วันที่ 13 ธันวาคม 2554 ผมได้รับเกียรติจากศาลจังหวัดสีคิ้ว บรรยายเรื่อง TEAM WORK: รหัสลับสู่ความเป็นเลิศของศาลจังหวัดสีคิ้ว ให้กับบุคลากรศาลจังหวัดสีคิ้ว ในโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรเพื่อบริการที่มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มศักยภาพบุคลากรของศาสฯให้มีความรู้ ทักษะและประสบการณ์สูงในการทำงาน มีจิตสำนึกในการทำงานร่วมกับผู้อื่น มีความกระตือรือร้นในการให้บริการประชาชน และให้มีความรู้รักสามัคคีในหมู่คณะ เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพการบริการและเชิดชูภาพลักษณ์องค์กร ณ ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
ผมจึงขอใช้ Blog นี้ในการเรียนรู้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันครับ
ภาพบรรยากาศการบรรยายในวันที่ 13 ธันวาคม 2554 ครับ
สรุปการบรรยายโดยทีมงานดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
Team Work : รหัสลับสู่ความเป็นเลิศของศาลจังหวัดสีคิ้ว
วันที่ 13 ธันวาคม 2554
ประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
หัวหน้าผู้พิพากษาศาลจังหวัดสีคิ้ว
• เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากร และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เน้นการสร้างจิตสำนึก การมีส่วนร่วม ทำงานเป็นทีม เน้นเรื่องประสิทธิภาพ และประสิทธิผลเพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กร
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
• วันนี้จะมี 3 เรื่องใหญ่ ๆ ไปสู่ความเป็นเลิศ
1. ½ ชั่วโมง คือ Teamwork เป็นแบบ Informal Teamwork ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์กับคนในห้องนี้
2. ½ ชั่วโมงคือ การมอง Conflict หรือความขัดแย้ง แล้วจะมีการหารือกัน
3. ½ ชั่วโมง เป็นเทปที่นักเขียนระดับโลกบินมาเมืองไทยชื่อ Crucial Conversation เป็นการสื่อสารโดยใช้คำพูด และไม่ใช้คำพูดจะมีประโยชน์มาก
4. ฟังเสร็จแล้วจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ให้เวลา Workshop 20 นาที เข้ากลุ่มในหัวข้อที่สนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
5. ตอนนำเสนอหลังจาก Present แล้วจะเน้นประเด็นต่อยอดเช่น ถ้าอาจารย์จีระพูด 1,2,3 ...คนในห้องจะพูดต่อเป็น 4,5,6,…
สรุป Quotations
- ถ้ามองว่าคนสำคัญที่สุดนั้นถือว่าชนะแล้ว ต้องเป็นห่วงลูกน้องเหมือนลูกค้า
- ใช้คำพูดที่ยกย่องคนอื่น
- การทำงานร่วมกัน Teamwork เป็นสิ่งสำคัญ
- การดูแลคนโดยใช้ Respect เป็นสิ่งสำคัญ
วัตถุประสงค์
1. ต้องการให้ความรู้ และจุดประกาย
2. เน้นความหลากหลาย และสร้างพลังในการทำงาน เช่นแต่ก่อนสำเร็จอยู่ระดับ 5 วันนี้ก็ให้สำเร็จอยู่ที่ระดับ 6,7
3. สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ ใฝ่รู้ และเอาชนะอุปสรรคให้ได้
แนวคิด 4 L’s
L ที่ 1 กระตุ้นให้คุณคิด
L ที่ 2 มีบรรยากาศการเรียนที่สนุก ห้องเป็นอย่างไร ความรู้สึกในห้องเรียนเป็นอย่างไร
L ที่ 3 ปะทะกันทางปัญญา อะไรที่เกิดขึ้นแล้วสร้างความหลากหลายทางความคิด หรือปัญญายกกำลัง 5
L ที่ 4 หลังจากจบไปแล้วอะไรเกิดขึ้น อยากให้คนในห้องนี้เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ ก็คือโลกในอนาคต ตัวอย่างเช่นมือถือคือโลกแห่งการเรียนรู้ แต่คนไทยใช้มือถือกี่เปอร์เซ็นต์ในการหาความรู้
แนวคิด 2 R’s
Reality การเรียนวันนี้ต้องปะทะความจริง พูดความจริง ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ ระวังเพราะสถานการณ์ความจริงเปลี่ยนตลอดเวลา
Relevance ประเด็นที่พูดกันต้องเลือกประเด็นที่สำคัญกับคนในห้องนี้ อย่าเรียนแบบดาวกระจาย ตัวอย่าง ให้เลือกมาสัก 3 เรื่องที่ตรงประเด็น
แนวคิด 2I’s
Imagination การเรียนยุคใหม่ต้องมีจินตนาการเยอะ ๆ เพื่อใช้แก้ปัญหา
Inspiration มีแรงบันดาลใจในการเรียน มีความรู้สึกที่ดีต่อการเรียนในวันนี้
Teamwork
- อยู่ตรงกลางระหว่างคัณภาพของคนกับประสิทธิภาพในการทำงาน
- เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นตัวสกัดกั้น หรือตัวเร่งให้เกิดความเป็นเลิศมากขึ้น
- ถ้า Teamwork ไม่ดีก็อยู่ไม่ได้
- เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาหรือบริหารทรัพยากรมนุษย์
- พัฒนาเพื่อตอบเป้าหมายขององค์องค์ อย่างวันนี้ มีศาล ตำรวจ อัยการ เทศบาล ฯลฯ อย่างเช่นธุรกิจขายสินค้าการมี Teamwork ก็ทำให้ขายสินค้าดีมากขึ้น
- Teamในองค์กรแบ่งเป็น 2 Team คือ Teamที่เป็น Formal และ Informal
- การทำงานที่ไม่ประสบความสำเร็จอาจมาจากการแต่งตั้งที่เป็นทางการมากเกินไป
- การทำงานอย่างเป็นทางการเจอปัญหา 2 อย่าง
- งานที่สร้างทีมใหม่ขึ้นมาจะทำให้ไปแย่งงานเดิม Teamwork เป็นงานพิเศษที่ตั้งขึ้น ดังนั้นสิ่งแรกคือการตั้งทีมแบบทางการและไม่เป็นทางการคืออะไร
- ตัวอย่าง กฟผ. เห็นว่าทีมที่เป็นทางการไม่เกิดความสำเร็จเพราะเป็นการทำงานแบบไซโล เป็นแท่ง ๆ ต่างคนต่างอยู่ เมื่อจับคนมาทำงานร่วมกันจึงไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นขอเสนอว่าอุปสรรคอันแรกคือโครงสร้างองค์กรแข็งเกินไป จึงขอเสนอการจัดระบบอย่างไม่เป็นทางการ
- มีทีมที่ไม่เป็นทางการหรือทีมเฉพาะกิจได้ผลเพราะอะไร
- การทำงานข้ามสายงานแบบไม่เป็นทางการ ถ้ามีการทำงานในศาลแบบ informal จะพบการทำงานแบบ Cross Function ว่าทำสำเร็จ
- ทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญที่สุดคือทฤษฎีที่วัดไม่ได้หรือ Intangible
- สิ่งที่คนในห้องนี้มีคือรู้จักสถานการณ์ตัวเองดี ค่านิยมที่อยู่ข้างในยังไม่ได้ถูกทำลายเหมือนในกรุง สิ่งที่ได้เปรียบคือความสะอาด บริสุทธิ์ในจิตใจมากกว่าคนในกรุง
- ทีมเวอร์กให้คิดการทำงานเชิงเพื่อนฝูง และ Informal มีการ Share Value ร่วมกัน มีการแบ่งปันอุปนิสัย ทัศนคติ และความคิดร่วมกัน แสดงว่ามีค่านิยมทัศนคติ ใกล้เคียงกัน ทำให้การทำงานประสบความสำเร็จได้มากกว่า
- ถ้าเป็นทางการ ทีมเวอร์กจะประกอบด้วยยุทธศาสตร์
- ทีมเวอร์กอันที่ 2 ประกอบด้วยโครงสร้าง มีโครงการ กิจกรรมขึ้นมา และมีดัชนีชีวัด KPI
- การวัดความสำเร็จต้องวัดความเป็นเลิศในสิ่งที่วัดไม่ได้
Informal ประกอบด้วย
- การแบ่งปัน ความเชื่อ ค่านิยม หรือเรียกว่า Share Value , Value คือคุณค่าของความเป็นมนุษย์ของเรา อย่าง Value ในวันนี้คือ เพื่อส่วนรวม ,จิตสาธารณะ ,ไม่มีประโยชน์ทับซ้อน เป็นต้น
- Networking มีแนวร่วม ในองค์กรต้องมี Aligance มีเครือข่าย มีการเจรจาต่อรองให้เกิดแนวร่วมที่แท้จริง
- เกิด Community ชุมชน เป็นแนวร่วมของท่าน Community ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการเรียนรู้ ถ้าคนใฝ่รู้เมื่อไร ประเทศจะรอด ชุมชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการเรียนรู้ ...การเรียนรู้คืออุปนิสัย
- การทำงานร่วมกันต้องมีความภาคภูมิใจแล้วมีความสุข
แนวคิด HRDS
- Happiness ต้องแบ่งปันความสุขซึ่งกันและกัน
- Respect การทำงานโดยเน้นการนับถือ ยกย่องซึ่งกันและกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือ Teamwork คือยกย่องซึ่งกันและกัน
- Dignity คือศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สังคมไทยพลาดตอนหลังคือบ้าเงิน กับ บ้าอำนาจ
- Sustainability คือความยั่งยืน หมายความว่าถ้าเราอยู่ได้วันนี้อนาคต เราต้องอยู่ได้ ต้องมีสุขภาพดี และไม่เป็นคนอวิชา เด็ดขาดคือไม่ประมาทเรื่องวิชาการและความรู้ ความรู้ต้องพัฒนาอยู่ตลอดเวลา
ถ้าเราอยู่ในทีมไม่เป็นทางการ
- เราจะปรับตัวเองได้ดี
- เน้นเพื่อนร่วมงาน
- เน้นนวัตกรรม คือมีอะไรใหม่ ๆ เสมอ ไม่ทำของเก่า
- เน้นแรงบันดาลใจ
- เน้นแรงจูงใจ
- ไม่เน้น 1+1 = 2 แต่เน้นความไม่ชัดมีทางออกใหม่ ๆ
- ไม่เน้นการควบคุมการทำงาน
- เน้นการทำงานแบบเกิดพลัง
- เน้นการทำงานร่วมกันไม่เน้น Hierarchy
- เน้นการใช้อารมณ์ที่ควบคุมได้ในการทำงาน
สิ่งสำคัญคือ ถ้ามีทีมเวอร์กดี โอกาสประสบความสำเร็จก็จะมาก
ความขัดแย้ง
การขัดแย้งเชิงสร้างสรรค์
- การขัดแย้งไม่ใช่เป็นข้อเสียหายทุกอัน ผู้พิพากษาบางคนสามารถขัดแย้งหัวหน้าศาลได้ แล้วหัวหน้าศาลก็ยอมรับว่านี่คือการมีส่วนร่วม
