วันนี้ (24 ส.ค.49)  มัวแต่วุ่นวายกับการประสานงาน การจัด "วันสาธิตข้าว  ลืมไปสนิทเลยว่ามีนัดในภาคบ่าย    จนได้มีโทรศัพท์เข้ามาหลังกินข้าวเที่ยง   เมื่อรับสายเป็นประธานกรรมการบริหาร..ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรตำบลช้างซ้าย "  ถามว่าจะมาถึงที่ประชุมกี่โมง
  
         ผมลืมนัดจริง ๆ เพราะนัดหมายกับ ประธาน "กลุ่มส่งเสริมการผลิตข้าวบ้านป่าสัก "  นัดหมายทางโทรศัพท์แต่ไม่ได้ลงบันทึกในสมุดครับ  ก็เลยลืมเพราะช่วงนี้มีงานเข้ามาเยอะมาก

         จึงได้รู้ว่านี่แหละความสำคัญของการบันทึก 
ผมรีบเดินทางไปที่บ้านของ เลขานุการกลุ่ม พี่ปราณี  ปิโย(ถือเอกสารในภาพ)  ซึ่งเป็นสถานที่นัดประชุม  เมื่อไปถึงก็พบว่าสมาชิกได้พูดคุยกันไปบ้างแล้ว    เลขานุการกำลังชี้แจง  รายละเอียดกิจกรรมของกลุ่มฤดูกาลผลิตที่แล้ว



        ทราบว่าขณะนี้การดำเนินการตามที่ผมบอกไว้เมื่อฤดูกาลที่แล้วเรื่องสร้างกองทุนการผลิต ซึ่งได้ดำเนินการแล้ว  มีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง  ซึ่งได้รับคืนจากสมาชิกที่ยืมพันธุ์ข้าวไปเมื่อหลังเก็บข้าวก็เอาเข้าข้าวมาคืนตามจำนวนที่ยืม และคณะกรรมการได้นำข้าวไปขายให้กับโรงสี  ได้มาเป็นเงินกองทุนแล้ว 
         วันนี้ต้องการพูดคุยเรื่องการบริหารเงินกองทุน  ว่าจะให้ทำอย่างไร  โดยให้ผมบอก  ผมเริ่มโดยการจุดประกายเวทีให้สมาชิกพูดคุยเล่าเรื่องการผลิตปีที่แล้ว  โยงมาถึงปีนี้ว่าความต้องการของกลุ่มคืออะไร  โดยให้ ประธานศูนย์บริการฯ (เสื้อลายยืน)  คุณสมทรง  สุขศรี ช่วยเป็นผู้ดำเนินการเวที

 

         ประธานกลุ่ม(เสื้อขาว) คุณศิริ เกษรแย้ม  ได้สรุปสถานการณ์ว่า ที่สำคัญตอนนี้คือเรื่องพันธุ์ข้าว  กลุ่มต้องการพันธุ์ข้าว  เพราะเห็นแล้วว่ามีความสำคัญต่อความคุ้มทุนในการผลิต



และรวมถึงความรู้เรื่อง  การทำปุ๋ยอินทรีย์  เพื่อลดต้นทุนการผลิต ผมได้สอบถามถึงพันธุ์ข้าวที่มีอยู่ในมือสมาชิก  ทราบมีเก็บอยู่ 2 ราย  ที่สามารถขายให้กลุ่มได้  ของรายอื่นๆ  คุณภาพไม่ถึงกับเป็นเมล็ดพันธุ์ได้  ผมจึงโทรศัพท์ไปหา  กลุ่มข้าวอีก 2 กลุ่ม  คือ   และกลุ่มข้าวบ้านไสใหญ่  และ กลุ่มข้าวบ้านแพร่  เพื่อขอแบ่งเมล็ดพันธุ์ข้าว   ซึ่งก็ได้รับความร่วมด้วยดี 

          ผมและประธานศูนย์บริการ ฯ จึงถือเอาโอกาสตรงนี้ครับ  โยงเข้าเรื่อง เพื่อเรียนรู้ความสำคัญของการรวมกลุ่ม  การบริหารกองทุนของกลุ่ม  กับ เครือข่ายของกลุ่มครับ

           การประชุมของกลุ่มข้าว  บ้านป่าสัก  วันนี้  ดูสมาชิกสนุกไม่เกร็งในการพูดคุยเพราะนั่งคุยแบบธรรมดา  และได้สาระยิ่ง สมาชิกได้รู้ถึงคุณค่าของการรวมกลุ่ม  และคุณค่าของการมีมิตรเครือข่าย  และผมได้เรียนรู้พฤติกรรมของชุมชนอีกหลายอย่างเพื่อเอาไปปรับใช้อีกครับ