เสวยทิพย์สุขอยู่ดีๆเทวดาน้อยก็พลันตกจากสวรรค์โดยไม่คาดคิด

วันนี้ก็อีกทีที่ได้เข้ามาแว๊บๆดูชาวเราg 2 k ธรรมดาของฅนยังไม่ตาย(มุขเดิมๆ)พูดเหมือนอยากตายเลยนะ เดี๋ยวจัดให้

มีนิทานอยู่เรื่องหนึ่งเก่าแก่พอสมควร(แล้วแต่ใครจะเรียกแต่ผมเรียกว่านิทาน) "เรื่องกำเนิดโลก" นิทานเรื่องนี้ไม่รู้ว่าใครแต่งมานานเท่าใดสืบทอดกันมานานนม เป็นนิทานเชิงมายา เล่าไว้ว่า แต่ไหนแต่ไรมาคนเราทั้งหลายก็ไม่ได้อย่างมนุษย์ทุกวันนี้ คนสมัยก่อนโน้นนนนน มีความสุขมากทุกข์น้อยนิดเพราะเสวยผลแห่งกรรมดีมีชีวิตเป็นอยู่ครึ่งทิพย์ครึ่งมนุษย์ โดยมากนึกอยากได้อยากเป็นอะไรก็ให้ไม่ลำบากเท่าที่ควร คล้ายเทวดาบนสวรรค์เพียงแค่นึกก็อิ่มเอมเปรมอุรา สรุปความเป็นอยู่ของคนแต่ก่อนก็เฉียดๆเทวดาอยู่เหมือนกันหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "เทวดาน้อย"

ถ้าเชื่อตามนี้ก็เป็นอันมีปัญหาให้ท่านทั้งหลายได้หัวปั่นเล่นว่า ยังงั้นมนุษย์ทุกวันนี้ที่ว่ามีความสุขความเจริญมากที่สุดก็ไม่แน่นะสิ? มนุษย์ทุกวันนี้กับฅนในสมัยโน้นใครจะมีความสุขมากกว่ากัน? นี้เป็นคำถาม

นิทานยังดำเนินต่อไปอีกว่า เวลาเป็นเครื่องทำลายทำความเสื่อมให้แก่มนุษย์นี้อย่างแท้จริง โธ่เอ๋ย ชาวโลก!!!! ไม่น่าเชื่อว่าพอเสวยความครึ่งทิพย์นั้นอยู่ดีๆแล้วมนุษย์เกิดเบื่อหน่ายสิ่งที่ตัวเองมีเป็นอยู่อย่างนี้มานานแสนนาน(เบื่อ+เซ็ง) มนุษย์ทั้งหลายก็เริ่มละทิ้งความพอใจ ความเป็นตัวของตัวเองแล้วแสวงหาสิ่งที่ยิ่งกว่าความเป็นตัวเอง(อิสระ)นั้น ตกอยู่ภายใต้เงามืดคือ อยาก ซึ่งก็ออกมาจากจิตใจของตนเองทีเดียว เมื่อเป็นดังนั้นความอิสระเสรีภาพอย่างแท้จริงก็ค่อยเลือนลางไปทีละนิดๆ ความเป็นทิพย์ทั้งหลายที่เคยมีเคยเป็นก็เสื่อมคลายกลายเป็นคนเดินดินธรรมดาๆ เพราะการแสวงหาที่ละทิ้งความยินดีพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่แต่เก่าก่อนนั้นเป็นเหตุ

เทวดาน้อยตกสวรรค์เพราะความที่รู้เท่าไม่ถึงการ รู้ไม่ทันความคิดของตัวเอง ซ้ำยังตกเป็นทาสความคิดของตัวเองในทางที่ไม่ใช่ทางอย่างไม่รู้ตัว เฮ้ย! จะเรียกว่าอะไรดีละ กรรมซ้อนกรรม กรรมของเวร กรรมในกรรมของกรรมที่ไม่มีตัว (ตีความเองนะครับ) นิทานมายาเหล่านี้เป็นเรื่องเล่าซึ่งมีหลายแนวความเชื่อ มีที่มาหลายแห่งเหลือคณานับ สรุบก็คือ "เรื่องเทวดาน้อยตกสวรรค์" 

จากเทวดาน้อยตกสวรรค์ผันแปรสู่โลกจะแตก2012 แตกไม่แตกไม่ใช่ปัญหาเพราะมนุษย์จะต้องตายอย่างแน่แท้ 1,000% แต่ท่านทั้งหลายเชื่อมั้ยว่า โลกจะแตกเพราะใจเรานี่เอง?????