งานสัปดาห์หนังสือแห่งปี หรือ CMU Book Fair ครั้งที่ ๑๘ ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ ๒๕ พฤศจิกายน - ๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ (เมื่อวานนี้) จำนวนทั้งหมด ๙ วัน

ผมไปเดินงานมา ๘ ใน ๙ วัน จำได้ว่า วันอังคารที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เป็นวันเดียวที่ไปไม่ได้ เนื่องจากสอนเลิกเย็นและเหนื่อยเกินไป ทำให้ขอพัก ๑ วัน ส่วนที่เหลือแข็งแรงหมด ;)...

บันทึกนึ้จึงขอนำบรรยากาศเบา ๆ ของงานหนังสือสุดที่รักของผม มาฝากให้กัลยาณมิตรได้ชมกันครับ

 

 

ภาพที่ ๑ ... ทางเข้างานอย่างเป็นทางการ

 

 

 

 

 

ภาพที่ ๒ - ๓ ... เห็นอาการของสองหนุ่มน้อยที่พี่ชายอ่านหนังสือ แล้วน้องชายเอนเอียงเข้าไปอ่านบ้าง ผมว่า ภาพนี้มีความหมายมากสำหรับคำว่า "รักการอ่าน" ครับ ;)...

 

 

 

ภาพที่ ๔ ... แสงยามเย็นที่สาดส่องหนังสือ เป็นภาพที่สวยจับใจภาพหนึ่ง ดูมีมนต์ขลังสำหรับคนรักงานหนังสือแบบผม ;)... 

 

 

 

ภาพที่ ๕ ... ซ่อนหน้าและกล้องมาหลังต้นไม้ เงยกล้องขึ้นไปยังสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร้านซีเอ็ดฯ ตั้งอยู่ด้านนี้ประจำทุกปี ผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา ภาพนี้ดูมีชีวิตมากครับ ;)

 

 

 

ภาพที่ ๖ ... ทางปีกขวาของงานฯ มีร้านขายโปสการ์ดราคาถูก สีภาพโปสการ์ดของร้านนี้จะออกโทนซีด ๆ หน่อย เรียกว่าอะไรดี Abstact แล้วกัน ... "ไม่คิดถึงกัน ก็เหมือนจากกันแล้ว" ... ร้านนี้เติบโตในทุกปี ภาพส่วนใหญ่ที่เขาบันทึกเริ่มต้นจาก "ปาย" เสมอ ;)...

 

 

 

ภาพที่ ๗ ... ผมแอบถ่ายช่างเขียนภาพเหมือนกำลังทำงานศิลปะเพื่อวาดภาพเหมือนกับลูกค้าที่มาใช้บริการ บรรยากาศดูง่าย ๆ เบา ๆ สบาย ๆ ในยามแดดร่มลมตกแบบนี้ ;)...

 

 

 

ภาพที่ ๘ ... นอกจากร้านหนังสือแล้ว ร้านสินค้าต่าง ๆ ก็มาตั้งขายเช่นกัน ดั่งเช่นร้านนี้ คือ ร้านเสื้อยืดหลากสีหลากแบบ

 

 

 

ภาพที่ ๙ ... ส่ายกล้องกลับมายังร้านขายโปสการ์ด เห็นคนคู่หนึ่ง ช่างหวานอะไรแบบนี้ แอบอิจฉาตาร้อนในใจ ถ่ายรูปมาดูกันครับ อิ อิ

 

 

 

ภาพที่ ๑๐ ... แอบดูความสนใจในการเลือกโปสการ์ดของเด็กน้อย แสง-เงาตกลงมาพอดี ทำให้ภาพนี้ดูมีเสน่ห์ ;)...

 

 

 

ภาพที่ ๑๑ ... เดินย้อนกลับมา เดินลงไปใต้อาคารจอดรถจะมีสำนักพิมพ์ที่เด่นชัด คือ สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้านขวาของภาพ และตรงหน้าสำนักพิมพ์ P.B. Publishing ที่คุณหมอบางเวลาชอบเรียกเจ้าของว่า คุณป้า P.B. เน้นหนังสือทางด้านการแพทย์ทั้งร้าน เป็นร้านที่ใหญ่มากครับ ;)...

 

 

 

ภาพที่ ๑๒ ... ร้านขายโปสการ์ดอีกร้าน โดยอาจารย์มอชอท่านหนึ่ง ถ้าผมจำไม่ผิด อาจารย์ชื่อ ม.ล.อนิวรรต สุขสวัสดิ์ อาจารย์จะถ่ายภาพมอชอสวยมาก ลานสัก อ่างแก้ว ดอยสุเทพ ฯลฯ และที่เป็นประเพณีปฏิบัติ คือ จะมีภาพถ่ายจากกีฬาคณะฯ ของมอชอมาวางขายด้วยเสมอ แถมสวยมากอีกต่างหาก ;)...

