ชีวิตสองพ่อลูกที่เป็นลูกแรงงานต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทย คิดอย่างไรต่อดี??
คณะนักวิจัยได้รับทราบเรื่องราวของบิ๊กจากคุณโมผู้อุปการะ ซึ่งเล่าให้ฟังว่าได้พบบิ๊กครั้งแรกตอนบิ๊กอายุประมาณ ๕-๖ ขวบ กำลังเดินด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าโบสถ์ ที่จังหวัดระนอง เมื่อเข้าไปคุยด้วยก็พบว่าบิ๊กแขนบวม เนื่องจากถูกเพื่อนเตะแขนหัก จึงได้พาไปหาหมอ เมื่อได้คุยกับครอบครัวจึงทราบว่าบิ๊กกำพร้าแม่ อยู่กับพ่อซึ่งมีฐานะยากจน อยากให้ลูกเรียนหนังสือก็ไม่มีโอกาส จึงได้ขอให้คุณโมช่วยให้ลูกได้เรียนหนังสือ คุณโมจึงได้ฝากให้บิ๊กมาเรียนหนังสือและพักอยู่กับบ้านอุปการะเด็กยากจน และกำพร้า ของเอกชนแห่งหนึ่งที่จังหวัดนนทบุรี จนถึงปัจจุบัน
<p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> เมื่อเราติดตามไปคุยกับพ่อบิ๊กเพื่อสืบค้นประวัติบิ๊กเพิ่มเติม จึงได้ทราบว่าบิ๊ก หรือชื่อจริงว่าเด็กชายสมชาย ไม่มีนามสกุล เกิดเมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ ที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เนื่องจากขณะนั้นตนและภรรยาทำงานอยู่กับนายจ้าง ที่จังหวัดพังงา โดยตอนเกิดได้แจ้งกับทางโรงพยาบาลว่า พ่อเด็กชื่อนายลอง แม่เด็กชื่อนางซิน</p> <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> พ่อบิ๊ก มีชื่อตามบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยว่า นายซอมีทอ เป็นคนเชื้อสายกะเหรี่ยง เกิดเมื่อปี ๒๕๐๐ ที่จังหวัดย่างกุ้ง ประเทศพม่า เคยมีบัตรประจำตัวประชาชนพม่าแต่ได้สูญหายไป เนื่องจากไต้ก๋งเรือคนก่อนเอาติดไป เข้ามาทำงานในประเทศไทยครั้งแรกประมาณ ๒๐ ปีก่อน โดยเข้ามาทางด้านเกาะสอง อำเภอเมือง จังหวัดระนอง พ่อบิ๊กเล่าว่าเหตุที่เข้ามาเพราะอยู่ที่พม่าถูกกดขี่เรื่องการทำงาน ต้องส่งส่วยให้เจ้าหน้าที่ บางครั้งก็ถูกชาวพม่าบางกลุ่มที่เกาะสองรังแก</p> <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ภายหลังจากที่บิ๊กอายุได้ ๖ ขวบ แม่ซึ่งเป็นคนสัญชาติพม่าเชื้อสายกะเหรี่ยง ได้ทิ้งบิ๊กไว้กับพ่อตามลำพังและไปแต่งงานอยู่กับสามีใหม่ พ่อบิ๊กพยายามเลี้ยงลูกชายอย่างดี อยากให้เรียนหนังสือไทย แต่เมื่อเป็นไปได้ยากมากเพราะฐานะยากจน ดังนั้นจึงได้ฝากคนรู้จักที่เคยช่วยเหลือตนและลูกยามเจ็บป่วย ให้ลูกได้มีโอกาสเข้าโรงเรียน บิ๊กจึงได้มีโอกาสเข้าเรียนหนังสือ จนถึงปัจจุบันกำลังเรียนชั้น ป.๔ แต่ก็ยังไม่มีเอกสารประจำตัวใดๆ แม้สูติบัตร ทั้งที่เกิดในโรงพยาบาล</p>
พ่อเป็นแรงงานขึ้นทะเบียนกับกระทรวงแรงงานหรือไม่ ?