- การขัดแย้งหรือแสดงความคิดเห็นต้องขอทำด้วยความสุภาพ ใช้ปิยะวาจา
การขัดแย้งที่นำไปสู่ความล้มเหลว
- เป็นความขัดแย้งที่ต้องระมัดระวัง เช่น การขัดแย้งตอนเสียกรุง และเรื่องน้ำท่วมเป็นต้น
• ประเด็นคือถ้ารู้ว่าขัดแย้งไปสู่ปัญหาต้องหาทางแก้ไขแต่เนิ่น ๆ แล้วต้องเข้าใจ และมีตัวอย่างที่ดี
• การขัดแย้งที่รุนแรงที่สุดในโลกคือ ความขัดแย้งในแอฟริกา แต่มี Nelson Mandela เป็นผู้ที่ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้ง
• หากจะวิเคราะห์ปัญหาเรื่องความขัดแย้ง ให้วิเคราะห์แค่ 2 ระดับคือ ระดับองค์กร และระดับชุมชน
• ระดับองค์กร ผู้นำไม่ยุติธรรม ขาดธรรมาภิบาล ผลประโยชน์ทับซ้อน ดูแลทุนมนุษย์ไม่ทั่วถึง ขาดขวัญกำลังใจ ขาดความยุติธรรม ขาดวิธีการปรับความเข้าใจกัน ขาดคนกลาง ปัญหาใหญ่ไม่แก้
• ระดับบุคคล สิ่งแรกที่มีปัญหาในองค์กรคือความหลากหลาย Diversity เรื่องเพศ อายุ สำคัญที่สุดคือ ค่านิยมกับทัศนคติ ซึ่งมากจากครอบครัว การศึกษา สภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้น หรืออื่น ๆ
ดังนั้น วันนี้เราต้อง...
1. ค้นหาตัวเอง
2. ค้นหาสาเหตุ (Root cause) – ถ้ามีความขัดแย้งในองค์กรต้องลงไปที่ก้นบึ้งของปัญหา
3. หาทางออกให้ได้
** จุดอ่อนของความขัดแย้ง คือ ทำให้เกิดความล้มเหลวในงานและประชาชนเสียหาย
** จุดแข็งของความขัดแย้งคือ คุณภาพของงานจะดีขึ้น
การลดหรือบริหารความขัดแย้ง น่าจะต้องใช้ทฤษฎี 2 R’s
• Reality – มองความจริง
• Relevance – ตรงประเด็น
Reality หรือ การมองความจริงนั้น ต้องเน้นเรื่องสังคมไทย ค่านิยมของคนไทย+ค่านิยมองค์กรหรือวัฒนธรรมองค์กรที่เรากำลังพูดถึง
ค่านิยมในสังคมไทย..
• อิจฉาริษยา
• ไม่ค่อยจะดูตัวเอง
• ไม่อยากให้คนอื่นได้ดีกว่า
• ไม่ค้นหาตัวเอง
• มองกลุ่มตัวเองสำคัญมากกว่ามองภาพใหญ่
• จะทำอะไรลับหลัง ไม่ทำตรง ๆ
Relevance คือ เมื่อมีปัญหาแล้วต้องแก้ให้ตรงประเด็น.. ใครควรจะเป็นผู้แก้?
• ตัวเองต้องสำรวจตัวเอง
• ต้องปรับปรุงทุนทางอารมณ์
• ต้องมองประโยชน์ของส่วนรวม มีจิตสาธารณะ.. ต้องห่วงใยว่าองค์กรจะไปรอดหรือไม่?
• ต้องภูมิใจที่เป็นคนที่มีทัศนคติในด้านบวก
1. ต้องรู้ว่าปัญหา คืออะไร
2. ประเด็นที่เราจะเลือกมาแก้ปัญหาต้องมีความหมายกับเรา
3. ต้องเข้าใจค่านิยมในสังคมของเรา
เปิดเทป Crucial Conversation
Workshop
แบ่ง 2 กลุ่ม
1. TEAMWORK (เจ้าหน้าที่ศาล)
2. ความขัดแย้ง (ผู้พิพากษา อัยการ ตำรวจ)
...................................................
1) แต่ละกลุ่ม สำรวจองค์กรของเรา – สถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร ให้คะแนน 0 – 10 (ปัญหาความรุนแรงมากสุด 10 น้อยสุด 0 ตามลำดับ)
2) สาเหตุของปัญหา คืออะไร?
