ในช่วงที่ไม่ได้คิดไปข้างหน้าหรือไม่ได้คิดย้อนหลัง เราย่อมมีช่องว่างที่จะรับสิ่งดีงามเตรงหน้าได้ดียิ่งขึ้น ช่องว่างนั้นสามารถใช้เพื่อน้อมรับพระธรรมคำสอนได้เพิ่มขึ้น ความสงบสุขที่สัมผัสในวันนี้จึงเป็นความรู้สึกพิเศษที่จะเป็นกำลังใจในการเริ่มพัฒนาตัวเอง

ขณะที่หลายๆ คนกำลังจัดเตรียมการฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอย่างคึกคัก เราชวนกันไปนั่งชื่นชมความงดงามที่ธรรมชาติจัดสรรค์มาให้เพื่อเป็นของขวัญให้กับเราในวันนี้

เราไปนั่งดูนกอพยพกันที่ Sungei Buloh Wetland Reserve ซึ่งเป็นป่าสงวนชายเลนเล็กๆ ที่มีพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ ที่นี่ได้รับการประกาศให้เป็น Asian Heritage Park ตั้งแต่ปี 2003 มีสัตว์เล็กๆ อยู่ตามธรรมชาติมากมาย และที่นี่ก็ยังเป็นสถานที่พักพิงอาศัยของเหล่านกอพยพที่หนีหนาวมาจากทางเหนือในช่วงนี้

ฉันเองเชื่อว่าคงจะมีนกอพยพจำนวนไม่น้อยที่ตัดสินใจพำนักอยู่ที่นี่เลยหลังจากฤดูหนาวสิ้นสุดลง เพราะความอุดมสมบูรณ์ในด้านอาหารและความรู้สึกในความปลอดภัย สงบ สบาย....เหมือนใครบางคน และใครบางคนที่ว่าก็กำลังนั่งนิ่งๆ ปล่อยความคิดบินไปแสนไกลในตอนนี้

ที่ Sungei Buloh Wetland Reserve มีที่กำบังให้นั่งชมนกเป็นกระท่อมไม้แข็งแรงหลายหลัง เรานำอาหารกลางวันไปนั่งทานกันอย่างเอร็ดอร่อย ข้าวผัดธรรมดาๆ ที่มีเครื่องปรุงรสคือ มิตรภาพ ความสงบ และความงดงามของสิ่งมีชีวิตรอบตัว

เป็นครั้งแรกที่ฉันมาที่นี่เพื่อดูนกในฤดูอพยพ มีคนแซวมาว่าพวกเขาอพยพหนีหนาวลงมาที่นี่หรือเขามาเที่ยวรับปีใหม่ ฉันลืมถามนกดู...

ขณะที่กำลังนั่งรื่นรมย์อยู่ในท่ามกลางฝูงนกนับพันตัวที่นั่น พี่ชายฉันส่งข้อความมาถามว่าวันนี้จะไปแอ่วที่ไหน ฉันตอบกลับไปว่ากำลังสุขีในบรรยากาศนั้น มีข้อความตอบกลับมาว่า "ขอให้ได้รับความอิจฉาจากคนที่เชียงใหม่"

นั่นสินะจะไม่ให้ใครเขาอิจฉาได้อย่างไร แทบตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่น สิ่งที่ฉันใส่ใจคือฝูงนกที่อยู่เบื้องหน้า นั่งดูพวกเขาอาบน้ำ หาอาหาร หยอกล้อกัน บ้างก็นั่งหลับ ยืนหลับ บินวนไปมา แล้วกลับมาที่เดิม ฉันดื่มด่ำกับภาพที่อยู่ตรงหน้า จนมีความรู้สึกว่าในวันนี้ ความคิดที่ผ่านเข้ามาในสมองคงต้องน้อยกว่า 60,000 ความคิด ดังในงานวิจัยเป็นแน่แท้ ต่างจากวันเวลาอื่นๆ ที่ไม่ค่อยได้จดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเพียงอย่่างเดียว ฉันรู้สึกถึงความผาสุกและสมาธิที่มีในระหว่างการถ่ายภาพ ท่ามกลางความสงบนั้น

นี่หรือเปล่าคือสิ่งที่เรียกว่า...สุขในปัจจุบันขณะ?

นึกถึงคำสอนของพระพุทธองค์ในภัทเทกรัตตสูตร พระสูตรที่ทรงแสดงต่อพระภิกษุสงฆ์ที่พระวิหารเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกเศรษฐี ที่พระมหากัจจายนะได้เมตตาอธิบายขยายความให้พระภิกษุอื่นได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นจนพระพุทธองค์ได้ทรงแต่งตั้งให้พระมหากัจจายนะให้เป็นเอตทัคะ ผู้อธิบายเนื้อความย่อให้พิสดาร

บุคคลไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงแล้ว
ไม่ควรมุ่งหวังสิ่งที่ ยังไม่มาถึง
สิ่งใดล่วงไปแล้ว สิ่งนั้นก็เป็นอันละไป แล้ว
และสิ่งที่ยังไม่มาถึง ก็เป็นอันยังไม่ถึง
ก็บุคคลใดเห็นแจ้งธรรมปัจจุบันไม่ง่อนแง่น
ไม่คลอนแคลน ในธรรมนั้นๆ ได้
บุคคลนั้นพึงเจริญธรรมนั้นเนืองๆ ให้ปรุโปร่งเถิด
พึงทำความเพียรเสียในวันนี้แหละ
ใครเล่าจะรู้ความตายในวันพรุ่ง เพราะว่าความผลัดเพี้ยน
กับมัจจุราชผู้มีเสนาใหญ่นั้น ย่อมไม่มีแก่เราทั้งหลาย
พระมุนีผู้สงบย่อมเรียกบุคคลผู้มีปรกติอยู่อย่างนี้ มีความเพียร
ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืน นั้นแลว่าผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ ฯ

ภัทเทกรัตตสูตร พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๔  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์

ในช่วงที่ไม่ได้คิดไปข้างหน้าหรือไม่ได้คิดย้อนหลัง เราย่อมมีช่องว่างที่จะรับสิ่งดีงามตรงหน้าได้ดียิ่งขึ้น ช่องว่างนั้นสามารถใช้เพื่อน้อมรับพระธรรมคำสอนได้เพิ่มขึ้น ความสงบสุขที่สัมผัสในวันนี้จึงเป็นความรู้สึกพิเศษที่จะเป็นกำลังใจในการเริ่มพัฒนาตัวเอง หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลค่ะ แต่หากเริ่มตอนนี้ มันก็คืออีกก้าวที่ใกล้เข้าไปค่ะ เพราะอย่างที่ในพระสูตรกล่าวไว้...พรุ่งนี้อาจไม่มีมาถึงก็ได้...

เก็บภาพความผาสุก สงบ งาม ผ่านเลนส์มาฝากทุกท่านในวันนี้ค่ะ

ขอให้วันนี้เป็นวันเริ่มต้นปีที่งดงาม สงบ สุขในปัจจุบันขณะ และเป็นวันดีดี วันที่มีอิสระในการพัฒนาตัวเองของทุกๆ ท่านค่ะ

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

 

ด้วยความนอบน้อม...

....

ปริม ทัดบุปผา

สิงคโปร์

๑ มกราคม ๒๕๕๕