือ ๆ ไปตลอดทาง  ท่างกลางคำปลอบใจของเพื่อน  ผมตกใจมาก  กลัวว่าจะเป็นอะไรในรถคงยุ่งน่าดู  วิ่งไปสักพักบอกว่า  ค่อยยังชั่วแล้ว  คราวนี้คุยใหม่  เปลี่ยนใจแล้ว  ไม่ไปเพชรเวช  แต่จะให้ไปส่งที่แม่กลอง 

                “ ถ้าจะเหมาไปแม่กลองจะไปไหม ? ”  ผู้เป็นภรรยาเอ่ยขึ้น

หัวใจผมพองโตมองเห็นเงินก้อน  เอ !!! ถ้าจะฟลุคละคราวนี้ แต่เนื่องจากความไม่ประสีประสา ไม่รู้จะคิดอย่างไร  ก็เลยถามว่า

                “ จะให้เท่าไร? ” 

                “จะเอาเท่าไรละ ? ”  เขาถามเชิงหยั่งเสียงดู

ผมไม่รู้ว่าแม่กลองไกลกี่กิโลก็เลยไม่รู้จะเรียกเท่าไร  ก็เลยถามประโยคเชย  ๆ  ว่า                                             “  มันไกลเท่าไร  ประมาณกี่กิโล ?”                                                                                                                               พวกเขาบอกว่า    

“ ถ้ารถไม่ติดก็ประมาณสามชั่วโมงไปกลับ”

“ งั้นขอค่าน้ำมันและค่าทางด่วน 1,000 ก็แล้วกัน  “   ผมบอก                                

“ โอ๊ย  แพงไป  700  ไปไหม?  เห็นแก่คนป่วยบ้างเถิด ”                                                                                         “ 800 ก็แล้วกัน  ผมพูดตัดบท “                                                                                                                                            เขาก็ตอบตกลง                                                                                                                                                                    เพราะเห็นแก่คนป่วยและด้วยวิญญาณของผู้ให้บริการ  ไปไหนไปกัน  ผมคิดในใจ

                เอาละซีวันที่สองก็เจอดีต้องขับออกต่างจังหวัดที่ไม่เคยไป  ก็ต้องลองเสี่ยงดู  ขณะนั้นเพิ่งจะเที่ยงกว่า ๆ นิดหน่อย  มีอะไรคคงแก้ไขได้น่า  ยังโชคดีที่รถไม่ติดมาก  ขับไปชั่วโมงกว่า ๆ ก็ถึงโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า  เป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดสมุทรสงครามยังไงนี่แหละ ที่ผมไปส่งก็ด้วยเข้าใจผิด  คิดว่าเป็นสมุทรสาครแค่มหาชัย  นี่ข้ามไปอีกจังหวัดหนึ่งเลยทีเดียว  ได้รับเงินมา  800  บาท  ออกมาเติมน้ำมันหมดไป  300 กว่าบาท  พักรับประทานอาหารกลางวัน (บ่าย 2 โมง)  ซื้อของฝากให้ที่บ้าน  เพื่อจะให้เซอร์ไพรส์อีกร้อยกว่าบาท           

 

 

-                   2 –

 

ก็มุ่งเข้ากรุงเทพวิ่งมาถึงมหาชัยก็มีคนโบกอีก   บอกจะมาลงแถวบางขุนเทียน บ๊ะ  อย่างนี้เขาเรียกว่า ฟลุ้ค  ไม่ต้องวิ่งตีรถเปล่าวิ่งฟรีกลับมา  คนโดยสารจะมาในเส้นทางที่เราต้องผ่านอยู่แล้ว 

               จะว่าเป็นโชคหรือซวยก็ไม่แน่ใจ  เพราะคนโดยสารท่าทางเป็นคนจีนวัยกลางคน กับลูกชายวัยรุ่น แกช่างบ่นเหลือเกิน

               “  มิเตอร์โกงหรือเปล่า  ทำไมขึ้นไวจังเลย “  เจ๊แกพูด

               “ คุณแต่งมิเตอร์หรือเปล่า ? ”   แกพูดไม่หยุดปาก

                พอถึงที่ลง  มิเตอร์ขึ้น  120  บาท  แกไม่ยอมจ่าย  โวยวายมาตลอดว่า  ผมโกงค่าโดยสาร

                “  ทุกครั้งฉันขึ้นมาเพียง  80 บาทเท่านั้น นี่ทำไมมันจึงแพงจัง คุณต้องแต่งมิเตอร์แน่  ๆ  “  แกพูดซ้ำ

                “ โธ่  !!   ผมก็ไม้รู้ซี  แต่ผมไม่ได้แต่ง มันก็ปกติ  ผมก็รับคนมาไม่รู้เท่าไรแล้ว ”  ผมตอบตามซื่อ

                “ ไม่รู้ละ  ฉันจะจ่ายแค่  80 บาทเท่าทุกครั้ง ”  แกยืนยัน  พร้อมยัดเงินแบ๊งก์ยี่สิบ  สี่ใบใส่มือผม

                เอ้า   ยอมก็ยอม  ดีกว่าไม่ได้เลย  โธ่!!   อยากจะบอกให้เจ๊แกรู้ว่า  ผมจะมีปัญญาไปแต่งมิเตอร์ได้อย่างไร  เพิ่งขับเป็นวันที่สองเท่านั้นเอง  อย่าว่าแต่จะแต่งมิเตอร์เลย  แม้แต่กลไกภายในรถ  ยังรู้ไม่หมดเลย   กดปรับกระจกอย่างไร  กดเปิดกระจกหน้าหลัง ปุ่มไหน  แต่ก็ไม่กล้ายืนยันกับเจ๊เขา   ถึงผมไม่ทำคนอื่นอาจจะทำก็ได้  เจ๊อาจจะเคยโดนมาหลายครั้งแล้วก็ได้  แต่ในใจก็เถียงว่าเป็นไปไม่ได้

            ข้ามสะพานแขวนมาตั้งใจจะออกบางนาเข้าถนนศรีนครินทร์ที่พอรู้จัก  แต่เข้าเลนผิดเลยกลายเป็นออกสุขุมวิท  เอาเถอะยังไม่เสียหลาย  เลี้ยวเข้าสุขุมวิท  103  วัดตะกล่ำ  ก็ออกได้เช่นกัน

วันที่ 2   ยังไม่หมดแค่นี้  ค่อย  ๆ  ตามมา  เรื่องราวจะเป็นอย่างไร

 

หมายเลขบันทึก: 473675เขียนเมื่อ 7 มกราคม 2012 00:41 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 มิถุนายน 2012 05:30 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี