ปิดยาว ๓ วัน ๓ - ๕ ธ.ค. ๕๔ ผมได้ตากอากาศอยู่กับบ้าน เพราะลมหนาวพัดมาปกคลุมทำให้อากาศ เย็นสบายตลอดวัน แม้ตอนบ่ายอุณหภูมิจะขึ้นไปถึง 30º C
นานหลายปีแล้วที่ผมไม่มีโอกาสได้ปูเสื่อนอนที่สนามหน้าบ้าน ปีนี้ได้นอนหลายวัน ได้นอนดูฟ้า ดูต้นไม้ ฟังเสียงนกร้อง ดื่มด่ำธรรมชาติ และรำลึกถึงความหลังที่บ้านหลังนี้ เสียดายที่ตอนนี้ท้องฟ้าไม่มีเมฆ ขาดความงามของเมฆไปอย่างน่าเสียดาย เขาคงจะตกลงมาเป็นฝนจนหมดแล้ว และเวลานี้น้ำก็ยังท่วมรอบๆ กรุงเทพอีกหลายแห่ง ข่าวว่าต้องรอจนสิ้นปีน้ำจึงจะหมดไป สภาพเช่นนี้เกิดจากการจัดการน้ำในภาพรวมผิดพลาดหรือเปล่า?
ที่จริงผมได้ปูเสื่อนอนอ่านหนังสือที่สนามหญ้าหน้าบ้านก่อนปิดยาวนี้หลายวัน โดยได้อานิสงส์จาก น้ำท่วม ทำให้นัดต่างๆ งดไปประมาณสองในสาม
การได้นอนดูฟ้ารับผัสสะจากธรรมชาติเช่นนี้ ทำให้ผมตระหนักว่า ตามปกติผมสัมผัสส่วนต่างๆ ของบ้านจากแนวระนาบเท่านั้น เมื่อสัมผัสในแนวตั้ง จากการนอนราบกับดิน มองขึ้นไปบนท้องฟ้า มันเป็นอีกผัสสะหนึ่งที่ผมไม่ค่อยได้สังเกต ผมได้เห็นว่าในระบบนิเวศน้อยๆ ในสวน มีชีวิตที่ดำเนินไปมากมาย หลากหลายเรื่องราว ที่ตามปกติผมไม่รับรู้ แต่เมื่อนอนดูฟังและสัมผัสด้วยใจ ผมรับรู้ธรรมชาติรอบตัวอีกหลาย เรื่องราว สติบอกผมว่าในสมมตินี่คือบ้านของผม แต่ในนิยามของระบบนิเวศผมไม่ใช่เจ้าของผูกขาดระบบ นิเวศนี้ ยังมีชีวิตอีกมากมายที่ร่วมเป็นเจ้าของ ชัดเจนว่า ต้นไม้น้อยใหญ่เป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศนี้
ต้นไม้เหล่านี้ผมเป็นผู้ปลูกเองทั้งสิ้น ยกเว้น ๕ ต้นที่ติดมากับบ้าน คือต้นนนทรี กับต้นหางนกยูงที่หน้าบ้าน ต้นปีบ ๒ ต้นหลังบ้าน และต้นแสงจันทร์ทางทิศตะวันออกของบ้าน ผมนอนดูต้นปาล์มน้ำพุอายุกว่าสิบปี ที่เวลานี้สูงกว่าหลังคาบ้าน ผมตั้งใจปลูกด้านทิศตะวันตกเพื่อบังแดดบ่าย เวลานี้ได้ผลดีมาก เช่นเดียวกับอโศกอินเดียต้นสูงโย่ง
เมื่อกว่าสิบปีมาแล้วผมซื้ออโศกอินเดียต้นเล็กๆ มา ๒ ต้น ปลูกทางฝั่งตะวันตกของบ้านต้นหนึ่ง ทางตะวันออกต้นหนึ่ง ต้นทางตะวันตกได้แดดดีโตเอาๆ อย่างรวดเร็ว แถมยังแตกกิ่งซึ่งทำให้ทรงไม่ชลูด สวยงาม แต่ก็ช่วยบังแดดให้แก่หลังคาบ้านได้ดีมาก ต้นทางฝั่งตะวันออกอยู่ใต้ต้นแสงจันทร์และเต่าร้าง ที่ร่มครึ้ม ได้แดดน้อยมาก จึงไม่ค่อยโต แต่ก็ไม่ตาย ค่อยๆ โตช้าๆ ลำต้นตั้งตรง ไม่เอนไปหาแดด ตอนนี้เขาโตจนได้ แดดพอสมควรแล้ว เดาว่าในไม่ช้าก็จะสูงทันต้นทางตะวันตก โดยที่ทรงชลูดงดงาม