3) แนวทางการแก้ไขแบบสร้างสรรค์ ปฏิบัติได้ 3 ข้อ
4) เสนอโครงการที่ปฏิบัติได้กลุ่มละ 1 โครงการ
TEAMWORK (เจ้าหน้าที่ศาล)
1. แต่ละกลุ่ม สำรวจองค์กรของเรา – สถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร ให้คะแนน 0 – 10 (ปัญหาความรุนแรงมากสุด 10 น้อยสุด 0 ตามลำดับ)
ให้ 7 คะแนน ส่วนใหญ่เป็นปัญหาทางด้านบุคลากร
2. สาเหตุของปัญหา คืออะไร?
บุคลากรไม่ให้ความร่วมมือ ขาดความรักสามัคคี มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก ไม่มีทักษะในการทำงาน ไม่ใฝ่รู้
ปัญหาหลัก ๆ จริง ๆ คือเรื่องคนไม่ให้ความร่วมมือ ไม่เห็นความสำคัญของทีมเวอร์กในการทำงานต่าง ๆ
3. แนวทางการแก้ไขแบบสร้างสรรค์ ปฏิบัติได้ 3 ข้อ
1. ผู้นำต้องมีความเที่ยงธรรม เป็นกลาง ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
2. ทุกคนต้องรู้จักเสียสละและอุทิศเวลาเพื่อส่วนรวม
3. มีการจัดกิจกรรมร่วมกัน
4. เสนอโครงการที่ปฏิบัติได้กลุ่มละ 1 โครงการ
จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการละลายพฤติกรรม ให้ทุกคนมีความเสมอภาค ไม่มีเจ้านาย ลูกน้อง ให้ทุกคนออกความคิดเห็น อาจจัดกิจกรรมร่วมกันประมาณ ไตรมาสละ 1 ครั้ง
สิ่งหนึ่งที่ได้จาก ดร.จีระคือ
การทำงานเป็นทีมแบบไหนถึงจะประสบความสำเร็จ เช่นการทำงานเป็นทีมแบบไม่เป็นทางการเป็นต้น ดร.จีระ เสนอให้ออกจัดกิจกรรมอื่นก่อนแล้วค่อยวกกลับมาเรื่องงาน
ข้อเสนอแนะจากดร.จีระ
• บอกว่า คนเราลึก ๆ ใฝ่ดี แต่ต้องมีแรงกดดัน ต้องหันมาดูแลเรื่องทุนมนุษย์ให้เป็นคนที่รับผิดชอบมากขึ้น เป็นปัญหาที่แก้ได้
• ขอให้มีกิจกรรมละลายพฤติกรรม พบกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เป็นแบบ Brain Storming เลือกคนที่คล้าย ๆ กันจับกลุ่มกันซะก่อน ให้คนดีร่วมมือกัน
• ดูภาระหน้าที่ของศาลสีคิ้ว ว่ามีหน้าที่อะไร ลองเสนอให้มี Job Rotation ว่าจะย้ายงานหรือไม่ อย่างเรื่องละลายพฤติกรรมจัดปีละ 2 ครั้งให้เอาคนที่มีทัศนคติบวกหรือมองโลกในแง่ดีเข้ามาช่วยด้วย
• อยากให้มีโอกาสทำ Workshop บ่อย ๆ ได้มีการปะทะกันทางปัญญามากขึ้น
• การทำงานของเจ้าหน้าที่ถูกละเลยมาเป็นเวลานาน ความสนใจเรื่องทุนมนุษย์ของศาลอยู่ที่ผู้พิพากษาเยอะ ต่อมาอยู่ที่ผู้ช่วยผู้พิพากษา เป็นการตัดสินคดีส่วนใหญ่ ผู้พิพากษาจะคุยแค่ผู้พิพากษาอย่างเดียวไม่ได้ คนที่เป็นระดับเจ้าหน้าที่ต้องไม่ห่างจากผู้พิพากษาเกินไป ต้องไม่เป็นลักษณะเหมือนหมอ พยาบาล อยากให้ใช้แนวคิดเรื่อง HRDS ที่บอกไปแล้ว คือการแบ่งปันความสุข ยกย่องซึ่งกันและกัน มีศักดิ์ศรี และไม่ทำลายระยะยาว
