สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๕ , 2012 ... "สวัสดีปีใหม่ค่ะทุกๆท่าน"
บันทึกแรกแห่งปีสองพันห้าร้อยห้าสิบห้า ที่มีทีท่าว่าคนบันทึกจะแก่ขึ้นไปอีกปี ขอบคุณวันนี้ที่ยังมีลมหายใจอยู่ ควรรู้คุณค่าของการมีลมหายใจ เก็บบันทึกไว้แทนความทรงจำที่ดีๆกับหนึ่งชีวิตที่เกิดมาเป็นคน มีครอบครัวที่มีความสุข มีบ้างขาดๆเกินๆก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะมันเป็นไปตามธรรมชาติและโชคชะตา ฟ้าลิขิตไว้ ... ว่าต้องเป็นไปตามกรรม กรรมดี กรรมชั่ว อยู่ที่ตัวเองกระทำ ... สาธุ ...
เรื่องของเมื่อวานนี้วันสิ้นปีเก่า หยุดทำงานสักเล็กน้อยจะไปชวนเพื่อนเดินเล่น สิบโมงครึ่งไปรับป้อมที่บ้านหาดใหญ่ใน ป้อมชวนเอาขนมลูกชุบไปให้เพื่อนอ๋องข้างๆสถานีรถไฟหาดใหญ่ 
จากนั้นก็เดินทางต่อไปสงขลาไปหาพี่น้อย วาดฝันเอาไว้คือหาอะไรกินเล่นก่อนแล้วจะไปเดินเล่นชายทะเล ไปถึงบ้านพี่น้อย ถนนรามัน ในตัวเมืองสงขลา ... เจ้าของบ้าน บ้านนี้กำลังล้างบ้าน ขัดล้างลานบ้านกันยกใหญ่ บอกว่า ปีใหม่ทั้งทีล้างบ้านสักหน่อย
เราจึงคอยเจ้าบ้านโดยเดินออกไปบ้านข้างๆขายขนมจีบ ก๋วยเตี๋ยวหลอด กระเพาะปลาและข้าวผัดนานา ชื่อเมนูออกจะน่ากินทั้งน้าน

