จัก รู้จักตน ก็ต้องมาศึกษา ภูมิ..จิตตน
ใจที่ฝึกดีแล้วจักพร้อมปฏิบัติ ไม่มีอึดอัดหรือขัดใจ...
ใจที่ไม่เคยผ่านการฝึก โดยเฉพาะใจผู้กระทำผิดฐานจิตแห่งตน ทั้งไม่คิดรับข้อที่ผิด
หากกลับคิดขอต่อรอง แล้วการณ์แผ่นดินจะเป็นอย่างไร ?
ใจเราแต่ละคนจะเป็นฐานระดับไหน ? เหมาะกับงานกว้าง - แคบประการใด ? จะรู้ฐานจิตใจตนเองได้ จึงต้องเปิดใจศึกษา...
ความรัก ๑๐ มิติ (ฉบับเขียนใหม่) จะเป็นคำตอบ
ความรัก ๑๐ มิติ
ท่านอาจารย์ส่งเข้าประกวดวรรณกรรมใน ebooks.in.th ด้วยหรือเปล่าครับ ผมว่าผมเคยเห็นอยู่ หรือบางทีผมอาจจำผิดครับ
อาตมา ไม่มีแม้ในความคิดเลย...
เพียงตั้งใจนำงาน ของครูบาอาจารย์..โดย นำเสนอสู่สังคมเป็นธรรมทาน ให้ความรู้ เพื่อยังประโยชน์ต่อผู้อ่านเพียงอย่างเดียว โดยไม่หวังผลตอบแทนอื่นใดเลย
เจริญธรรม อาตมา ไม่ทราบหรอกนะ จะมี หรือ อาจจะไม่มีว่า ใคร ได้นำไปทำ รึ เปล่า
นมัสการพระคุณเจ้า ความรักมิติที่ 10เป็นที่ปราถนาอันสูงสุดของความรักทั้งปวง อ่านบันทึกนี้ดีจังเจ้าค่ะ ทำให้เป็นการทบทวน ความมุ่งมั่นแห่งตน ที่เคยตั้งไว้ สาธุ
สาธุ ถูกแท้ พุทธะ
ตรงแท้ จะจะ ชัดความหมาย
ตรวจตนโดยตน ก้าวพ้น ณ ฐานใด
หรือจอดใจ ไว้ฐานไหน ตรวจ...ทบทวนตรอง
ผู้มีสัมมา ก็จักมีดวงตาปัญญาพิจารณาตน พิจารณาคน...
บ้านเมืองที่สับสน วนอยู่ในอ่างแห่งความโลภ กอบโกยหลงอำนาจ บันดาลโทสะ เป็นทาสโลกธรรม เพราะต่างก็ไม่รู้จักฐานตนเอง มีโลกทัศน์สุดคับแคบเห็นแก่ตัวมากมายกลับอยากใหญ่ ใจเติบ... ทำผิดก็ไม่คิดรับผิด ไม่เคยมีสำนึก กลับอยากได้ไปเป็นคนบริหาร ก็เลยผลาญบ้านผลาญเมืองจนเสียหาย ในบัดนี้ นี่ก็ ด้วยไร้สัมมา ฯ ในการจะมารู้จักตนเองให้ถ่องแท้
หนังสือ ความรัก ๑๐ มิติ ก็จะช่วยให้รู้จักตนเองได้อีกหนทางหนึ่ง
นมัสการท่านอาจารย์ครับ
เป็นความบังเอิญพอดีครับ ที่เขามีการส่งวรรณกรรมเข้าประกวดหัวข้อ กว้าง-แคบ ใน ebooks กระผมจึงคิดและเข้าใจไปเองว่าเป็นวรรณกรรมที่แบ่งปันใน ebooks กราบขออภัยท่านอาจารย์ครับผม
กระผมขออนุโมทนา ในองค์ความรู้ที่มีคุณค่ายิ่งด้วยครับผม สาธุ