ผมก็เหมือนกับท่านอาจารย์ลุงศรีศักดิ์ เมื่อน้ำท่วมผมจะสนุกกับน้ำท่วมมาก ผมจะทำเรือจากกอจากบ้าง จากกาบมะพร้าวบ้าง จากห่อลูกอ่อนของมะพร้าวบ้าง จากกระดาษบ้าง แล้วไปเล่นน้ำที่กำลังท่วม จำได้ว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พ่อทำเรือจากไม้กระดานแผ่นเดียว ถากเป็นแผ่นเรียบอย่างนั้น แล้วเอาตะปูตอกที่กลางแผ่น เอาืเชือกผูกที่ตะปู ปลายเชือกอีกข้างหนึ่งผูกกับไม้เพื่อจับและเหวี่ยงรอบตัว เรือชนิดนี้จะแหวกน้ำไปได้เร็วดีมาก ในปีหนึ่งๆ ที่บ้านจะมีน้ำท่วมครั้งหนึ่งหากมากหน่อยก็ไม่เกินสองครั้ง นี้คือบรรยากาศทางบวกในอดีตเมื่อไม่น้อยกว่า๓๐ปีมาแล้ว
ปีที่แล้วน้ำท่วมที่หาดใหญ่ เมื่อหาดใหญ่น้ำลดลงแล้ว แต่ทางสุราษฏร์น้ำยังท่วมขัง รถวิ่งกลางคืนไม่ได้ ผมมุ่งหมายเดินทางไปหาดใหญ่ แต่รถไปติดอยู่ที่สุราษฏร์ ต้องรอจนรุ่งสาง เมื่อมองเห็นทางได้แล้ว จึงเดินทางลุยน้ำ ขนาดรถประจำทางที่ว่าสูง น้ำยังเข้าพื้นล่างได้ ไปถึง บขส.หาดใหญ่ เดินด้วยเท้าไปทางวัดท่าเคียน ระหว่างนั้น ผมเห็นสิ่งต่างๆในตัวเมืองหลังน้ำท่วม ทั้งกลิ่นเหม็นและขยะโลก
ปีนี้ น้ำท่วมเกือบทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่อยุธยาซึ่งไม่ไกลนักจากที่ทำงาน ที่ทำงานที่ผมทำงานมา ๘ ปี เป็นพื้นที่อยุธยาส่วนหนึ่ง และปทุมธานีส่วนหนึ่ง ชาวบ้านต่างกลัวน้ำจะหลากมาท่วม แม่บ้านบางคนร้องไห้ ทั้งที่น้ำยังไม่ท่วม การร้องไห้เพราะเกรงว่า เมื่อน้ำมาไม่รู้จะทำอย่างไรดี ทรัพย์สินที่มีอยู่ไม่รู้จะขนไปไว้ที่ไหน อาจารย์จำนวนหนึ่งที่มีทรัพย์สินเช่นรถ ต่างตระหนกกันเมื่อมีข่าวว่าน้ำทางอยุธยาจะมา เขื่อนแตกที่นั้น ร้าวที่นี้ ต่างขับรถไปจอดที่เนินสูง แต่จนวันนี้ก็ยังไม่เห็นน้ำ
น้ำท่วมกลายเป็นเรื่องน่ากลัวไปแล้ว ทำไมจะไม่น่ากลัว เพราะมันหมายถึงทรัพย์สินที่สะสมมาต้องหายไปกับสายน้ำ ยิ่งรายได้น้อยยิ่งหมดตัว เพราะหากรายได้มาก เราคงไม่สร้างบ้างเพียงชั้นเดียวอย่างแน่นอน น่ากลัวอีกอย่างคือ ขยะโลก สารเคมีที่ค้างอยู่ตามท้องไร่ท้องนา เศษมูลต่างๆที่เราทิ้งกันตามท่อน้ำ กองขยะ ฯลฯ ตลอดถึงน้ำเน่าเสียตามคูคลอง โดยเฉพาะแหล่งชุมชน น้ำกลายเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องสนุกเหมือนในอดีตแล้ว
ผมแม้จะไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ แต่ขอแสดงความชื่นชมและคารวะ ม.ธรรมศาสตร์ โดยเฉพาะอธิการ ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยแห่งคณะสงฆ์ไทย) ที่เอื้อเฟื้อรองรับความยากลำบากของผู้ประสบภัย โดยเฉพาะ ม.มจร.นั้น พื้นที่ไม่ได้สูงอะไรมากมาย
ขอแสดงความอาลัยแด่ผู้สูญเสีย และขอเอาใจช่วยเหลือผู้กำลังประสบภัย เมื่อวานผมเข้ามาห้องทำงาน พบอาจารย์ท่านหนึ่งอยู่อำเภอบางปะอิน ผมถามท่านว่า น้ำไม่ท่วมหรือ ท่านไม่ตอบ พร้อมกับปลีกตัวออกมาจากประตูรถคนเก่าๆไม่ต่ำจาก ๓๐ ปี "ดูนี่" นั่นคือสิ่งที่เพื่อนให้ผมดู ท่านไม่ใส่รองเท้า ฝ่าเท้าเป็นแผลเต็ม น่าจะเกิดจากน้ำกัด ใส่กางเกงขาสั้น เสื้อยืด ผมเห็นผ้ายังเปียกโชก แสดงว่า น้ำท่วมเลยหน้าอก ทราบว่า ท่านมาสอนนักศึกษาคนหนึ่งที่ค้างอยู่ และมาเซ็นต์ชื่อ แต่ก็ต้องรีบกลับ เพราะลูกกับภรรยาติดน้ำอยู่ ผมถามท่านว่า ก็นี่มันปิดเทอมแล้วไม่ใช่หรือ ท่านตอบว่า "หน้าที่"
คำว่า "หน้าที่" ในความคิดของผมมันมีความหมายบางอย่าง อย่างน้อยผมก็คิดว่า แต่ละคนมีหน้าที่อะไร หน้าที่นี้มาจากจิตสำนึกหรือระเบียบข้อบังคับใดๆหรือไม่ ในภาวะฉุกเฉินแบบนี้ ยังจะรักษาหน้าที่ไว้หรือไม่ ฯลฯ
เมื่อคืนผมโชคดี ที่ได้มีโอกาสไปบรรจุทรายที่เทศบาลตำบลพระอินทราชา พร้อมด้วยสมาชิกบ้านเือื้ออาทรชายหญิงอีกจำนวนมาก
ขอให้เข้มแข็ง
ต้องทุกข์ทนอกไหม้ภัยใหญ่หลวง
เจ็บในทรวงหน่วงหนักสุดผลักใส
น้ำเจิ่งนองไปทั้งหล้าพาหม่นใจ
พี่น้องไทยไม่ทิ้งกันปันสิ่งมี
ความยากลำบากเพราะไม่มีใครคาดคิดและไม่เคยพบเห็นน่ะค่ะ