ผู้ป่วยโรคนิ้วล็อกพุ่ง7.6พัน นักช็อป-แม่บ้าน-ครูกลุ่มเสี่ยง

แพทย์เผยนักช็อป-แม่บ้าน-ครู-นักกอล์ฟ-คนทำสวนเสี่ยงเป็นโรคนิ้วล็อก ระบุ 3 ปีคนไทยป่วย 7,600 ราย กลุ่มหญิงวัย 40-50 ปี เสี่ยงกว่าชาย 4 เท่า หากปล่อยไว้เข้าขั้นรุนแรงถึงพิการ

น.พ.วิชัย วิจิตรพรกุล ผู้เชี่ยวชาญโรคนิ้วล็อก โรงพยาบาลเลิดสิน เปิดเผยกับ "คม ชัด ลึก" ว่าผู้ป่วยโรคนิ้วล็อก (Trigger Finger) มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เฉพาะผู้ป่วยขั้นรุนแรงที่ผ่าตัดที่โรงพยาบาลเลิดสิน จากที่ในปี 2542-2543 มีผู้ป่วย 200 ราย ต่อมาในปี 2546 มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นหลักพันต้นๆ แต่ปัจจุบันมีผู้ป่วยราว 7,600 ราย พบในหญิงอายุ 40-50 ปี ถึง 80% ส่วนชายพบแค่ 20% เฉลี่ยแล้วคนไทยเป็นโรคนี้เฉลี่ยบ้านเว้นบ้าน บ้านละหลายคน คนละหลายนิ้ว

น.พ.วิชัย กล่าวด้วยว่า กลุ่มอาชีพต่างๆ ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคนิ้วล็อก ได้แก่ นักช็อปปิ้งและแม่บ้านแล้ว ครู ผู้พิพากษา นักเขียน นักบัญชี รวมถึงนักบริหาร นักกอล์ฟ คนที่ใช้คอมพิวเตอร์หรือพิมพ์ดีดวันละหลายชั่วโมง คนทำสวน ช่างแขนงต่างๆ หมอนวดแผนโบราณ ช่างตัดผมและช่างตัดเสื้อ มีความเสี่ยงทั้งสิ้น เพราะเกิดจากการใช้งานของมือในท่ากำบีบอย่างแรงซ้ำบ่อยๆ จะทำให้เกิดการบดกันของเข็มขัดรัดเส้นเอ็น จนเกิดอาการบวมอักเสบ กลายเป็นพังพืดยึดแข็งตัวจนเสียความยืดหยุ่น ไม่ยอมให้เส้นเอ็นวิ่งผ่านไปมา เวลากำนิ้วมือหรืองอนิ้วไม่สามารถทำได้ตามที่ต้องการ

ผู้เชี่ยวชาญโรคนิ้วล็อก กล่าวด้วยว่า อาการของโรคเริ่มตั้งแต่เจ็บบริเวณฐานนิ้วนั้นๆ มีอาการปวดชาตลอดเวลา นิ้วมีความฝืดในการเคลื่อนไหว สะดุด หรือกระเด้งเวลางอหรือเหยียดนิ้ว และเมื่อเกิดอาการล็อก ถ้างอหรือกำนิ้วมือจะเหยียดออกไม่ได้ ต้องใช้อีกมือมาง้างออก หากปล่อยไว้นานจะทำให้นิ้วมือโก่ง งอ บวม เอียง และถ้าปล่อยไว้ต่อไปข้อต่ออาจจะยึด ขยับไม่ได้ ถึงขั้นมือพิการได้

น.พ.วิชัย กล่าวอีกว่า วิธีรักษาโรคนิ้วล็อกขึ้นอยู่กับอาการของโรค หากเป็นระยะแรกให้ใช้วิธีการพักมือ บีบนวดหรือแช่น้ำอุ่น หากมีอาการรุนแรงขึ้น ต้องให้ยาต้านการอักเสบของไขข้อ และฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปในปลอกหุ้มเอ็น ใช้เวลา 3-6 เดือนถึงจะกลับมาเป็นใหม่ แต่หากจะให้หายเด็ดขาดต้องผ่าตัดเสียค่าใช้จ่าย 3000-5000 บาทต่อนิ้ว