พ่อมี "บัตรประจำตัวผู้ไม่มีสัญชาติไทย" ก็แสดงว่า เป็นแรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียนนะ ลูกจึงน่าจะมีสิทธิในการร้องขอ "สูติบัตร" ได้นะ
ตรงนี้ สำคัญต้องเช็คนะ
ถ้าเป็นแรงงานจดทะเบียน ก็ต้องมีชื่อใน ทร.๓๘/๑ ซิ
ปัจจุบันพ่อบิ๊กได้รับการต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ตามมาตรา ๑๕ (ตามมติ ค.ร.ม.๑๖ พฤษภาคม ๒๕๔๙) แล้ว โดยจะหมดอายุในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๐
กรณีใบเกิดผมมีประเด็นนิดหนึ่งครับ
แม้ว่าพ่อบิ๊กจะมีใบอนุญาตทำงานและขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทยก็จริง แต่หากไม่ได้นำชื่อลูกมาแจ้งว่าเป็นผู้ติดตามและลูกเกิดก่อนมีมติครม. เรื่องนี้ในปี 2547 หลายพื้นที่ (รวมถึงตัวสำนักงานทะเบียนราษฎร์ด้วยนะครับ) จะไม่รับแจ้งเกิดให้แก่เด็ก
ประเด็นนี้ผมติดใจมาก เพราะทางทะเบียนราษฎร์บอกว่าที่ทำไม่ได้เพราะเกรงว่าเด็กจะไม่เกิดในไทย (ทั้งที่มีใบรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล?) และพ่อแม่ก็ควรพาลูกมาขึ้นทะเบียนแต่ต้น แต่ในความเป็นจริง เวลาภาครัฐมีนโยบายก็ไม่เคยทำความเข้าใจกับตัวแรงงานอย่างจริงจัง พวกเราก็ทำได้ไม่ทั่วถึง (อันนี้ยอมรับจริง ๆ ครับ) แต่หากหลักฐานใบรับรองการเกิดจากโรงพยาบาลยังยืนยันไม่ได้ว่าเด็กเกิดเมืองไทย แล้วจะเอาหลักฐานอันไหนที่น่าเชื่อถือได้หละครับ
กรณีบิ๊กอยากให้เช็คว่าพ่อพาไปจดทะเบียนเป็นผู้ติดตามด้วยหรือไม่
การสืบค้นเอกสารหนังสือรับรองการเกิด กรณี น้องบิ๊ก ครั้งที่ 1 · เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม เราได้ไปที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เราได้พบกับ คุณพรรณี เจ้าหน้าที่ที่อยู่หน้าห้องคลอด (ไม่ทราบตำแหน่ง) · ได้แจ้งกับคุณพรรณี ว่าขอสืบค้นเอกสารของบิ๊ก โดยบอกรายละเอียดไปว่า เด็กเกิดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2537 ซึ่งทางพ่อของเด็กเป็นคนยืนยัน และได้แจ้งชื่อแม่ ว่านางซิน และแจ้งชื่อพ่อ นายลอง เราได้ให้ชื่อจริงของแม่และพ่อไว้ด้วย และพ่อของเด็กยืนยันว่ามีหมอคนหนึ่งตั้งชื่อลูกให้ ด.ช.สมชาย ไม่มีนามสกุล เรานั่งคอยรอและคุณพรรณีบอกว่า วันนี้คงไม่มีเวลาที่จะค้นเอกสารดังกล่าวให้ได้ แล้วคุณพรรณีก็ได้ให้เบอร์โทรติดต่อกับเรา เพื่อให้โทรมาอีกครั้งในเย็นวันพรุ่งนี้ ครั้งที่ 2· ตามที่คุณพรรณีนัดให้โทรประสานได้ ประมาณเวลา 4 โมงเย็น - เราได้รับคำตอบว่าไม่พบ และคุณพรรณี กล่าวต่อว่า วันนี้พี่มีเวลาดูให้จึงค้นทั้งปี พ.