"ขนมปำ" หรือ ขนมถ้วยฟู อย่างภาคกลาง นั่นเอง 
แต่ "ขนมปำ"  ขนมพื้นเมืองของภาคใต้นั้นจะทำจากน้ำตาลโตนด 
มีทั้งขนมปำจอก คือ ขนมที่นึ่งในถ้วยตะไล และขนมปำที่นึ่งในถาด แล้วตัดเป็นชิ้นๆ 
รับประทานจิ้มด้วยมะพร้าวขูดคลุกเกลือ
วันนี้ได้ทดลองทำเป็นครั้งแรก จากการสืบค้นข้อมูลจากที่นี่
http://thaifood.m-culture.go.th/food.php?id=2794&id_group=3

ที่เขียนรายละเอียดสรุปได้ดังนี้
"ขนมปำ เป็นขนมหวานชนิดหนึ่ง บ้างเรียกว่าขนมปำจอก ทำโดยหยอดแป้งลงในถ้วยตะไล 
ภาษาใต้ เรียกว่า"จอก" 

ทำโดยนำแป้งข้าวเจ้าผสมกับน้ำตาลโตนดที่มีเชื้อยีสต์อยู่ด้วยแล้วนำไปนึ่งให้สุก 
ใช้รับประทานกับมะพร้าวขูดคลุกเกลือ"                          
และ ได้เขียนวิธีการทำไว้ ดังนี้ ...

ขั้นตอน/ วิธีทำ
๑.นำแป้งข้าวเจ้าผสมกับน้ำตาลโตนดที่มีเชื้อยีสต์อยู่ 
ใช้อัตราส่วนแป้งข้าวเจ้า ๑.๕๐ ลิตร ต่อน้ำตาล ๑ ลิตร   ผสมน้ำอีก ๑ ลิตร 
คนให้เข้ากันแล้วหมักไว้ ๕ – ๖ ชั่วโมง ให้เชื้อยีสต์ที่อยู่ในน้ำตาลกระจายไปทั่วเพื่อให้ขนมฟู

๒.นำแป้งที่หมักได้ที่แล้ว ใส่ในจอก (ถ้วยตะไล หรือถ้วยชาจีน)ซึ่งวางเรียงอยู่ในถาด 
เมื่อใส่แป้งเต็มจอกทั่วถาดแล้ว ก็นำไปนึ่งในลังถึงหรือกระทะ รอจนกระทั่งขนมสุก 
แล้วนำมาแคะใส่ภาชนะ

๓. นำมะพร้าวมาขูดผสมเกลือเล็กน้อย ใช้คลุกกับขนมรับแล้วประทาน

เทคนิคในการทำ(เคล็ดลับ)
 หากไม่ต้องการใส่ยีสต์เพื่อให้ขนมฟู ก็ให้ใช้น้ำตาลโตนดเก่าที่เก็บไว้ค้างปีที่มีฟองฟู 
(หรือที่เรียกกันว่าน้ำผึ่งขึ้น) แทน จะทำให้รสชาติของขนมอร่อยยิ่งขึ้น

การทดลองทำด้วยตัวเองครั้งนี้ เมื่อเทียบอัตราส่วนของส่วนผสมจากต้นตำรับ

ส่วนผสมประกอบด้วย ...
แป้งข้าวเจ้าแห้ง 150 กรัม ,น้ำ 225 กรัม, น้ำตาลโตนดเหลว 250 กรัม


น้ำตาลโตนดชนิดเหลว ที่มีเชื้อยีสต์ ตามธรรมชาติ

ตวงตามสัดส่วนตามต้นตำรับแล้วนำไปชั่งดู ได้ 250 กรัม ต่อ 1 ถ้วยตวง
จากนั้นนำไปนวดกับแป้งข้าวเจ้าแห้งและน้ำสะอาด ผสมให้เข้ากัน


ได้แป้งหลังผสม
พักไว้ให้ขึ้นฟูตามระยะที่ตำรับบอกไว้ 5-6 ชั่วโมง
แต่หากว่าน้ำตาลโตนดมียีสต์น้อยก็จะขึ้นช้า จึงเพิ่มเวลาการหมักต่อไปได้อีก
โดยสังเกตุลักษณะของแป้ง


แป้งที่หมักไว้จนขึ้นฟูดี จึงลองนำไปนึ่ง


นึ่ง 2 แบบ ทั้งแบบ ถ้วยตะไล ที่เรียก ขนมปำจอก
และแบบถาดอย่าง ขนมปำ ที่มีหน้าตาคล้าย ขนมเค้ก "ขนมเค้กนึ่ง"


ขนมปำจอก นึ่งสุกรอให้เย็น แล้วจึงแคะออกจากถ้วย


ขนมปำถาด อย่างเค้กนึ่ง รอเย็น


ตัดเป็นชิ้นๆ


ได้หน้าตา ขนมปำเป็นอย่างนี้ค่ะ ...น่ากิน ;)
 มาดู ขนมปำจอก บ้าง


เราก็ได้ "ขนมปำจอก" รับประทานกับมะพร้าวทึนทึกขูดคลุกเกลือให้เค็มนิดๆ
จบบันทึก ขนมปำแล้วนะคะ
บันทึกหน้า รอติดตาม "ขนมปำจี "
ขนมปำจี "แพนเค้กแบบไทย" สูตรปักษ์ใต้กันนะคะ
อ่านต่อได้ที่นี่ >>ขนมปำจี "แพนเค้กแบบไทย" สูตรปักษ์ใต้
ขอบคุณแหล่งข้อมูลขนมพื้นเมืองที่กล่าวไว้ข้างต้น และขอบคุณทุกๆท่านที่แวะมาเยี่ยมชม
สวัสดีค่ะ:)
........................