วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔
วันนี้พี่น้อง ๓ คนนัดหมายกันไปเยี่ยมแม่ที่บ้านนครนายก พร้อมลูก-หลาน สามีรับหน้าที่ซื้อของประเภทนมและเครื่องดื่มไปฝากแม่ พร้อมทั้งของจำเป็นที่ต้องใช้ในครัวไปฝากน้องสาว ดิฉันและสามีไปพร้อมลูกชายคนเล็ก เราตั้งใจจะออกเดินทางแต่เช้า ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ตอน ๐๖ น. แต่กว่าจะได้ออกเดินทางจริงก็เกือบ ๐๘ น.
ดิฉันรับหน้าที่คนขับรถ เราออกไปทางถนนกาญจนาภิเษก เข้าถนนรังสิต-นครนายก รถยังไม่มาก เข้าเขตจังหวัดนครนายก ที่เกาะกลางถนนมีต้นไม้ดอกสีเหลืองบานสะพรั่งสวยงาม ไม่มีโอกาสได้ถ่ายภาพไว้ (เพราะขับรถ) ใช้เวลาประมาณ ๑ ชม. ๔๐ นาทีก็ถึงบ้าน แม่นั่งคอยอยู่แล้ว
| ทิวทัศน์ท้องทุ่งนา |
ชาวนาเกี่ยวข้าวกันหมดแล้ว มองเห็นทิวเขาไกลๆ ทิวทัศน์สวยงามเช่นเคย น้องสาวจัดการให้คนมาตัดหญ้าและต้นไม้ที่ตายจากน้ำท่วมไปได้บางส่วน เราเข้าไปดูต้นมะม่วงน้ำดอกไม้ที่เหลืออยู่ต้นเดียว พบว่าออกลูกเล็กๆ เต็มไปหมด เป็นที่สงสัยกันว่าต้นนี้รอดได้อย่างไร เราเลือกมะพร้าวน้ำหอมมาชิม ๓ ลูกจาก ๒ ต้น ปรากฏว่ามะพร้าวเริ่มแก่ หามะพร้าวอ่อนไม่ได้เลย มีต้นกล้วยที่แทงยอดขึ้นใหม่หลายต้น
|
มะม่วงน้ำดอกไม้ ที่รอดตายจากน้ำท่วม
|
| สภาพภายในสวน |
น้องชายคนเล็กพร้อมครอบครัวเดินทางมาถึง ซื้อผลไม้และขนมมามากมาย แม่เริ่มบ่นว่าทำไมพี่สาวคนติดกันกับดิฉันยังมาไม่ถึงสักที เข้าถูกทางหรือเปล่า แม่ก็บ่นไปตามประสาคนแก่ สักพักพี่สาวพร้อมลูกสาวคนเล็กและหลานชายก็มาถึง
วันนี้น้องสาวที่อยู่บ้านนครนายกกับแม่เตรียมทำห่อหมกปลาช่อนให้พวกเรากิน ตำน้ำพริกแกงครกใหญ่ ปลาช่อนตัวใหญ่รวมแล้วเกือบ ๒ กก. ดิฉันซื้อผักที่จะใส่ห่อหมกมาจากกรุงเทพฯ พี่สาวเอาใบตองและใบยอมาด้วย กะทิสำหรับใส่ห่อหมกมาจากมะพร้าวน้ำหอมที่แก่แล้ว จึงมีกลิ่นหอมน่ากิน
| เครื่องปรุงห่อหมก | ของแต่งหน้า |
เราคนกะทิและเนื้อปลาให้เข้ากันอยู่นาน ใส่ไข่ไก่ไป ๒ ฟอง และน้ำพริกแกง โดยมีพี่สาวทำหน้าที่ปรุงรสและชิมจากน้ำเครื่องแกงที่นึ่งสุก จนได้รสชาติที่ทุกคนพอใจ เราจัดแจงทำต่อ พี่สาวคนรองของครอบครัว น้องสะใภ้ รับหน้าที่เตรียมใบตองและไม้กลัด พี่สาวตักปลาและเครื่องแกงใส่ห่อ ดิฉันทำหน้าที่ห่อ น้องชายคนเล็กเป็นคนนึ่ง ห่อหมกวันนี้จึงอร่อยเป็นพิเศษเพราะหลายคนช่วยกันทำอย่างมีความสุข
| เตรียมห่อ | สุกแล้ว |
เมื่อห่อหมกทยอยสุก ทุกคนก็ไม่รอช้า ตักข้าวมากินกันทันที แต่ละคนกินกันไปหลายห่อ คุ้มกับที่ไม่ได้ทำกินเองมานาน