• ความจริงคือเมื่อมนุษย์อยู่ด้วยกัน ไม่มีคนมา Coach ปรับปรุง แก้ไข ปรับแต่งก็ไม่มีวันดีขึ้น
• มนุษย์เราเปลี่ยนพฤติกรรมยาก แต่สามารถเปลี่ยนได้
• อยากให้เน้นความต่อเนื่อง นอกจากจัดกิจกรรมต่อไตรมาส น่าจะให้มีคนที่มีชื่อเสียงเป็นวิทยากรมากระตุ้นให้เขาฟัง เนื่องจากคนมีประสบการณ์นั้นไม่ได้ให้ประเด็นอย่างเดียวแต่ให้แรงบันดาลใจด้วย
• เสนอให้มีละลายพฤติกรรมต่อเนื่องนอกสถานที่ มีกิจกรรมทางวิชาการอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ข้อเสนอแนะจากท่านโสภณ
• ปัญหาที่พูดมาเป็นปัญหาที่สะสมมานาน ตัวสำคัญคือตัวบุคคล ซึ่งถ้าจะแตะทีเดียวยากอยู่ ข้อปฏิบัติได้จะรับไปปฏิบัติต่อ
• เรื่องสามัคคี จะลงมาแตะมากก็ไม่ได้ ก็พยายามที่จะดูพฤติกรรม กริยามารยาทที่แสดงออกต่อประชาชน ผู้รับบริการ และพนักงานด้วยกัน
• การอยู่ในหน่วยงานนาน ๆ เข้า ความเฉื่อยชา หรือพัฒนาสมองไม่ค่อยเวิร์ก ต้องจัดบุคคลแต่ละทัศนคติ มีความสามารถ ทักษะ ในการทำงานร่วมกัน
ความขัดแย้ง (ผู้พิพากษา อัยการ ตำรวจ)
1. แต่ละกลุ่ม สำรวจองค์กรของเรา – สถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร ให้คะแนน 0 – 10 (ปัญหาความรุนแรงมากสุด 10 น้อยสุด 0 ตามลำดับ)
ระดับ 7 คะแนน เรื่องการประสานการทำงาน ทางตำรวจเรื่องผู้ต้องหา อัยการมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการฟ้อง
2. สาเหตุของปัญหา คืออะไร?
• เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดกับผู้ต้องหา ส่งอัยการ สำนวนไม่เรียบร้อย ฟ้องไม่ได้ตามสำนวนที่ต้องการ เกิดคำปฏิเสธขอศาลพลัดฟ้อง แต่ศาลไม่สามารถอนุญาตให้พลัดฟ้อง เป็นปัญหาที่ไม่แก้ไขได้ ทางออกของปัญหาคือต้องแก้กฎหมายเนื่องจากมีระเบียบของแต่ละหน่วยงานที่ไม่เชื่อมโยงกัน ทางตำรวจต้องการให้อัยการฟ้องใบแดง (แบบรับสารภาพ) แต่พอไม่พร้อมทางอัยการไม่สามารถฟ้องได้ก็เป็นปัญหา เพราะฉะนั้นทางแก้ปัญหาคือต้องประชุมระหว่างหน่วยงานทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่เลื่อนไหล
