ปัญหาของน้ำเน่าเสียที่กำลังเกิดจากน้ำท่วม ได้เติมมุมมองการรับมือกับน้ำเน่าเมื่อเข้าไปทำงานกับชุมชนว่า หากคนทำงานคุ้นชินแต่การพึ่งวิทยาศาสตร์ จะไม่สะดวกอย่างยิ่งในยามคับขันที่มีแต่มือเปล่า และยิ่งเข้าตาจนจนเครียด เมื่อเข้าไปเผชิญปัญหาแล้วช่วยชาวบ้านไม่ได้
 
ไหนๆก็เคยลุ้นกับน้ำเสียมาแล้วด้วยวิธีต่างๆ  จึงขอนำภาพมาแบ่งปันเผื่อจะช่วยให้เห็นสภาพน้ำขังที่แตกต่างกันไป และผลหลังการใช้แต่ละวิธี

 

ภาพที่ 1                           ภาพที่ 2

ภาพที่ 1 ในภาพจะเห็นน้ำเสียขังอยู่ 3 แอ่ง แอ่งบนสุดขังใต้อาคาร ไม่มีช่องไหลออกไปไหน แอ่งที่เห็นท่อยื่นออกมา ไหลเอ่อล้นหรือไหลย้อนกลับไปอีกทางของคูได้  น้ำที่ขังดำสนิท แอ่งทีอยู่หน้าโพรงทางขวาสุด มีน้ำไหลลงที่ต่ำกว่าและอ้อมมาปนกับน้ำที่ล้นมาจากคู ดูเหมือนมีคราบขาวๆคลุมอยู่ในน้ำ

ภาพที่ 2  ความสกปรกของน้ำและคูเป็นประมาณนี้  การเข้าถึงแสงแดดของทั้ง 3 แอ่งต่างกันดังภาพ

ภาพที่ 3                                     ภาพที่ 4

ภาพที่ 3 ภาพมุมใกล้ของน้ำในแอ่งใต้ตึก เห็นตะกอนคลัก คราบสีขาวอยู่ตรงน้ำตื้น  ภาพที่ 4 น้ำในแอ่งรูปคู ซึ่งมีน้ำอยู่ลึกกว่า ไม่มีคราบสีขาว

ภาพที่ 5                                     ภาพที่ 6

ภาพที่ 5 สภาพคูที่รับน้ำที่ไหลมาจากแอ่ง ตรงที่เห็นถังเป็นจุดรับจุดต้นๆ ต้นๆไม่มีน้ำขัง  ภาพที่ 6 ไกลออกมามีน้ำขังลึกราว 2 นิ้ว

 

ภาพที่ 7                          ภาพที่ 8

ภาพที่ 7  สภาพคูหลังเทน้ำหมักลงไป 1 แกลลอน   ภาพที่ 8 เป็นภาพมุมใกล้หลังน้ำหมักไหลผ่านไปแล้ว 1 วินาที

ภาพที่ 9                                      ภาพที่ 10

ภาพที่ 9 สภาพคราบในคูเปลี่ยนไปเป็นตะกอนเนียนขึ้น ภาพที่ 10 ภาพมุมใกล้ของคราบขาวในคู ดูคล้ายใยสำลีแช่น้ำ

ไม่รู้จักว่า คราบขาวๆนี้เป็นอะไร ด้วยความเหม็นและความสกปรกที่ปรากฏอย่างในภาพ มีน้ำหมักชีวภาพอยู่ในมืออยู่แล้ว ลองราดดูเพื่อจัดการกับความเหม็น

น้ำหมักชีวภาพทำเองจากการหมักเศษผักในครัวของรพ. หมักเก็บไว้นานกว่า 2 ปี ยังพอมีเหลืออยู่ก้นถัง 2 แกลลอน ได้มาก่อน 1 แกลลอนก็ราดลงไปหมดทั้งแกลลอน  กลิ่นลดลงไป 3 วัน ก็กลับมาเหมือนเดิม

เศษพืชที่ใช้ทำน้ำหมักผสมกับน้ำตาลโมลาสในอัตราส่วน 3 ต่อ 1 หมักรวมกันในถังปิดฝา หมักทิ้งไว้นานกว่า 3 เดือน ซึ่งได้น้ำหมักเป็นของเหลวข้น สีน้ำตาล มาใช้งาน

มิถุนายน 2554