คำผู้ไทหลายๆคำจะมีเสียงวรรณยุกต์ที่อยู่ระหว่างเสียงโทกับเสียงตรี ซึ่งเทียบได้กับเสียงวรรณยุกต์ของคำเหล่านี้คือ ฮํก มัก คับ รักซึ่งผู้เขียนจะขอใช้รูปวรรณยุกต์้ โทตามด้วยรูปวรรณยุกต์ตรีเช่นคำว่าหมี้ ๊

  คำว่า หมี้ ๊ หมิได้ ๊เด้าะ ในภาษาผู้ไท  หมายถึง ไม่ ไม่มีดอกไม่ได้แปลว่ามี   ถ้าหากมีจะพูดว่าได้ ๊ยู่

          มีเรื่องเล่าว่ามีพี่น้องไทอิสานมาซื้อสิ่งของตามบ้านชาวผู้ไทแล้วก็ถามว่ามีสิ่งของที่เขาต้องการขายให้เขาไหม เจ้าของบ้านซึ่งเป็นผู้ไทก็เลยตอบว่าหมี้ ๊หมิได้ ๊เด้าะ ผู้มาขอซื้อก็นั่งรอ รออยู่นานแล้วก็ไม่ได้ของที่ต้องการสักทีก็เลยถามเจ้าบ้านว่าของที่ว่ามีได้นั้นทำไมไม่เอามาขายให้สักทีหละ เจ้าของบ้านก็เลยบอกว่าหมิได้ ๊ๆ  คนซื้อก็เลยว่าแล้วทำไมพูดว่ามีล่ะ เจ้าของบ้านต้องพูดเป็นไทยอิสานให้ฟังคนซื้อถึงได้เข้าใจ

          คำว่าหมี้ ๊ในภาษาผู้ไทจะพ้องกับคำว่ามิในภาษาไทยกลางซึ่งหมายถึงไม่ แต่คนฟังคิดว่าพูดว่ามี

          คำว่า หมิ ในภาษาผู้ไทหมายถึงไม่

          คำว่า ได้ ๊ ในภาษาผู้ไทหมายถึงมี

          คำว่าเด้าะในที่นี้เป็นคำสร้อยไม่มีความหมายว่าอย่างไร

          คำว่ายู่ในคำว่าได้ ๊ยู่ เป็นคำสร้อยเช่นกันไม่มีความหมายแต่อย่างใด

          แต่ถ้าพูดว่ายู่เฮิ่น ยู่ในคำนี้จะหมายถึงอยู่ ยู่เฮิ่นหมายถึงอยู่เฮือน หรืออยู่บ้าน

       ภาษาผู้ไทวันละคำสำหรับวันนี้ก็มีแต่เพียงเท่านี้ค่ะ

       ขอบคุณที่เข้ามาอ่านคะ่