• เป็นปัญหาทางข้อกฎหมาย...กรณีที่รวบรวมพยานหลักฐาน ส่งสำนวน แล้วผู้ต้องหารับสารภาพออกหมายจับได้ภายหลังอยากให้อัยการฟ้องโดยไม่ต้องใช้แฟ้มประวัติอาชญากร แต่มีปัญหาเรื่องการพลัดฟ้อง เลยมีปัญหา เป็นคดีผู้ต้องหารับสารภาพ และอยากติดคุก จะมีปัญหาเรื่องการพลัดฟ้อง ที่ผ่านมาปัญหาพยายามแก้ไขเรื่อย ๆ ต่อมาผู้ต้องหามีความรู้ ต้องการรับสารภาพ ต้องรีบส่งให้ศาลตัดสินให้ติดคุก เขาต้องการความรวดเร็ว ไม่อยากรอเปรียบเทียบปรับและไป ๆ มา ๆ
3. แนวทางการแก้ไขแบบสร้างสรรค์ ปฏิบัติได้ 3 ข้อ
1. การประชุมหน่วยงานบ่อย ๆ ให้มีการประชุมระหว่างอัยการกับตำรวจมากขึ้น
4. เสนอโครงการที่ปฏิบัติได้กลุ่มละ 1 โครงการ
มองเรื่องที่ได้ในวันนี้คืออะไร
• การยอมรับความจริง เราจะรู้สาเหตุของปัญหาแล้วจะแก้ได้ถูก ที่เกิดปัญหามาเกิดจากไม่ยอมรับความจริงและไม่เปิดใจ
• ในฐานะประชาชนทั่วไปไม่รู้ว่าองค์กรคืออะไร พอทราบปัญหาแล้วแต่ละองค์กรควรปรับปรุงบริการของตนเพื่อประชาชนมากยิ่งขึ้น
• สิ่งที่ได้คือ ความรู้และความเข้าใจจากวิทยากรและหัวหน้าศาล ศาล อัยการ ตำรวจ เพราะว่าความขัดแย้งแก้ได้ เพราะอะไร เพราะต้องทำความเข้าใจกัน หันหน้าเข้าหากัน คุยกัน ความขัดแย้งมีทุกองค์กร แต่คนที่จะแก้ได้ ต้องมีข้างบนลงมาเล่นด้วย
ดร.จีระ เสนอว่า
• ถ้าทั้งอัยการ และตำรวจมีธรรมาภิบาล ไม่ว่าจะมีกฎหมายหรือไม่ เหตุการณ์ต่าง ๆ ก็สามารถแก้ไขไปได้ ถ้าเป็นเรื่องผลประโยชน์ ตัดไปได้ ก็สามารถแก้ปัญหาได้ส่วนหนึ่ง ตำรวจและอัยการมีหน้าที่กำจัดสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลในประเทศ แต่ถ้าค่านิยม 2 ฝ่ายขัดแย้งเช่น ธรรมาภิบาล ผลประโยชน์ต้องแก้ด้วยการสร้างจิตสำนึกให้ดีขึ้น ก็จะแก้ได้
• ความแตกต่างเรื่องวิธีการปฏิบัติเป็นการขัดแย้งทางกฎหมาย
• ใช้รูปแบบความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน น่าจะแก้ปัญหาบางอย่างได้
• อยากให้เอาทฤษฎี 2 R’s ไปปรับใช้ ความจริงคืออะไร แล้วเลือกประเด็นที่จะแก้ ถ้าไม่ใช่ผลประโยชน์แล้วมีกฎหมายไม่เหมือนกันที่ไหนก็แก้ไม่ได้
• ประโยชน์ที่ได้รับวันนี้ มีตัวแทนคืออำเภอ เป็นตัวอย่างของประเทศไทย ถ้าอำเภอเล็ก ๆ ประสบความสำเร็จ จังหวัดก็ดีขึ้น
• ให้คนในห้องนี้มีจิตใจเปิดกว้างหารือกัน องค์กรศาลให้มีการปรับตัวทำตัวให้มีคุณภาพมากขึ้น รู้เขา รู้เรา รู้ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร
• ให้คิดดูว่าทั้ง Crucial Conversation, Team Work ,การบริหารความขัดแย้งคือส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ
• การเข้ากลุ่มย่อยคือ ทุกคนต้องออกความเห็น ต้องมีส่วนร่วม ถึงเป็นกลุ่มย่อยที่แท้จริง