อ้ายเจษบอกว่า การกินเจ นอกจากจะดีกับสุขภาพแล้ว ยังเป็นการกินแบบมีจิตเมตตา ไม่เบียดเบียน เนื่องจากอาหารที่กินไม่ได้ประกอบด้วยเลือดเนื้อของสรรพสัตว์ ที่ต่างก็มีความรักตัวกลัวตายเช่นกันกับคนเรา

เพราะทีมงานโภชนาการมีพันธะสัญญากันว่า  เมื่อคนใดคนหนึ่งในหน่วยงานไปอบรม/ ประชุม/ ดูงาน  ทั้งที่ไปราชการและส่วนตัวจะต้องกลับมาเล่าให้เพื่อนร่วมงานที่ไม่ได้ไปด้วยฟัง  เพื่อจะได้รับรู้เหมือนกัน...

 

ในการเล่าเรื่องในครั้งนี้ก็เช่นกัน  เกิดจากที่ อ้ายเจษ ได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม  อ.วังน้ำเขียว  จ.นครราชสีมา  ร่วมกับชมรมจริยธรรมของศูนย์อนามัยที่ 10   เมื่อเดือนที่ผ่านมา    หลังจากกลับมาก็ต้องนำเรื่องราวและประสบการณ์ที่ไปเจอมาเล่าให้เพื่อนร่วมงานรับรู้ด้วย 

 

แต่...ไปครั้งนี้ไม่ได้เอาเรื่องดีๆมาแบ่งปันเพื่อนร่วมงานอย่างเดียว  แต่อ้ายเจษนำเอาประสบการณ์ที่พบเห็นมาพัฒนางานประจำที่ทำด้วย 

 

นายเจษฎา  ตนสิงห์

  

ป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม  อ.วังน้ำเขียว 

จ.นครราชสีมา 

 

 

 

อ้ายเจษ เล่าว่า...การไปครั้งนี้ในฐานะที่ตนเองทำงานโรงอาหารก็สังเกตว่า  ทางวัดจะส่งเสริมให้ทุกคนกินอาหารเจ   กินง่ายอยู่ง่ายและมีวินัย   เมื่อมาเปรียบเทียบกับอาหารที่เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 10 กินในแต่ละวัน  ถือว่ามากเกินไป  ซึ่งเป็นสาเหตุให้เจ้าหน้าที่บางคนมีรอบเอวเกิน  น้ำหนักเกิน  เพราะสัดส่วนอาหารที่กินไม่เหมะสม   จึงนำแนวคิดนี้มาหารือกับเพื่อนร่วมงาน   ว่าควรจะมีอาหารเจบริการเจ้าหน้าที่กินอาหารสวัสดิการโรงอาหารมื้อกลางวันทุกวันพระ  ซึ่งทุกคนเห็นด้วย  และได้เริ่มมาแล้วระยะหนึ่งเห็นว่าได้ผลดีมีเจ้าหน้าที่ให้ความสนใจ  จึงนำมาเล่าในเวทีนี้เพื่ออาจจะมีบางคนอยากจะเอาไปต่อยอดความคิดเพิ่มเพิ่มออกไป 

 

 

เริ่มด้วยจะดูว่าวันพระในแต่ละเดือนตรงกับวันใดบ้าง    แล้วแจ้งให้พ่อครัวรับทราบ  เพื่อจะได้ทำอาหารเจ มาให้บริการในทุกวันพระ     และจะติดป้าย “อาหารเจ” วางแยกออกจากอาหารปกติ    เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการอาหารกินสุขภาพ   เพราะคำว่า “อาหารเจ” หมายถึง  อาหารที่ไม่คาว  ไม่มีเนื้อสัตว์และส่วนผสมใดๆที่ทำจากสัตว์มาปรุงแต่ง    มีการศึกษาพบว่าเมื่อกินเจ ติดต่อกันระยะหนึ่งจะส่งผลให้ร่างกายปรับตัวให้อยู่ในภาวะสมดุลได้  สามารถขับของเสียต่างๆออกจากร่างกาย  ปรับระบบโลหิตและระบบทางเดินอาหารให้เสถียรภาพทำให้สุขภาพดี    

 

เพราะเนื้อสัตว์มีไขมันและสารอื่นๆที่ก่อให้เกิดโรคกับผู้บริโภค  เช่น จากการวิจัยพบว่า ถ้าเอาเนื้อไปย่างจะมีสารชนิดหนึ่งเรียกว่า  Methycholanthrene  ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง  ถ้ากินบ่อยๆจะทำให้เกิดมะเร็งในร่างกายได้   หรือถ้าเรากินเนื้อสัตว์ที่เป็นโรคต่างๆ  เราก็จะรับเชื้อโรคนั้นๆเข้ามาด้วย เป็นต้น 

 

อ้ายเจษ บอกว่า  การกินเจ นอกจากจะดีกับสุขภาพแล้ว    ยังเป็นการกินแบบมีจิตเมตตา ไม่เบียดเบียน เนื่องจากอาหารที่กินไม่ได้ประกอบด้วยเลือดเนื้อของสรรพสัตว์  ที่ต่างก็มีความรักตัวกลัวตายเช่นกันกับคนเรา

 

ผู้ที่ล้อมวงฟังเรื่องราวดีๆ

 

 

 

จากเรื่องเล่านี้   จะเห็นว่ากิจกรรมดีๆที่ทีมงานโรงอาหารทำนี้  นอกจากจะเพื่อพัฒนางานแล้ว  ยังมีจุดประสงค์สูงสุด คือ ....เพื่อผู้บริโภคสุขภาพดีจากการที่รู้จักการกินแบบพอดี ...   

 

และที่สำคัญ  คือ มีความรู้สึกดีๆที่ว่า.... “ สิ่งมีชีวิตไม่ต้องตายไปอย่างหนึ่ง....เมื่อเรากินอาหารในแต่ละมื้อ ”

 

  

 

 ขอบคุณอ้ายเจษและ...ความคิดดีๆของทีมงานโรงอาหารค่ะ