ทำไมต้องสนใจการวิจัยประเมินผล
                   การบริการต่างๆในโรงพยาบาลสามารถสร้างเป็นงานวิจัยเชิงประเมินหรือการวิจัยประเมินผลได้มากมาย (สิริอร สินธุ, 2548) บุคลากรทางการแพทย์จึงควรสนใจในการวิจัยเชิงประเมินซึ่งจัดอยู่ในประเภทของการวิจัยประยุกต์เพราะการวิจัยประยุกต์มีวัตถุประสงค์ที่จะนำผลของการวิจัยหรือข้อค้นพบไปใช้ในการปฎิบัติ  เช่น   นำไปแก้ปัญหา    เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจ   เพื่อนำไปพัฒนาโครงการ กระบวนการและวิธีการดำเนินงาน   และเพื่อประเมินผลโครงการ ( ชัยวัฒน์ ปัญจพงษ์, 2544: 3) จากลักษณะดังกล่าวที่ว่า “ผลของการวิจัยหรือข้อค้นพบนำไปใช้ในการปฎิบัติ ” สอดคล้องกับงานประจำของบุคลากรทางการแพทย์ในยุคแห่งการรับรองคุณภาพโรงพยาบาลเนื่องจากมีโครงการพัฒนาปรับปรุงงานในบทบาทแห่งวิชาชีพมากมายในการทำงานประจำวัน แต่เป็นที่น่าแปลกใจว่าบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากยังขาดความรู้ความเข้าใจในการวิจัยประยุกต์ หรืองานวิจัยประเมินผลนี้ อาจเป็นเพราะศาสตร์ทางการวิจัยมีหลากหลายสาขา และมีความแตกต่างกันไปในด้านของข้อความคิด  มีความแตกต่างระหว่างศาสตร์ ต่างๆ ซึ่งขึ้นกับปรากฏการณ์ที่เป็นเป้าหมายสำคัญของการศึกษาวิจัย นั้นๆ ( Neil, J.S.,1968:4-6 )
                   ปัจจุบันนี้การสนับสนุนการทำวิจัยแบบสหสาขาวิชาชีพและแบบพหุสาขาวิขาวิชาชีพ เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ผู้มีส่วนร่วมทุกท่านจึงจำเป็นต้องใจกว้าง ยอมรับองค์ความรู้ในศาสตร์ของการวิจัยของสาขาอื่นๆด้วย บุคลากรทางกาแพทย์ยุคใหม่ไม่ควรมีลักษณะ ดังที่สถาบันพระบรมราชชนก กล่าวไว้ คือ  บุคลากรทางการแพทย์มีศักยภาพความสามารถเชิงสติปัญญาสูงแต่ว่าคับแคบ  มีความรู้ดีแต่ไม่เพียงพอ (สุวิทย์ วิบูลย์ผลประเสริฐ, 2542 , บทนำ) ผู้ที่สร้างงานวิจัย ทีมผู้ให้คำแนะนำ  กรรมการตรวจงานวิจัย  สถาบันที่ให้ทุนทำวิจัย  และ คณะกรรมการจริยธรรมในคน  จึงต้องร่วมมือกันในการแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่างและใจกว้างยอมรับความต่างระหว่างศาสตร์สาขา-ต่างๆ  เพื่อนำมาสู่ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ที่มิใช่กล่าวกันไปเพียงเป็นนามธรรมเท่านั้น