๑๐๕. เสียงแห่งความสงบเงียบ | Sound of Peacefulness

 

  Title      เสียงแห่งความสงบเงียบ | Sound of Peacefulness

  Theme    นิเวศวิทยาการเรียนรู้จากภายใน | Holistic Learning Ecology for Healthy Spiritual  ศิลปะในสภาพแวดล้อมเพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้ พัฒนาการเข้าถึงสุขศานติภายใน และพลังการสร้างสุขภาวะสังคมที่ยั่งยืน ที่สะท้อนความงอกงามออกจากชีวิตด้านใน

  Photo and Naration    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ สันป่าตอง เชียงใหม่

  Camera    digital Kodak Easy Share 2981

  Event    โครงการปฏิบัติธรรมเจริญสติภาวนา ระหว่างศุกร์ที่ ๑๔- จันทร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ เพื่อเป็นวาระเปิดศาลาธรรมภาวนาของศูนย์ปฏิบัติธรรมเบิกฟ้าธรรมาศรมอย่างเป็นทางการ น้อมถวายเป็นอาจริยบูชา เนื่องใน ๑๐๐ ปีชาตกาล หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ และน้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศลในพระราชวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๘๔ พรรษา

  Place | Location    ศูนย์ปฏิบัติธรรมเบิกฟ้าธรรมาศรม ตำบลองค์พระ อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี

  Coordinator and Further Information    ปรีชา ก้อนทอง วริชฌิตา ปลั่งสำราญ ศูนย์ปฏิบัติธรรมเบิกฟ้าธรรมาศรม  ตำบลองค์พระ อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี 087-9121143, วิรัตน์ คำศรีจันทร์ e-mail : [email protected] mobile phone : 086-6702972, สนั่น ไชยเสน กานต์ จันทวงษ์ เริงวิชญ์ นิลโคตร ณัฐพัชร์ ทองคำ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ศิลปะและสื่อเพื่อการพัฒนา



ความเห็น (8)

โครงการของอาจารย์เน้นการเรียนรู้ผ่านจิตวิญญาณได้น่าสนใจครับ สอดคล้องกับ Bronfenbrenner’s Ecological Systems Theory คลิกอ่านที่ http://pt3.nl.edu/paquetteryanwebquest.pdf

อาจารย์สบายดีนะครับ ระลึกถึงอาจารย์ด้วยความเคารพเสมอครับ

สวัสดีครับอาจารย์ ดร.Pop ครับ

สบายดีตามอัตภาพครับ รำลึกถึงอาจารย์เช่นกันครับ .....
การทำงานตามความสนใจอย่างต่อเนื่อง และเป็นการทำงานเชิงเคลื่อนไหวความริเริ่มใหม่ๆนำเสนอต่อสังคมในลักษณะนี้ นอกจากเชื่อมต่อกับประเด็นความสนใจทางด้านศาสตร์การพัฒนาด้านในแล้ว ก็เป็นบทบาทความริเริ่มของปัจเจกในภาคประชาสังคม ซึ่งริเริ่มและทำเพื่อสร้างสรรค์สุขภาวะสาธารณะของส่วนรวมอันไม่จำกัดบนพื้นที่ชีวิตของตนเอง การก่อเกิดการรวมตัวและจัดองค์กรการจัดการต่างๆ ก็เกิดขึ้นด้วยการเดินเข้าหากันเองด้วยวัฒนธรรมการก้าวผ่านตัวตนไปสู่การมีชีวิตรวมกลุ่มในชุมชนแบบมีคุณธรรมการปฏิบัติที่สอดคล้องเสมอกัน

ลักษณะเหล่านี้ค่อยๆก่อเกิดและมีพัฒนาการอยู่บนมรรควิถีตนเองอย่างเป็นธรรมชาติ กลุ่มคนที่ทำก็คิดและริเริ่มไปตามเงื่อนไขชีวิตของตน ทำและเรียนรู้เป็นวิถีปฏิบัติในชีวิต สังเกตว่าไม่ค่อยเป็นการคิดกะเกณฑ์เป็นตัวแบบไปก่อน นอกเสียจากพยายามมุ่งสะท้อนหลักพุทธธรรม ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งในรากฐานของชีวิตสังคม จึงมีความเชื่อมโยงกับบริบทและความเป็นจริงของสังคมไทยมากครับ