เราจึงสั่ง "ขนมจีบ"
กับ "ก๋วยเตี๋ยวหลอด"
มากินกัน ซื้อมาหลายจะได้แบ่งกัน เจ้าของบ้านนั้นสามคน ส่วนเราเป็นแขกแบบไม่ต้องเชิญก็มาอีกสามคน ขนมจีบนั้นขาย 10 ชิ้น 40 บาท ส่วนก๋วยเตี๋ยวหลอด 2 ชิ้น 35 บาท จึงสั่งมาอย่างละ 3 ชุด หุ หุ เกรงไม่พออ้วนอิ่ม...ในราคา 225 บาท
กินไปนั่งมองเจ้าของบ้านล้างลานบ้าน จู่ๆฝนก็ตกซะนี่ ทั้งที่เมื่อตอนสายๆ อากาศยังแจ่มดี
จึงต้องเก็บเก็บของกินเข้าบ้าน ... มองลอดช่องหัวใจ ... ที่ตรงนี้แหละ ที่นั่งกินกันมื้อกี้
พักใหญ่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตก ขนาดน้องหมาน้อย ตัวยักษ์ ยังชักจะเซ็ง เหมือนว่าไม่ชอบเลยน๊าฝนตกนี่ เจ้าหมูหวาน หมูหยอง และ หมูตุ๋น  ... ที่ถ่ายภาพได้เท่านี้ เพราะละอองฝนกระเช็น เราจึงถือกล้องแล้วยื่นมือออกไปทางช่องหัวใจนั่น
จนบ่ายสองโมงกว่า ฝนเริ่มเบาบาง สร่างซา ไม่ใครไปชายทะเลกับเราเลย พี่น้อยชวนว่าไปกินส้มตำกันม่ะ ..ไปก็ไป แต่ไม่ค่อยหิวเท่าไร ก็ขนมจีบนั่นไง อิ่มแท้ๆ
จึงชวนกันเดินไปร้านส้มตำใกล้บ้านพี่น้อยท้ายซอยถนนรามัน แต่ว่าฉันลืมหยิบกล้องไป ก็มิเป็นไร ไม่ค่อยถูกใจ อย่างครั้งแรกที่ไปกิน อาหารคุณภาพเปลี่ยนไป ลูกชายพี่น้อยสั่งคอหมูย่างแต่กลับกลาย ได้มันหมูย่างมาแทน สงสัยเนื้อหมูแพง อย่างอื่นก็ไม่ค่อยดี ที่เปรี้ยวจิ๊ดแจ่มจัด คนที่ชอบลาบหมูอย่างพี่จามยังต้องถอยหนี เปรี้ยวดีจริงๆแต่กินไม่ไหว ... หกคน 550 บาท กับรสชาติที่ต้องถอยหนี ...
แวะร้านข้าวเกรียบกุ้งสงขลา เพื่อนโอ๋ฝากมาว่าให้ป้อมช่วยซื้อหน่อย ...เจ้าของร้านบอกว่า ข้าวเกรียบกุ้งอย่างดี ถุงนี้ 100 บาท  โอ้ ...ว้าว! 2 ขีดกว่า สรุปว่าโลละ เกือบๆ 500 ...
เดินย้อนกลับมาบ้านพี่น้อย ขอหน่อยไหนๆก็ไม่มีภาพสาวงามเดินชายหาดสมิหลา ขอเก็บภาพ "มอส กับเฟิร์น" ข้างๆกำแพงบ้าน บ้านอย่างโบราณ ที่ทำกำแพงด้วยอิฐดินปั้น คลาสิคมากมาย 
มอส ข้างกำแพง มองผ่านเลนส์ แล้ว น่าตื่นเต้นดี เหมือนภูเขาสูงต้นไม้น้อยใหญ่เขียวขจี 
ภาพนี้ก็ มอส ...เจ้ของบ้านคงขัดถูกันไม่หวาดไม่ไหว งอกงามมานานนมแล้ว ไม่ต้องขัดออกหรอกงามดี ... บ้านๆเรียกว่า "ขี้ไคล"

ภาพนี้ก็มอส มองใกล้แบบผ่านเลนส์ก็แปลกตาไปอีกแบบ แจ่มๆกว่ามองด้วยตาเปล่า

ส่วนด้านนี้ ... ต้นโพธิ์ หรือต้นไทร ยังเล็กจิ๋ว แยกไม่ออกบอกไม่ถูก เอาเป็นว่า สดชื่นดีแท้
เดินสำรวจจังบ้านเพื่อนนิไม่ใช่บ้านเอง... จนพี่ต๋อย ออกปากถาม ไอ้รีไปไหนนิ 
เสียงตอบจากพี่น้อย ...โน้นมันถ่ายรูป ขี้ไคลอยู่หลังบ้าน หุ หุ ...
เดินต่อมุดเข้าไปหลังบ้านมีช่องทางเดินไม่กว้างมาก

 

เจอผนังที่ปูด้วยกระเบื้องที่มีรอยแตกรอยเจาะ มี "ต้นเฟิร์น" งอก ว้าว! เท่จัง อย่างใครจับมาวางช่างสร้างสรรค์จริงๆ คุณธรรมชาติ คุณคือดีไซเนอร์ตัวจริง :D
ขอบคุณมิตรภาพที่แสนดีที่คบกันมาเนินนานมิแปรเปลี่ยนไป
ขอบคุณสรรพสิ่งรายรอบตัวที่มองไปแล้วยิ้มได้ ...แต่เพื่อนบางคนบอกว่ามันบ้า
ขอบคุณทุกๆท่านที่แวะมาเยี่ยมชม อ่านเรื่องราว ขอบคุณค่ะ
สุขสันต์วันดีวันปีใหม่เทอญ ^^
................................