เมื่อนอนสัมผัสธรรมชาติ ผมรู้สึกว่ามีเสียงนกร้องมากกว่านั่งอ่านหนังสือ คงจะเป็นเพราะผัสสะ มันหลอก หรือเพราะช่วงสายๆ นกเขาพักผ่อน วันนี้ (๕ ธ.ค.) ผมได้เห็นนกขมิ้นเหลืองอ่อนด้วย เห็นแวบเดียว เขาก็บินไปและยังได้ยินเสียงร้อง จี๊จ่อ จ่อจี๊ (ทำเสียงยานคาง) อยู่เป็นเวลานาน นกปรอดหลากชนิดมาแล้วก็ไป เป็นระลอกๆ นกที่ร้องเพลงคลอกันตลอดเวลาคือนกเอี้ยง และนกกางเขนบ้าน
นอนดูฟ้าอย่างนี้เห็นผีเสื้อบินฉวัดเฉวียนชัดเจนขึ้น ผีเสื้อเหล่านี้บางชนิดตัวอ่อนของมันเป็น หนอนชอนลำต้นของต้นไม้ ที่บ้านผมปลูกต้นจำปีจำปาอยู่ได้ไม่นานโดนหนอนชอนลำต้นตายไปจนหมด
สัมผัสที่สดชื่นมากสำหรับผมคือสัมผัสหญ้า (มาเลเซีย) ที่ได้ความเย็นสดชื่นมาก หญ้ามาเลเซียใบ อ่อนนุ่มและเย็นมากที่จริงตอนซื้อบ้านสนามหญ้าปลูกหญ้านวลน้อย แต่เมื่อปลูกต้นไม้ใหญ่แดดร่มมากขึ้น หญ้านวลน้อยก็เริ่มตาย ผมเอาหญ้ามาเลเซียจากบ้านลาดพร้าวมาปลูกทีละเล็กทีละน้อย เขางอกงามรวดเร็ว จนในที่สุดสนามหญ้าบ้านผมเป็นหญ้ามาเลเซียทั้งหมด
ตอนแรกๆ ผมใส่ปุ๋ยขี้วัว แต่ในที่สุดก็ปล่อยให้ใบไม้ตกลงมาเป็นปุ๋ยแก่หญ้า ผมไม่ได้ใส่ปุ๋ยใดๆ มาหลายปีแล้ว หญ้าก็ยังงามดี ได้มีโอกาสแหวกดูว่าใบไม้มันแหวกลงไปกลายเป็นปุ๋ยบำรุงดินอย่างไร
ตอน ๕ โมงเย็นผมจะเปิดสปริงเกิลรดน้ำสนามเป็นเวลา ๒๐ นาที ต้นหญ้าก็จะสดชื่น วันรุ่งขึ้น พอสายๆ ผมก็หอบเสื่อและหมอนไปอ่านหนังสือหรือ Kindle อย่างมีความสุข นอนอ่านหนังสือในสนามให้รสชาติต่างจากนั่งอ่านบนบ้านหรือที่ระเบียงบ้าน
วิจารณ์ พานิช
๕ ธ.ค. ๕๔
|
สนามหญ้ามาเลเซีย
|
|
รูปนี้ถ่ายยามบ่าย
|
|
ถ่าย ณ จุดนอน ปาล์มน้ำพุ ๒ ต้น หมากเขียว ๑ ต้น และอโศกอินเดีย
|
|
ถ่ายขึ้นฟ้าตรงๆ ซ้ายมือคือไทรด่างในกระถางที่กลายพันธุ์เป็นไม่ด่าง ต้นสูงเมตรครึ่ง ขาวมือคือพญาสัตบรรณต้นสูง ๑๕ เมตร
|
|
ซ้ายมือต้นตาลโตนดในกระถาง ขวามือที่บังแสงอาทิตย์ต้นโมก ตรงกลางคือร่มต้นมะเกลือ
|
|
ซ้ายมือพญาสัตบรรณ ขวามือมะเกลือ
|






ความสุขจากธรรมชาติรอบตัวที่เก็บเกี่ยวได้ไม่หมดสิ้นนะคะ..ชอบมองแหงนขึ้นไปชมความร่มรื่นเช่นกันค่ะ..
เพิ่งได้อ่าน บทพรรณาธรรมชาติและธรรมชาติของใจแบบนี้จากท่านอาจารย์หมอเป็นครั้งแรกครับ ได้เรียนรู้มากทีเดียวครับสำหรับผม
ขอบคุณมากครับ