ผมเองนั้น นอกจากเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งใน 'ความเป็น' ของสิ่งที่ก่อเกิดและดำเนินไปตามลักษณาการต่างๆเหล่านี้แล้ว ก็ทำหน้าที่ประมวลผลหาบทเรียนและเก็บบันทึกรวบรวมข้อมูลต่างๆไปก่อน เพื่อไม่ให้ความเป็นจริงและมิติอันละเอียดลึกซึ้งมากมายถูกตัวกรองจากสายตาของเรา หรือ Filter จากการถือเอาตัวเราเองเป็นศูนย์กลางความจริง สกัดและเลือกหยิบไว้ได้เพียงบางด้าน ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถเข้าถึงรหัสนัยของชีวิตสังคมจริงๆอีกมาก แต่ก็เพียงตระหนักไว้เท่าที่มีสติเท่าทันน่ะครับ ระหว่างนั้นก็นำเอามาเป็นข้อมูลและวัตถุดิบ รายงาน บันทึก นำเสนอ และถ่ายทอดทรรศนะจากการปฏิบัติ ไปตามกำลังและพื้นฐานที่ทำได้แบบงูๆปลาๆ  

ด้านที่มีคนทำไม่มากและผมถือว่าตนเองเป็นคนหนึ่งที่จะต้องทำหน้าที่เป็นสื่อ สร้างข้อมูลความรู้ทางสังคมวัฒนธรรม บันทึกสะสมทิ้งๆไว้ให้มาก ก็จะเป็นด้านที่ผมเดินอยู่บนวิถีปฏิบัติทางความรู้ที่เชื่อมโยงกันบนความแตกต่างระหว่างศาสตร์สาขา โดยด้่านหนึ่งนั้นก็เหมือนกับชวนเชิญคนทั่วไปนอกพรมแดนทางศิลปะ นอกสาขาสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และการศึกษา ให้เดินเข้าไปสัมผัสสุนทรียภาพและความงามของความรู้และงานเชิงสังคม บนพื้นฐานการหยั่งด้วยวิถีชีวิตและจิตใจที่จะสามารถฝึกฝนและกล่อมเกลาตนเอง ให้ยกระดับในเชิงคุณค่าและความหมายไปด้วยเสมอๆได้ ลักษณะอย่างนี้มีความสำคัญเหมือนกับเป็นภารกิจของงานวิชาการอย่างเราๆในการเดินพาคนกลับบ้านให้ถูก ทำนองนั้นแหละครับ   

ขณะเดียวกันในอีกทางหนึ่ง ก็สะท้อนการศึกษาเรียนรู้สังคมไทยและปรากฏการณ์ทางสังคม ตลอดจนมิติความรู้ในพรมแดนอื่นๆที่มีบทบาทต่อการนำมาใช้ขับเคลื่อนสังคม ที่ปรากฏอยู่ในพรมแดนของศาสตร์การพัฒนาด้านใน โดยเฉพาะทางศิลปะ การสื่อสะท้อนตนเอง วิถีวัฒนธรรมจิตใจของสังคมไทย และการทำงานชุมชน เพื่อให้งานศิลปะและความสร้างสรรค์อย่างสื่อสะท้อนออกมาจากใจ ในสาขาต่างๆ มีส่วนหนึ่งที่เกิดแง่มุมเชื่อมโยง มีปฏิสัมพันธ์ และสะท้อนกันและกันกับงานความรู้เชิงสังคม ได้เป็นอย่างดีอยู่เสมอๆ เรื่องพวกนี้คนปฏิบัติและคนในสังคมต้องช่วยกันสร้างขึ้นไปด้วย ผมเองนั้นก็คิดว่าได้สมาทานแนวทางอย่างนี้ไปด้วยเช่นกันน่ะครับ

สักระยะหนึ่ง ก็เชื่อว่าทั้งตนเอง และเครือข่ายผู้ที่สนใจทั่วๆไป ที่สามารถเห็นความเชื่อมโยงกันได้ในทางจินตภาพต่างๆได้มากยิ่งๆขึ้น ก็จะทำให้มีเครือข่ายวิชาการ ที่จะสามารถสร้างความรู้ขึ้นมาได้ในอีกหลายด้านสำหรับเอาไปใช้ทำงานและเผยแพร่สู่การพัฒนาชีวิตในแนวอย่างนี้ จากสิ่งที่ค่อยๆทำไปด้วยกันอย่างนี้

