ก็ยอมรับว่า ส่วนหนึ่งมาจากการที่เราอยู่ในสังคมทุนนิยม

ทำไมต้องขับแท็กซี่                 บุญช่วย มีจิต

     ก็

 

ใช้เวลานานพอสมควร  กว่าที่จะตัดสินใจได้เด็ดขาดว่าจะขับแท็กซี่เพื่อหาเงินลำไพ่                          ทั้งนี้เพราะเหตุว่า  ไม่ได้รับการสนับสนุนจากที่บ้านและคนรอบข้าง                                                        ไม่สนับสนุนอย่างเดียวยังไม่พอ  แถมคัดค้านอย่างรุนแรงอีกต่างหาก  เพราะเขาเป็นห่วงเราน่ะเอง       กลัวสารพัด   ซึ่งก็ควรจะกลัวอยู่หรอก  เพราะมีข่าวอยู่เนือง  ๆ ว่า  แท็กซี่ถูกจี้บ้าง  ถูกฆ่าชิงรถบ้าง   ถูกสิบล้อชนบ้าง

 แต่ผมกลับคิดว่า   มันคงจะไม่ทุกคนหรอกน่า    แท็กซี่มีเป็นหมื่น ๆ แสน ๆ คัน ก็ต้องมีบ้างหรอกน่า  คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วก็ไม่เท่าไรหรอก  ถ้าหากโดนเราก็นับว่าเป็นเรื่องของ “ บุญกรรม ”  ก็แล้วกัน

“ ทำไมต้องขับแท๊กซี่   ?  ”    เป็นคำถามที่หลาย  ๆ  คนถามบ่อย  ๆ

            “ เพราะอยากหาประสบการณ์ให้แก่ชีวิต ”

เป็นคำตอบข้อที่หนึ่ง

                “ อยากศึกษาชีวิตของแท็กซี่ว่าเป็นอย่างไร มีรายได้พอจะทำเป็นอาชีพเสริมได้หรือไม่ ? ”

เป็นคำตอบข้อที่สอง 

 ผมใฝ่ฝันมานานแล้วที่จะขับแท็กซี่หาลำไพ่ ถึงกับแอบไปทำใบขับขี่สาธารณะและบัตรประจำตัวคนขับไว้เป็นเวลาหลายปี

 และเคยคิดจะออกรถแท็กซี่ส่วนบุคคล ถึงขั้นไปขอจดทะเบียนจากกรมการขนส่งทางบกได้เลขทะเบียนมาแล้ว  กะว่าจะกู้เงินสหกรณ์มาดาวน์สักแสนสองแสนแล้วค่อยขับไปผ่อนไป  ไม่นานคงจะหลุดเป็นของเรา  แต่ถูกคัดค้านอย่างรุนแรงจากแม่บ้าน เพราะกลัวจะถูกยึดรถเอานะซี  เลยเลิกล้มความคิด

                "  อายุอานามก็ปูนนี้แล้ว  หูตาก็ไม่ดี  จะขับไหวหรือ "     เป็นคำพูดคัดค้านของแม่บ้าน

                "  จะขับเฉพาะกลางวันเท่านั้น "    ผมแย้ง

                "  งั้นไปเช่าเขาขับดูก่อน  มีประสบการณ์แล้วค่อยว่ากันทีหลัง "  เธอหลุดปากอนุญาตในวันหนึ่ง  เพราะทนผมเซ้าซี้ไม่ได้ 

จึงเป็นที่มาของแท็กซี่ซีเจ็ดในครั้งนี้

                เหตุผลประการสำคัญที่สุดที่ผมอยากขับแท็กซี่หาลำไพ่พิเศษ  ก็เพราะเหตุผลทางเศรษฐกิจ  ถึงแม้ว่าผมจะเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับเจ็ดก็ตาม  ถึงกระนั้นเงินเดือนสุทธิที่หักโน่นหักนี่แล้ว 

เหลือไม่กี่พันบาทเท่านั้นเอง

 มันจะพอที่จะเลี้ยงลูกสามคนซึ่งกำลังกินกำลังเรียน  และเมียหนึ่งซึ่งก็ทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวเงินเดือนไม่ถึงห้าพันบาท  ได้อย่างไร 

จริงอยู่ผมมีรายได้อย่างอื่นมาเสริมบ้าง  จากการสอนพิเศษบ้าง สอน กศน.บ้าง หรือแม้แต่เป็นตัวแทนขายประกัน  !!!