พอแดดร่ม ลมแรงได้ที่ เราพากันไปตกเบ็ดที่บ่อปลาที่น้องชายเลี้ยงไว้ ๒ บ่อ ตั้งใจจะเอาปลาตะเพียนสัก ๓-๔ ตัวเพื่อทำต้มเค็ม ปลาตัวแรกที่กินเบ็ดกลายเป็นปลายี่สกตัวเขื่อง น้องชายบอกว่าปลาตัวนี้ยังโตได้อีกเราจึงปล่อยไป ปลาตะเพียนที่ตกได้มีทั้งตัวโตและตัวขนาดกลางๆ ไม่ค่อยกินเบ็ด คงเพราะไม่ค่อยหิวเนื่องจากในบ่อมีกุ้งฝอยอยู่มาก ปลายี่สกยังมากินเบ็ดอยู่เรื่อย ต้องปล่อยกลับลงบ่อไปทุกครั้ง ปลานิลตัวขนาดพอเหมาะพอดีก็มากินเบ็ดด้วย
เมื่อได้ปลาตะเพียนพอแล้ว เราย้ายไปตกเบ็ดปลาหมอ (กลม) ซึ่งเป็นปลาตามธรรมชาติอีกบ่อหนึ่ง ได้มาหลายตัว ปลาหมอตัวเหลืองน่ากิน เรายังสั่งซื้อปลาช่อนกับบ้านญาติใกล้ๆ กันที่เขากำลังวิดบ่อในท้องนา ขอซื้อปลาช่อนตัวใหญ่ๆ ๗ ตัว (กิโลกรัมละ ๗๐ บาท ที่ได้มารวม ๗ กก.กว่า)
| ปลาตะเพียน | ปลาหมอ (กลม) และปลานิล |
ลูกสาว ลูกเขย พร้อมหลานตัวน้อยขอกลับกรุงเทพฯ ไปก่อน ลูกชายคนเล็กจึงไปพร้อมกัน ทั้งทีมแวะกินอาหารเย็นที่บ้านของเราที่กรุงเทพฯ หลานชายไม่อยากกลับเพราะเห็นเพื่อนรุ่นพี่ (ลูกของหลานสาว) ยังเล่นอยู่ แต่ก็ง่วงเต็มแก่ พ่อ-แม่จึงต้องล่อด้วยขวดนม ขึ้นรถแล้วก็หลับไปได้ตลอดทาง
ตกเย็นก็ถึงเวลาอาหารอีกมื้อ หลานสาวทำน้ำพริกปลาร้าที่ใส่ปลาดุกอุยเอาไว้ให้ เราเก็บยอดมะระข้างบ้านและเอาผักที่เหลือจากการทำห่อหมกมากินกับน้ำพริก ในขณะที่น้องสาวก็จัดการปลาสดทั้งหลายให้พร้อมสำหรับทำให้สุก
เราทำปลาตะเพียนต้มเค็ม ๒ หม้อ (ของบ้านดิฉันและพี่สาว) ปลาช่อนหั่นเป็นชิ้นใหญ่ๆ ทอดให้เหลืองเอากลับกรุงเทพฯ พี่สาวจะเอาไปต้มกับผักกาดดอง บ้านดิฉันจะเอาไว้แกงส้มผักรวม ส่วนน้องชายเอาไปสดๆ ทั้งตัวเพื่อฝากแม่ยาย
พี่สาวคนติดกันพร้อมลูกสาวและหลานกลับกรุงเทพฯ ไปก่อน ดิฉันและครอบครัวของน้องชายรอกินเมนูสุดท้ายคือปลาหมอย่างทั้งเกล็ด อร่อยมากเพราะปลากำลังมัน ทำให้คิดถึงสามีของเพื่อนอาจารย์ที่รามาธิบดีที่เป็นชาวอีสานและเคยมาบ้านแม่แล้วชอบกินปลาหมอแบบนี้ หลังน้ำท่วมปีนี้มีเรื่องดีอย่างเดียวคือปลาเยอะมาก
| สวนก่อนค่ำ |
ดิฉันออกเดินทางจากบ้านแม่ในเวลาประมาณ ๑๙.๓๐ น. ใช้เวลาพอๆ กับขาไปก็ถึงบ้านที่กรุงเทพฯ ทุกครอบครัวกลับถึงบ้านของตนเองโดยสวัสดิภาพ คืนนี้กว่าจะหลับได้ก็ดึกแล้ว ตอนเที่ยงคืนมีเสียงพลุดังสนั่นไปหมด
วัลลา ตันตโยทัย
สวัสดีปีใหม่ 2555 ขอให้คุณพ่อน้องซอมพอและครอบครัวมีความสุขเช่นกันนะคะ
ภาพวาดนี้คงเป็นฝีมือของน้องซอมพอใช่ไหมคะ วาดได้เก่งจริงๆ ขอให้โตเร็วๆ และเก่งๆ ทุกเรื่องนะคะ
สวัสดีปีใหม่ใจสดใส
หมดทุกข์โศกโรคภัยไร้หม่นหมอง
ปรารถนาสุขสิ่งใดให้สมปอง
พรสนองทุกทิวาราตรีกาล
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๕ ขอส่งความสุขแด่คุณนงนาทเช่นกันค่ะ