ศ.36 , 37 และปี 38 ให้แต่ก็ไม่เจอ และช่วงสามปีนั้นส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีคนต่างชาติมาก · พี่แหม่ม มูลนิธิเด็ก - แนะนำกับเราว่า ถ้าเด็กเกิดนานแล้วลองไปดูอีกโรงพยาบาลหนึ่ง ในตัวเมืองเก่าตะกั่วป่าดู เพราะเขาอาจจำโรงพยาบาลผิดก็ได้ ชื่อโรงพยาบาลบางไทร ตะกั่วป่าครั้งที่ 3· เช้ารุ่งขึ้น เรารีบเตรียมออกเดินทางไปที่เมืองเก่าตะกั่วป่า เมื่อถึงพบว่าเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็กพอสมควร มีคนไข้น้อยมาก และดูวังเวงชอบกล ชื่อโรงพยาบาลบางไทรตะกั่วป่า เราพบเจ้าหน้าที่พยาบาลสาวท่านหนึ่ง เราจึงแจ้งความจำนงค์ เช่นเดียวกับที่แจ้งกับคุณพรรณี คุณพยาบาลแจ้งว่า จริงๆแล้วเอกสารถ้าเกิน 10 ปี ทางโรงพยาบาลจะโละทิ้ง แต่ก็จะไปดูให้ละกัน · สักครู่ใหญ่ คุณพยาบาลก็ได้นำเอกสารหลายชิ้นมา เป็นเอกสารที่เก่ามากขาดรุ่งริ่ง เราเริ่มค้นเอกสารร่วมกับคุณพยาบาล …………. ไม่พบเลยที่จะใกล้คียงจากข้อมูลที่เรามี แต่เราพบว่ามีพี่น้องแรงงานมาคลอดบุตรที่โรงพยาบาลหลายราย มีทั้ง มอญ และ พม่า ที่ระบุไว้ในเอกสารนั้น· เราจึงโทรถามกับพ่อบิ๊กทันทีเพื่อย้ำว่าข้อเท็จจริงเช่นเดิมหรือไม่ ปรากฏก็เช่นเดิม เราจึงฉุกคิดว่าแล้วแม่ของบิ๊กตอนนี้อยู่ที่ไหน เราได้รายละเอียดจากพ่อบิ๊กเพียงว่า แม่บิ๊กอยู่ร้านไต๋กง แถวนางย่อน สะพานปลา อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ครั้งที่ 4· หลังจากนั้นหนึ่งวัน เราได้ไปที่อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา โดยรถจักรยานยนต์เช่าจากอำเภอตะกั่วป่าระยะทาง 50 กิโลเมตร เมื่อถึงแยกอำเภอคุระบุรี เราก็ไต่ถามผู้คนแถวนั้นว่าร้านไต๋กงอยู่ที่ไหน แต่ก็ไม่มีใครทราบ เฃและเราได้เห็นป้ายมูลนิธิผู้หญิงเราจึงตรงไป โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่อยู่แม้จะในวันอาทิตย์เช่นนี้ · เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ให้ความร่วมมือกับเราอย่างดีทีเดียว โดยการแนะนำกับเราว่าดีแล้วที่ยังไม่ไปแถวสะพานปลาตรงๆเพราะถ้าคนแปลกหน้าเข้าไป เขาจะหนีหายกันปิดประตูบ้านหมด (จริงๆก็เป็นยังที่เจ้าหน้าที่เขาว่าเราลองไปดูทีแรกเงียบเลย) เขาเลยโทรศัพท์ประสานกับอาสมัครของมูลนิธิซึ่งเป็นชาวบ้านพม่า ให้ลองไปสอบถามดูว่ามีตามสถานที่ และชื่อที่เราได้บอก ปรากฎว่าไม่มีคนชื่อนี้ แต่มีสถานที่ดังกล่าวจริง และน้องเจ้าหน้าที่บอกกับเราว่าถ้าป็นร้านๆแถวสะพานปลาที่นี่ ส่วนใหญ่เขาจะเปิดไว้บังหน้า แต่ด้านในร้านเป็นแหล่งค้าประเวณี …….