" พ่อ นี่นำ้ตาของโลก...แผ่นดินเขาทนเจ็บไม่ไหวที่คนเราทำกับเขามามาก...อาจจะใช่ลูก โลกเขาต้องการปรับสมดุลย์" ตั้งแต่ ๓ ตุลาคม เป็นต้นมา ยอมรับว่าเครียดเพราะความเป้นห่วงครอบครัว ลูกและหลานมากที่สุด...วันนั้นไม่มีใครคิดว่านำ้จะท่วมสายเอเชีย เส้นทางจากอยุธยาไปนครสวรรค์..." ทุกทางถูกตัดขาดหมด นอกจากเสี่ยงดวงลุยน้ำไปทางสาวเอเชียเท่านั้น แล้วต้องรีบกลับเพราะเย็น นำ้จะขึ้นสูงอีก "เที่ยวนี้มีปาฏิหารดังภาพ " พ่อ คนที่เดินตามหลังพ่อมาแต่ไกล ทำไมเขาไม่ขึ้นฝั่งเสียที เขาหายไปไหน"

"  พ่อ นี่นำ้ตาของโลก...แผ่นดินเขาทนเจ็บไม่ไหวที่คนเราทำกับเขามามาก...อาจจะใช่ลูก  โลกเขาต้องการปรับสมดุลย์ และบอกให้เราต้องเตรียมตัว ตั้งแต่ ๓ ตุลาคม เป็นต้นมา  ยอมรับว่าเครียดเพราะความเป็นห่วงครอบครัว ลูกและหลานมากที่สุด

ลูกสาวคนเล็กรับราชการอยู่ ชัยนาทพาหลานสาวไปอยู่ด้วย " วันที่๕ตค. โทรมาบอกว่าหนูกลับบ้านไม่ได้ ถนนตัดขาด....ผอ.ยังไม่ให้ปิดโรงเรียน ... หนูจะกลับพรุ่งนี้ พ่อตรวจสอบเส้นทางให้หนูที..." 

น้ำท่วมบางปะหัีนสูงแล้ว วันนี้ต้องรีบไปรับหลานชายอีกคนหนึ่งมาอยู่ที่ที่ปลอดภัยไว้ก่อน

วันนั้นไม่มีใครคิดว่าน้ำจะท่วมสายเอเชีย เส้นทางจากอยุธยาไปนครสวรรค์

มันอะไรกันตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นน้ำท่วมสายเอเชียถึงสามจุดใหญ่ๆ คือหน้าตลาดกลาง  รถเก๋งจอดเสียเป็นหลายๆคัน หน้าโรงพยาบาลพระสังฆราช  และหน้าวัดม่วง เมื่อผมไปรับหลานชายได้แล้วรีบบอกให้ลูกๆเคลื่อนย้ายของขึ้นที่สูง  ,,,กลับทางสายเอเชียไม่ได้เสียแล้ว จึงต้องวิ่งลุยน้ำสูงท่วมล้อรถปิ๊คอัพ  ผ่านแยกกำนันดิเหรก ตรงเข้าตัวเมืองอยุธยา  ข้ามสะพานนเรศวรขณะนั้นน้ำกำลังท่วมตลาดสมจิตร และสี่แยกวัดพระญาติ  

วิทยุประกาศเตือนว่า สายเอเชียตัดขาดรถเล็กวิ่งไม่ได้...  จึงหันหัวรถวิ่งเข้าอำเภออุทัยกลับถึงบ้านภาชีอย่างปลอดภัย

ห่วงเพื่อนที่ทำงานจึงรีบโทรบอก " มึงบ้าหรือเปล่า ...น้ำอะไรจะท่วมสายเอเ้ชีย ..."...ไม่เป็นไร  มึ่งไม่เชื่อไม่ว่า  แต่มึงกลับบ้านตามเส้นทางนี้.... (บอกเพื่อนมันไปจนหมด)...."กูห่วงมึงน๊ะ" ...เพื่อนมันบอกว่า " เออ.."เท่านั้นแหละ..ซึ้งมากเพื่อนเอ๋ย

รุ่งขึ้นวันที่ ๗ ตค. รีบออกจากบ้านแต่เช้าหาทางไปรับลูกสาวอีกครั้ง ติดต่อทั้งมูลนิธิ  เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเพื่อหาเส้นทางที่จะไปอำเภอบางปะหันรับลูกสาวให้ได้ " ทุกทางถูกตัดขาดหมด  นอกจากเสี่ยงดวงลุยน้ำไปทางสาวเอเชียเท่านั้น แล้วต้องรีบกลับเพราะเย็น นำ้จะขึ้นสูงอีก " เที่ยวนี้มีปาฏิหารดังภาพ " พ่อ  คนที่เดินตามหลังพ่อมาแต่ไกล  ทำไมเขาไม่ขึ้นฝั่งเสียที  เขาหายไปไหน" ลูกสาวคนเล็กยืนรออยู่ตืนสะพานวงแหวนบางปะหัน ถนนสายนี้ เป็นเส้นทางที่ใช้ไปทำงานตามปกติ  แต่วันนั้นผมต้องจอดรถไว้ตีนสะพานวงแหวน  เดินไปเกือบสองกิโลเมตร  ลุยน้ำไปสูงถึงอก   มั่นใจว่ามีเพียงสามคน  แต่คนที่สี่ในรูปมาจากไหน  เขาเดินมาส่งตามหลังมาห่างๆอย่างนั้นตลอดทาง  ลูกสาวจึงถ่ายภาพไว้

คืนนั้นผมและลูกๆ จุดธูปขอขมา  แผ่เมตตาให้  และขอบพระคุณท่านที่วันนั้นผมและลูกๆได้รอดชีวิตกลับมา  เพราะน้ำเชี่ยวมาก  ไม่มีใครกล้าลุยน้ำไปนอกจากใช้เรือยนต์

ติดต่อซื้อเรือหางยาวไปกู้ของที่จมน้ำ ลึกเกือบสองเมตร ใช้เวลา ๔ วัน วันที่ ๑๒ จึงอพยพครอบครัวมาอยู่ด้วยที่ภาชี อย่างปลอดภัย

ยังมีความทุกข์ที่ต้องกู้สถานการณ์ของลูกเขยที่อำเภอบางปะหัน ต้องหมดเนื้อหมดทุน และลูกชายลูกสะภัยที่อำเภอท่าเรือที่ต้องรอขออาหารบริจาค  มันเป็น ๑๐ วันที่ต้องทุกข์ระทมเพราะห่วงลูก....

เมื่อลูกๆปลอดภัยทั้งหมดแล้ว  จึงอุทิศตนทำงานให้ศูนย์อพยพวัดเจริญธรรมตั้งแต่ ๑๓ ตุลาคม และคงต้องทำต่อไป เพราะยังมีคนที่ทุกข์กว่าเราอีกมาก  และยังต้องมีภัยอย่างอื่นตามมาอีกเยอะ  ทีมคุณหมอจากโรงพยาบาลป่าตอง จังหวัดภูเก็ตไปเยี่ยมเมื่อ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๔

ส่งมอบเรือให้วัดโคกกรวด และวัดผดุงธรรม

จัดกิจกรรมเนื่องในวันเกิดของ นายจตุพล เฉลยโฉม ๑๘ ตุลาคม

มีเด็กเกิดใหม่ตั้งชื่อว่า ลูกน้ำ อายุได้ ๑ เดือนแล้วคูณหมอมาดูแลสุขภาพ