ขอบพระคุณท่าน ผศ.ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ผู้จุดประกายความคิดแก่ดร.ป๊อป ให้พบกับ "การเรียนรู้ที่ไม่มีขีดจำกัดกับวัน-เวลา-สถานที่-บุคคล ตามธรรมชาติ"

โชคดีเหลือเกินที่ผมว่างเช้าวันอาทิตย์ที่ 20 พ.ย. 54 ระหว่างประชุมกิจกรรมบำบัดเอเชียแปซิฟิกครั้งที่ 15 (4 ปีมีครั้ง) ที่จ.เชียงใหม่

ผมไม่รอช้า รีบโทรหาท่านอาจารย์ ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ เพื่อหาโอกาสไปเยี่ยมอาจารย์และร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวิถีชีวิตของอาจารย์ที่ดร.ป๊อป ประทับใจเสมอ หลังจากงานอำลา ณ ม.มหิดล ศาลายา

ผมเห็นด้วยกับท่านอาจารย์วิรัตน์ ที่ว่า "การเรียนรู้ของคนเรานั้นควรเข้าถึง เข้าใจ และเข้าหาธรรมชาติอย่างลึกซึ้งและรอบรู้ในกลไกแห่งความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ภูมิปัญหา วิถีชีวิต และความสุข" เช่นเดียวกับท่านอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ที่ย้ำถึง "การเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องใช้ความคิดเชิงเหตุผลและไม่ต้องคาดหวังมากจนเกินไป หากแต่เชื่อมั่นในความรู้สึกและความหมายของชีวิตรอบตัวด้วยความสุขใจในปัจจุบัน"

ผมเริ่มรู้สึกว่า "การเรียนรู้เพียงระบบมหาวิทยาลัยนั้นอาจไม่เหมาะสมกับวิถีการเรียนรู้ด้วยจิตวิญญาญหรือความมีชีวิตชีวาของปัจเจกบุคคลในการค้นหาความเป็นพลเมืองดีเพื่อสุขภาวะของสังคมไทย เนื่องจากระบบมหาวิทยาลัยไม่ได้แยกการเรียนรู้ที่หลากหลายวิธีตามความต้องการของผู้เรียนที่หลายหลายประสบการณ์ นอกเสียจากได้ลงมือกระทำและมีส่วนร่วมศึกษาธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ในแต่ละสถานการณ์ชีวิต ตลอดจนคิดค้นความเป็นพลวัติของการเรียนรู้เพื่อมวลชนและการใช้ชีวิตที่มีคุณค่า มีความหมาย มีความเรียบง่าย และมีพลังความสุข อย่างต่อเนื่องและไร้ขอบเขตใดๆ - เช่น มีสำนึกด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ฯลฯ "

อย่างไรก็ตาม ลองทบทวนตนเองตามรูปภาพบันทึกการเรียนรู้กับท่าน ดร. วิรัตน์ กัลยาณมิตรที่เป็นต้นแบบของความจริงและความเป็นมหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้ เช่น อาหารข้าวผสมงาที่เรียบง่าย หมี่โคราชที่อบอุ่นจากฝีมือภรรยาของอาจารย์ คุณพ่อของอาจารย์ที่สุขกับงานที่สร้างสรรค์ ธรรมชาติของบ้านที่มีศิลปะ/ดนตรีของการเรียนรู้ บ้านกับบัวที่อุดมสมบูรณ์และน่าภาคภูมิใจ ฯลฯ

ปล. ดร.ป๊อป ได้รับรู้ความเชื่อและความศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดขึ้นในชีวิต ก่อนที่จะไปบ้านห้วยส้มของท่านอาจารย์ ดร. วิรัตน์ ขณะทำหน้าที่พิธีกรงานประชุม APOTC กับอ.สุชาดา ที่คล้องจตุรคาม ดูได้จากภาพข้างล่าง