 

 

 

ภาพที่ ๑๓ ... วันนี้วันสุดท้าย (๓ ธ.ค.๕๔) รายการผู้อ่านพบนักเขียนจะเป็น "ร่มแก้ว" กับอีกท่านหนึ่งนี้ผมจำไม่ได้ ผู้แต่งนวนิยาย "ธาราหิมาลัย" วันสุดท้ายนี่ไม่ดีนะในสายตาผม คนที่มาเดินงานสนใจกับหนังสือลดราคาวันสุดท้ายมากกว่านักเขียน สงสารเขาน่ะ ดูเหงา ๆ ไปนิด ;)...

 

 

 

ภาพที่ ๑๔ ... ปีกซ้ายของงาน มีหนังสือต่างประเทศภาพสีสวยมาวางขายด้านหน้า "หอประวัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่" ;)...

 

 

 

ภาพที่ ๑๕ ... โปสเตอร์ใหญ่ ภาพจากนวนิยายอมตะชุดดังของเมืองไทย โดย "พนมเทียน" เรื่อง "เพชรพระอุมา" ของสำนักพิมพ์ "บ้านวรรณกรรม"

 

 

 

ภาพที่ ๑๖ ... บรรยากาศปีกขวาของงานสุด ๆ ส่วนใหญ่เป็นลดราคาหนังสือเล่มละ ๒๐ บาท ๕๐ บาท หรือ ๕๐% จากตัวเล่ม มุมนี้ผมมาทุกวันครับ อิ อิ

 

 

 

ภาพที่ ๑๗ ... ภาพนี้ผมบันทึกไว้เมื่อวันพุธที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เป็นวันที่ "นิ้วกลม" ได้รับเชิญมาครับ แต่เข้าไม่ถึงตัว แฟนคลับเยอะมา ต่อแถวขอลายเซ็นนักเขียนยาวเป็นกิโลเมตรเลยครับ (ดูจากด้านหลังไกล ๆ เห็นไหมครับ) บริเวณตรงนี้ก็มีให้บริการวาดภาพล้อกันครับ น่ารักดี ;)...

 

 

บทสรุป ...

 

๘ วันจากการเดินทางหนังสือ CMU Book Fair ครั้งที่ ๑๘ ในปีนี้ ผมได้หนังสือมากที่สุดในรอบหลาย ๆ ปี เสียตังค์ไปก็นะ ผมว่าเกิน ๒,๐๐๐ บาท เวลาที่เหลือกินแกลบแน่ ๆ เลย 555

 

ภาพที่ ๑๘ ... ชุดนี้ได้ในวันแรก ๆ ส่วนใหญ่เล่มละ ๕๐ บาทครับ

 

 

 

ภาพที่ ๑๙ ... ได้พจนานุกรมศัพท์ศึกษาศาสตร์มา, มัชฌิมนิเทศ, คำถามสำคัญกว่าคำตอบของ "หนุ่มเมืองจันท์", ให้เธอทั้งหมดที่มี, อ่านนอกเวลา (เล่มนี้ออกใหม่ ผมชอบสำนวนการเขียนของเขา เดี๋ยวบันทึกหน้า ๆ จะมาเล่าให้ฟังครับ) ฯลฯ ชุดนี้เป็นช่วงกลาง ๆ ของงาน

 

 

 

ภาพที่ ๒๐ ... ชุดนี้วันท้าย ๆ ของงาน แต่ที่แน่ ๆ ตัดสินใจซื้อนวนิยายเรื่อง "เงา" มาจนได้ เพราะเป็นชื่อต้นกำเนิดของนามแฝง "วสวัตดีมาร" นี่ไงครับ ;)...

 

 

สามกองนี้ยังไม่รวมโปสเตอร์ภาษาล้านนาไทย กับนิตยสาร Trip เที่ยว ๒๕ ดอยภาคเหนือนะครับ

นับแล้วได้มา ๔๕ เล่ม มีราคา ๒๐ บาท ๕๐ บาท ลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ลด ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ลด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์

 

เพราะการเรียน...ไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่าเวลา

เพราะความรู้...ไม่ได้มีไว้เพียงทำข้อสอบ

เพราะปริญญา...ไม่ได้มีไว้แค่แปะฝาบ้าน

 

เพราะหนังสือ...ไม่ได้มีไว้แค่ชั่งกิโลขายและอวดความฉลาดส่วนตัว

แต่ควรนำความรู้ที่ได้จากหนังสือไปประยุกต์ให้เกิดความเจริญงอกงามในจิตใจของตัวเองเป็นที่หนึ่ง และพัฒนาสังคมเป็นที่สอง

 

 

บันทึกนี้ก็เป็นเรื่องเล่ากับบรรยากาศเบา ๆ ของงาน CMU Book Fair ครั้งที่ ๑๘ งานหนังสือที่มีเสน่ห์มากงานหนึ่งในรอบปี

ขอบคุณความพยายามของบุคลากรสำนักหอสมุดทุกท่านของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทุกคนที่ทำให้เกิดงานนี้ขึ้นมาครับ

ขอให้มีความสุขกันทุกคนเลย

 

บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...