 

- 2 -

แต่ยังไม่พอกับค่าใช้จ่ายอยู่ดี  แถมยังมีหนี้สินนุงนัง  ก็เลยคิดว่า  ตัวเองยังมีมันสมอง กำลังวังชาก็พอไหว  การขับแท็กซี่ก็เป็นอาชีพที่สุจริต ไม่เห็นจะผิดและน่ารังเกียจตรงไหน  จะคอยรอให้รัฐบาลมาปลดหนี้ปลดสินให้  คงจะยาก  ดีแต่ออกข่าวกันครึกโครม  สำรวจแล้วสำรวจอีก  เกือบสิบปีแล้ว  ไม่เห็นมีอะไรคืบหน้า

เราก่อเองก็ต้องหาทางแก้ไขเอง

หากจะมีคำถามว่า  “ ทำไมต้องสร้างหนี้สร้างสินไว้มากมาย  ? ” 

มันเป็นการยากมากที่จะตอบให้เข้าใจด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยค  ก็ยอมรับว่า  ส่วนหนึ่งมาจากการที่เราอยู่ในสังคมทุนนิยม  ย่อมจะมีความอยากได้ใคร่ดี อยากมีอะไร ๆ เหมือนที่คนอื่นเขามี  เมื่อเรามีเรื่องใช้จ่ายมากก็ต้องพยายามหาให้มาก

                ตระเวนหาอู่ที่เหมาะสมอยู่เป็นเวลานานกว่าจะถูกใจ คือ ใกล้บ้านที่สุด  สะดวกที่สุด  เงื่อนไขดีที่สุด  ถึงแม้ว่าจะมีอู่รถอยู่เป็นจำนวนมากก็จริง  แต่ว่าแต่ละอู่ต่างก็มีเงื่อนไขที่หินมากจนรับไม่ได้ เช่น  จะต้องเช่าสองกะควบ  ในราคาวันละละ  750  บาท ให้รถมาอยู่กับเราตลอด  24 โชั่วโมง จะขับอย่างไรก็แล้วแต่  ขอให้มีเงินจ่ายวันละ  750  เป็นใช้ได้  แต่ผมต้องการขับเฉพาะกลางวัน  วันหยุดเท่านั้น  จึงรับเงื่อนไขนี้ไม่ได้

บางอู่ค่าเช่าไม่แพงมากนัก  เพียง  350 – 450  ต่อกะ แต่สภาพรถนั้นเหมือนเศษเหล็กวิ่งได้ รถเก่าซอมซ่อ  ถ้ารถใหม่เอี่ยมก็  700 ขึ้น  บางอู่ก็ ( หลอก ) ระบายรถเก่าออกไป  โดยให้เช่าซื้อ  เช่น ดาวน์ 20,000 – 100,000  บาท  แล้วผ่อนส่งวันละ  400  กว่าบาท สามปีรถก็เป็นของเรา  แต่เมื่อครบสามปีรถก็เกินกำหนดที่จะใช้เป็นแท็กซี่ได้เสียแล้ว  ต้องทำเป็นรถบ้านอย่างเดียว  แต่ผมก็ยังขับไม่ได้อยู่ดี เพราะขับทุกวันไม่ได้ ต้องการขับเฉพาะวันหยุดเท่านั้น  พูดง่าย ๆ ก็คือต้องการความอิสระจริง  ๆ คืออยากขับก็ขับ  อยากหยุดก็หยุด   แล้วอู่ไหนละจะให้ขับ  นอกจากอู่ที่มีรถจอดอยู่เฉย ๆ  ซึ่งอู่เช่นว่านี้  ต้องมาจากสองสาเหตุด้วยกัน  คือ                  หนึ่งสภาพรถแย่มากจนไม่มีใครกล้าขับ                                                                                    สองเงื่อนไขมหาโหดจนจนคนขับอยู่ไม่ได้

                ในที่สุด  ผมก็ไปพบอู่ที่เข้าสเป๊กทุกอย่าง  อยู่ไม่ใกลจากที่พักมากนัก  เพียงนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไป 10

บาทก็ถึงอู่แล้ว  มีรถจอดวันละหลายคัน  โดยเฉพาะเงื่อนไขหลัก คืออยากขับเมื่อไร  อยากหยุดเมื่อไรก็ได้  สภาพรถก็ไม่โทรมมากนัก   ผมจึงรีบวางมัดจำทันที                                                                                                        ต่อจากนี้ไปเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผมทั้งสิ้น ท่านที่สนใจโปรดตามมาได้เลย