· เราจึงโทรไปบอกพ่อของบิ๊กดูเพื่อจะได้ถามชื่อที่อาจจะใกล้เคียงกว่านี้ พ่อบิ๊กแนะนำเราว่าเมื่อไปถึงร้านไต๋กงให้โทรไปอีกทีและพ่อบิ๊กจะขอคุยกับเจ้าของร้านเอง เพราะดูเหมือนจะรู้จักกัน· เรามุ่งไปที่สะพานปลา (ทางเข้าท่าเรือเกาะสุรินทร์) ประมาณสักครึ่งระยะทางได้เราเห็นว่าสภาพแต่ละแวกสะพานปลาละแวกนี้เหมือนๆกัน เราหยุดรถและถามคนแถวนั้นว่า เราจึงพบกับร้าน …..ประมงคาราโอเกะ…… เมื่ออยู่หน้าร้านนุชเห็นน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูคุ้นหน้า เหมือนกับพี่สาวของบิ๊กที่เคยดูจากรูปถ่ายที่พ่อบิ๊กเคยให้เราดู เราเรียกน้องคนนั้น แต่เขาดูเหมือนจะไม่เข้าใจภาษาที่นุชจะพยายามสื่อสารเลย น้องเขาจึงชี้ให้ไปคุยกับเจ้าของร้าน· เราพบกับ คุณมงคล เจ้าของร้านประมงคาราโอเกะ เราบอกกับเขาในทีแรกเพียงว่าเรามาหาแม่ของบิ๊ก คุยไปคุยมาสักพักใหญ่กว่าเขาจะรู้สึกไว้ใจเรา และประกอบกับเสียงเพลงในร้านที่ดังมาก เขาจึงได้ให้น้องผู้หญิงไปเรียก คนชื่อ เซ มาหาเรา …… เราถามไปมา กว่าจะทราบว่าเป็นแม่ของบิ๊กจริงหรือไม่ นางเซ ได้หยิบภาพของบิ๊กมาให้เราดู สักพักเราเห็นน้ำตาของนางซินไหล …… จึงวกกลับไปคุยกับคุณมงคลอีกครั้ง คุณมงคลให้เราดูเอกสารแรงงานที่เขาได้ทำไว้ให้กับ แม่ของบิ๊กและพี่สาวของบิ๊ก และเมื่อเราถามถึงวันเดือนปีเกิดของบิ๊ก แม่ของบิ๊กบอกว่าเคยจดเอาไว้ (แต่ดูคุณมงคลพยายามเหมือนกับว่าไม่ให้นุชไปที่บ้านพักของนางซิน) เมื่อแม่ของบิ๊กนำมาให้เราดู จึงได้ทราบว่าเอกสารที่โรงพยาบาลนั้นสูญหายนานแล้ว และบอกกับเราอย่างยืนยันหนักแน่นว่า น้องบิ๊กชื่อสมชาย และเกิดที่โรงพยาบาลจริงๆ แต่รายละเอียดที่แม่บิ๊กให้เราดูนั้น ปรากฎว่าที่นางซินจดนั้น ระบุว่าน้องบิ๊กเกิดเมื่อ 9 / 7 / 1995 และนางซินบอกว่าจำได้คร่าวๆเท่านั้น และให้ข้อมูลเพิ่มกับเราต่อว่า จำหมอที่ทำคลอดได้ด้วย เพราะตอนคลอดน้องบิ๊กนั้น ได้ผ่าท้องคลอด หมอชื่อ สม-บุญ · เราลากลับเมื่อได้คุยกันสักพักใหญ่ ก่อนกลับเราขออนุญาตคุณมงคลถ่ายรูปแม่และพี่สาวของบิ๊ก ที่ต้องขอเพราะคุณมงคล ไม่ได้ปล่อยให้เราคุยกับนางซินตามลำพังเลยครั้งที่ 5· เราได้ไปโรงพยาบาลตะกั่วป่าอีกครั้ง แต่วันนี้มีคนไข้ที่ตั้งครรภ์มาคลอดมากเหลือเกิน แต่เราก็ได้พบคุณพรรณี เราแจ้งความจำนงอีกครั้ง รบกวนให้คุณพรรณีช่วยค้นอีกครั้ง ดังนี้· เด็กชื่อ ด.