รวมทั้งเห็นหลายเรื่องเลยนะครับว่าสามารถเชื่อมโยงเข้ากับงานของอาจารย์ ซึ่งก็คงจะคิดสรรวิธีศึกษาและเชื่อมโยงกันได้ทีละเล็กละน้อยไปได้เรื่อยๆ เมื่อมีบางด้านที่มีความลงตัวให้ยกระดับความเชื่อมโยงกันของศาสตร์ทางการปฏิบัติกับพื้นฐานทางทฤษฎฑีที่เป็นสากล ก็เชื่อว่าจะก่อเกิดสิ่งที่เป็นสุขภาวะดีๆพร้อมไปกับได้งานความรู้ที่ดีๆไปด้วย เสมอๆนะครับ

เขียนเมื่อ 

ภาพนี้งดงามไร้ที่ติ ;)...

ลองเล่าและถ่ายทอดด้วยความรู้สึกของมดและหนอน หรือฝุ่น ที่เมื่ออยากกล่าวถึงพระพุทธคุณและธรรมชาติ ตัวเราก็ให้เล็กราวผงธุลีเกินจะกล่าวถึงได้ เลยลองอ่านอารมณ์นี้ด้วยมุมมองสายตามดหรือสายตาหนอนน่ะสิครับ ก็สื่อและให้อารมณ์ภาพได้ดีอย่างที่ต้องการ อย่างอาจารย์ว่าเลยทีเดียวละครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์ ถูกใจกับการเทียบเราเท่าผงธุลี ..ธรรมชาติมองเราตัวเท่ามด ..เรามนุษย์กลับไปทำลายธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่งดงาม....แม้สายน้ำไหลยังสวยงาม อย่านำอะไรมากั้นขวางเพราะมันเป็นไปตามธรรมชาติแบบนั้น....แล้วก็จะผ่านพ้นไปตามกาลเวลา

เห็นสภาพน้ำท่วมหลายแห่งแล้วก็ให้รู้สึกสงสารจังเลยนะครับ ในบรรยากาศอย่างนี้ การสื่อสารเพื่อเรียนรู้สังคมกับสิ่งแวดล้อมไปด้วย อย่างนี้ ก็เป็นเรื่องดีที่น่าช่วยกันทำเยอะๆนะครับ

สื่อโดยทั่วไปมักคุ้นเคยกับรูปแบบรายงานข่าวอาชญากรรม เหตุร้าย และความผิดปรกติ เลยรายงานข่าวน้ำท่วมให้คนตื่นเต้น เร้าใจ กลัว มากกว่าจะทำให้ได้ภาพความเป็นจริง ได้ความรู้ ได้สติ ได้ข้อมูล ได้ความคิดและวิธีการดีๆเพื่อการปรับตัว ป้องกัน หาทางออก และมีมีส่วนร่วมต่อความจำเป็นต่างๆอย่างเหมาะสม เมื่อสัมภาษณ์ชาวบ้าน ก็เหมือนกับพยายามถามเพื่อให้ชาวบ้านแสดงการร้องไห้ให้ถ่ายทีวีและถ่ายทอดเสียงวิทยุ ไปๆมาๆเลยก็ทำท่าจะหันมาโจมดีกันขรม มากยิ่งกว่าระดมความสนใจเพื่อการแก้ปัญหาน้ำท่วมโดยตรงไปแล้วนะนี่

ความเงียบสงบสอนใจของเราได้เยอะเลยนะครับอาจารยื์ น

ความเงียบสงบ ความเยือกเย็น ความมีสติมั่นคง ความรื่นรมย์เบิกบานใจ
จัดว่าเป็นเครื่องมือช่วยจัดการตัวเราเองให้ทำสิ่งต่างๆได้อย่างมีพลัง และอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อย่างหนึ่งเหมือนกันนะครับ การฝึกข้างในอยู่เสมอจึงมีความสำคัญ
สื่อศิลปะ รวมไปจนถึง บรรยากาศและสภาพแวดล้อม เพื่อเป็นสื่อเงื่อนไขให้สามารถเข้าถึงภาวะอย่างนี้ได้ด้วยตัวเราเอง จึงเป็นวิธีหนึ่งสำหรับทำงานในแนวนี้น่ะครับ

คุณแสงแห่งความดีมีความสุขนะครับ