ช่วงนี้นครสวรรค์ อุทัยธานีและอีกหลายจังหวัดภาวะน้ำท่วมลดแล้ว เข้าสู่ระยะฟื้นฟูแล้ว ก็ทำให้ได้นึกนะว่า
การจะกลับมาเหมือนเดิมต้องทำกันอย่างไร เราจะใช้เงินเนรมิตรกันหรือไม่ ตรงนี้ก็ต้องการข้อมูลในการตัดสินใจว่า หากทำแล้วทันท่วงทีต่อการรับนักท่องเที่ยว เพิ่มความสุขทางตา สุขใจ ทั้งหมดทั้งปวงเท่าไหร่ และหากใช้วิธีค่อยเป็นค่อยไปล่ะ ต้องใช้เวลาและสูญเสียเงินทองเท่าไหร่ เมื่อเปรียบเทียบก็จะได้คำตอบ หากดูแนวโน้มไม่ว่าจังหวัดใดก็จะเร่งด่วนกันทั้งนั้น คงต้องใช้เงินในการบูรณะรายจังหวัดก็มากทีเดียว
มีหลายคำที่ทำส่งเสริมวิธีการทำแบบนี้ ความเชื่อมั่น นี่ก็ใช่ อย่างนี้ก็ว่ากันไป
คำถามที่ท้าทาย จะเป็นไปได้มั๊ย หากเราจะระดมสมองของภาคชุมชนท้องถิ่น กู้สภาพเดิมคืนมาแบบร่วมไม้ร่วมมือกันทำ ใครมีต้นเข็มก็เอามาช่วย ใครมีหญ้าก็นำมาบริจาค ใครมีเงินก็ช่วยกันบริจาค ไม่มีอะไรจะใช้แรงก็ได้ ให้ได้ภาพแบบนี้ เค้าอยู่ที่นั่นก็ให้เค้าคิดเค้าแก้ไขกันเอง หลายที่หลายทางเรียกร้องแนวทางอย่างนี้อยู่แล้ว และมันก็เป็นการแก้ที่หน้างาน มันลงรายละเอียดได้ ค่าใช้จ่ายโดยรวมคงลดไปเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดครบทุกจังหวัดที่ประสบภัยนี่ก็ประหยัดไปโขเลย

Working things out in an open-market style makes people united and becoming one people.
Working things out behind closed doors enhances and holds the power over the people.
If we used people's resourcefulness and ingenuity, then people would feel be wiser and better about themselves,
and that would make it more difficult to keep them 'under control';
and that would make it more difficult to buy some of them out and to continue corruption and ...
So, you have got to be joking to tell our ruling party to abandon "using taxpayers' money" to buy packages,
and not to adopt "using people's solutions" (one that the people will be proud to implement and own themselves).
We will hear more about "how the people have delegated power to a party to govern any-which-way the party want.
How sad is it to see a government and the whole machinery of public being used to satisfy one man's ambition?
Sigh!
ขอบคุณทุกท่านนะครับที่เป็นเพื่อนกันครับ