ช.สมชาย ไม่มีนามสกุล ยืนยันว่า มีหมอชื่อสมบูรณ์ เป็นคนทำคลอด และ ชิ่อแม่เด็ก อาจเป็น ซิน / เซ / เซะ / ZIN / มามาเซะ และพ่อเด็กอาจแจ้งชื่อเป็น LONG / ลอง / เลา / หลง / โกเหลา / โกเลา / โกหลง และเด็กอาจเกิด 24 พฤศจิกายน 2537 หรืออาจเกิด 9 กรกฎาคม 2538 · และแล้วคุณพรรณี บอกเราว่า อยากให้โทรมาเย็นๆพรุ่งนี้หรืออีกวัน เพราะว่าวันนี้คนไข้เยอะมากๆ ครั้งที่ 6เราโทรประสานคุณพรรณี ตามเวลาเย็นเช่นเดิม แต่คุณพรรณี ก็ยืนยันว่า ไม่พบเลย พยายามค้นให้ทั้งปี 2537 และ พ.ศ.2538 จนสุดท้ายคุรพรรณี บอกว่า ตามระเบียบโรงพยาบาลไม่ให้ค้นเอกสารนอกอาคาร แต่ก็ไง พรุ่งนี้ลองมาค้นเอกสารเอาเองละกัน เดี๋ยวจะหาว่ามาเชื่อพี่
ครั้งที่ 7
วันนี้ นุชได้ไปตามเอกสารของบิ๊กอีกครั้ง และคิดว่าน่าจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว คราวนี้คุณพรรณี เจ้าหน้าที่พยาบาล เปิดโอกาสให้นุชได้ตรวจเอกสารทะเบียนการคลอด ทั้งปี 2536 ถึง ปี 2538 อย่างละเอียดเลย
พบที่ใกล้เคีนงที่สุด 1 คน ปรากฏชื่อ แม่เด็ก เป็น "นางมามาซีน" ชื่อพ่อเด็ก "นายจอง" เด็กเกิด 18 พฤจิกายน 2536 โดยมีหมอชื่อ พรหม์บูรณ์เป็นคนทำคลอด ในทะเบียนคลอดของโรงพยาบาลตะกั่วป่าที่ดูแล้วใกล้เคียงที่สุด ถึงแม้ว่าวันเดือนปีเกิดจะไม่ตรงกันกับที่พ่อและแม่ของบิ๊กได้แจ้งกับเรา ก็ตาม
และนุชพบว่า ในปี พ.ศ.2536-2538 นั้นมีคนต่างชาติที่มาคลอดในโรงพยาบาลเพียง 30 รายเท่านั้น และก็เป็นคนเชื้อสาย พม่า และมอญ เป็นหลัก นอกนั้นเป็นคนที่ระบุว่าเป็นไทย ถึงจะไม่ได้ระบุสัญชาติก็ตาม
เมื่อสอบถามกับคุณพรรณี ว่าจะสามารถขอคัดสำเนาชิ้นนี้ได้อย่างไร คุณพรรณีแจ้งว่า ถ้าพ่อแม่มีเอกสารถึงแม้ตอนนี้ชื่อไม่ตรงกันก็ลองนำมาก่อน เดี๋ยวจะดูให้
และคุณพรรณีบอกต่อเราอีกว่า ถึงตอนนี้พ่อหรือแม่จะไม่มีเอกสารก็ตาม ทางโรงพยาบาลก็ออกให้ได้ แต่ถ้าเป็นคนพม่าหรือมอญหรือใครฯนั้น ถ้าเขาสื่อสารกับเราไม่รู้เรื่องเขาก็ไปติดต่อทางอำเภอไม่เข้าใจ แต่ถ้ามีคนมาช่วยติดต่อขอหนังสือรับรองการเกิดแทนพ่อหรือแม่เด็กนั้นก็ได้
และนุชถามต่อประเด็นทีว้า เอกสารของ ร.พ.จะมีการทำลายหรือไม่ได้นั้น คุณพรรณี- ตามหลักถ้าเกิน 10 ปี ร.พ.ก็จะทำลายเอกสารปกติ แต่เรื่องรับรองเกิด ก็ยังไม่ทำลายหรอก เพราะจริๆแล้วก็สงสารเหมือนกัน บางคนไม่มีความรู้ ยังไม่เอาเอกสรนี้ไปแจ้งเกิดที่อำเภอ เพราะบางรายเขาคิดว่า หนังสือรับรองการเกิดเป็นใบเกิดของลูกเขา
