เร่มคิดสงสัยว่าทำบุญครั้งเดียวเหตุใดจึงได้บุญมาก "เออ ซิได้บุญช่วงก่อนทำ กำลังทำ และทำแล้ว"

(ตอนที่ 12) 

พุทธทำนายความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล 

โสภณ เปียสนิท

..............................................

“ลุงเห็นว่าควรทำอย่างไรดี” ลุงหัวเราะเบาๆ “ทำอย่างไรก็ได้ แค่เอาตัวเองให้รอดก็พอ” “อ้าว ลุง ไม่ต้องห่วงคนอื่นมั้งหรือ” ผมแสดงความเห็นค้านทีเล่นทีจริง “ช่วยได้ก็ดีซิ แต่ว่า สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม เคยได้ยินคำนี้หรือเปล่า พุทธพจน์เชียวนะ” ลุงยกพุทธพจน์ขึ้นนำหน้า ผมทบทวนตาม “สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม หมายความว่า....” “ก็หมายความว่า ไม่ว่าเราจะช่วยสัตว์โลกให้มากอย่างไร เขาก็จะไปตามทางของเขาอยู่ดี” “เราไม่ต้องช่วยเขาบ้างหรือครับ” ผมแสดงความเห็นต่าง “ก็ควรช่วยบ้างตามโอกาสอันควร แต่ต้องทำใจไว้ก่อนตามพุทธพจน์ที่ว่ามา” “เพื่อสิ่งใดกันครับลุง” “เพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นทุกข์ทีหลัง หลังจากช่วยเขาแล้ว แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่วาดหวังไว้

 

“แต่ไม่ได้หมายความว่า พระพุทธพจน์สอนให้เราไม่ต้องช่วยใคร” ผมยังข้องใจกับคำอธิบายของลุง “ช่ายแล้ว ต้องช่วยผู้อื่นตามกำลังของเรา ช่วยแล้วก็ทำใจให้สบาย ไม่เดือดร้อนเมื่อพวกเขา ไม่เชื่อฟังคำของเรา ไม่ปฏิบัติตาม” “เมื่อคนทั่วไปไม่ทำตามคำสอนของพระพุทธองค์ที่เรานำมาบอก เราช่วยเขาแล้วจะได้บุญหรือไม่” ผมเกิดข้อสงสัยเกรงว่าขวนขวายช่วยเหลือเพื่อนพ้องทั่วไปแล้ว หากเขาไม่ทำตาม เราจะได้บุญหรือไม่ ลุงตอบแบบไม่ต้องคิด “ได้บุญมาแล้วตามลำดับ คิดจะช่วยก็ได้บุญไปแล้ว ช่วยไปแล้วจริงๆ ก็ได้บุญอีก หลังการช่วยเหลือแล้วดีใจปลื้มใจก็ได้บุญอีก”

 

เริ่มคิดสงสัยว่า ทำบุญครั้งเดียวเหตุใดจึงได้บุญมาก “เออ ซิ ได้บุญช่วงก่อนทำ กำลังทำ และทำแล้ว” “สังเกตได้อย่างไรว่าได้บุญ” ผมยังตั้งข้อสงสัยให้ลุงตอบ “ก็ตอนที่เราปลื้มใจนั่นแหละ” “อย่างนี้คนทำบุญแล้วไม่ปลื้มใจก็เสียเปรียบซิ” ผมสงสัยอีกจนลุงมองหน้า เป็นเชิงต่อว่า “แหม ไอ้หมอนี่ช่างสงสัยจริง” แต่ลุงไม่ได้พูด “ก็นั่นนะซี ดังนั้นเวลาทำบุญแล้วต้องทำอย่างไร” “ก็ปลื้มใจซิครับ” “ไช่อีก ส่วนจะทำอย่างไรให้ปลื้มนั้นไปคิดเอาเอง” “อ้าว...” ผมร้องอ้าวยาวเกินไปจนลุงกล่าวต่อ “ก็แค่ให้ความสำคัญแก่บุญ รักบุญ เชื่อในบุญ ดีใจที่ได้ทำบุญ แค่นั้นเอง ง่ายไหมคราวนี้” “ครับง่าย แต่ว่า...” “ไม่ต้องแต่แล้ว กลับไปลองทำดู คิดดูก็แล้วกัน” “ครับ” ผมรับคำทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่ อย่างไร