เดี๋ยวมาต่อคะ
ต่อ
เรากลับไปนำเอกสารของพ่อและแม่บิ๊กมาให้ คุณพรรณี คุณพรรณีจึงบอกว่างั้นเอาตามเอกสารจริงปัจจุบันของแม่พ่อเด็กนะ แล้วคุณก็ลองไปติดต่อที่อำเภอดูแล้วกันว่าเขาจะทำให้หรือเปล่า ทางโรงพยาบาลออกเอกสารให้อยู่แล้วไม่มีปัญหาอะไร ………แล้วจะใช้ชื่อเด็กว่าอย่างไร นุชจึงโทรประสานกับพี่ต้อง สรุปว่า ให้ใช้ชื่อ เด็กชายสมชาย ไม่มีนามสกุล และแล้วคุณพรรณี ก็ได้ออกเอกสาร ท.ร.1/1 ตอน 1 ให้กับเราโดยนุชเซ็นชื่อเป็นผู้รับเอกสารดังกล่าว ……มาคิดๆดูแล้ว ไม่เสียเวลาเลยที่สืบค้นเจอเอกสารเจ้าบิ๊กจนได้มา ถึงแม้ตอนที่เราแจ้งกับคุณพรรณีครั้งแรก คุณพรรณี ให้สัญญานว่าไม่พบก็ตาม เราเข้าใจเพราะเมื่อเราได้มีโอกาสตรวจดูแฟ้มทะเบียนการคลอดของโรงพยาบาล ดูแล้วแถบจะมีรายละเอียดที่ไม่ใกล้เคียงเท่าใดนัก ที่จะทำให้คุณพรรณีหาเจอได้ประสานงานอำเภอตะกั่วป่าในบ่ายวันเดียวกันนั้น หลังจากที่เราได้รับเอกสารหนังสือรับรองการเกิดจากทางโรงพยาบาล ของเด็กชายสมชาย ไม่มีนามสกุล ไม่ระบุสัญชาติ โดยความร่วมมือจากคุณพรรณี นุ้ยสินธุ์ เจ้าหน้าที่พยาบาล โรงพยาบาลตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เรามุ่งตรงไปยังที่ว่าการอำเภอตะกั่วป่า ซึ่งระยะทางไม่ห่างจากโรงพยาบาลมากนัก เราพบกับท่านปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายทะเบียนและบัตร อำเภอตะกั่วป่า นายนิรุทธ์ เกรียงไกร หลังจากที่เราได้ยื่นเอกสารของบิ๊ก ดังนี้ให้กับปลัดดู 1. หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.1/1) ตอน 1 เลขที่ 919/36 ออกให้วันที่ 6 กันยายน 2549 สถานที่ออกหนังสือรับรอง สถานพยาบาลโรงพยาบาลตะกั่วป่า ระบุ ชื่อ ด.ช.สมชาย - เกิดเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2536 ตรงกับวันพฤหัสบดี เวลา 15.28 น. ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 12 ปีระกา เป็นบุตรลำดับที่ 4 ระบุชื่อบิดา นายซอมีทอ - ระบุชื่อมารดา นางเซ - ระบุชื่อผู้ทำคลอด นายแพทย์สมบูรณ์ สุขุมคัมภีร์ - โดยมีผู้รับอำนาจมอบให้ไปดำเนินการแจ้งการเกิด คือ น.ส.รุจิราพร โชคพิพัฒน์พร 2. หนังสือแจ้งอำเภอตะกัวป่า เรื่องการแจ้งเกิด ที่ พง 0027.2.2/1067 ลงวันที่ 6 กันยายน 2549 ออกโดย โรงพยาบาลตะกั่วป่า ฝ่ายงานบริหารทั่วไป 3. สำเนาแบบรับรองรายการทะเบียนประวัติ ของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ( ท.ร.38/1) ของ นางเซ - เลขประชาชน 00-8206-105176-6 ออกให้โดย อำเภอคุระบุรี เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2549 ซึ่งเป็นมารดาของ เด็กชายสมชาย - 4. สำเนาบัตรประจำตัวผู้ซึ่งไม่มีสัญชาติไทย นายซอมีทอ - เลขประชาชน 00-8501-127148-0 ออกให้โดย อำเภอเมืองระนอง เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2548 เราจึงได้ข้อคิดเห็นจากท่านปลัดว่า1. เด็กเกิดตั้งแต่ปี 36 แต่ทะเบียนแรงงานพึ่งมี ปี 47 คิดว่าแจ้งเกิดไม่ได้ ระเบียบทะเบียนแรงงานเขาก็ไม่มีให้แจ้งเกิดได้ 2. น่าจะให้รอสำรวจ ระเบียบผู้ไม่มีสถานะฯ แบบ 89 3. อาจให้รอสำรวจเพิ่ม เป็นผู้ติดตามกับพ่อหรือแม่ เหมือนกับคำสั่งเมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมา4. ลองไปดูว่าตอนพ่อหรือแม่สำรวจ ได้เคยแจ้งว่ามีบุตรเป็นผู้ติดตามหรือไม่และทำไมไม่บอกว่ามีบุตร5. ทำไมเมื่อเดือนเมษา ที่ผ่านมาไม่มาแจ้ง 6. ที่สำคัญตัวของเด็กไม่ได้อาศัยอยู่ที่อำเภอตะกั่วป่า 7. จริงๆแล้วถ้าเด็กเกิดปกติ คือไม่เกินกำหนด อำเภอรับแจ้งทุกกรณีทั้งมีบัตรและไม่มีบัตร และถ้าเกินกำหนดก็ไม่ต้องสอบพยานบุคคลมาก เพราะมีเอกสารชัดเจน (ปลัดเปรยว่า จริงๆก็คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร ) <p> </p>
จากข้อความเบื้องต้น ขออภัยอีกครั้งคะที่ไม่จัดหน้ากระดาษ
ประเด็นเรื่องที่ประสานกับท่านปลัดอำเภอท่านนี้ ท่านก็บอกกับนุชตรงๆว่า คิดไม่ออกว่าจะต้องทำอย่างไร เพราะไม่มีหนังสือหรือระเบียบที่ชี้ชัดว่าให้แจ้งการเกิดเกินกำหนดได้ ถ้าเป็นเด็กที่เกิดปี 47 แล้วมายื่นคำร้องปี 49 ตามปกติน่าจะทำได้ และปลัดชี้แจงต่อว่า แต่เด็กเกิดปี 36 ก่อนที่จะมีระเบียนแรงงานนี่สิ ผมยังไม่แนใจว่าจะทำได้หรือเปล่า ขอเวลาไปตรวจสอบรายละเอียดก่อน
เห็นได้ชัดคะ
ในฐานะเพื่อนร่วมห้องครูไม่เคยทวงใบเกิดเพราะทราบว่าไม่มี แล้วก็ออกใบเกรดให้ทุกคน ไม่ทราบว่าคุณเอามาจากไหนเรื่องที่ไม่ออกใบเกรดให้คุณได้ไปถามเค้ามาเหรอ
เพื่อนร่วมห้องจะบอกครุดูแลอย่างดีมีอะไรก็ช่วยเหลือ และยังผลักดันให้ไปสอบหอวังนน แล้วไม่ทราบที่คุณโพสอย่างนี้ต้องการอะไร
เราชื่อหมิวและจิจำได้ก็ช่วยออกมาคอมเม้นอะำไรเพราะรู้อยู่แล้วว่าครูออกใบเกรดให้อยู่แล้วไม่งั้นจะเข้าร.ร.อื่นได้เหรอ
อย่ากให้คนพม่ามีบัต