วัฒนธรรมของคนตะวันออกนี่ชอบคิดไปทำไปแก้ไขไปบ่แล้วเป็นจักเทื่อ.
เมื่อวานที่ผ่านมาผมได้เข้าร่วมอบรมเรื่องบทความ โดยฝ่ายวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยทักษิณเป็นเจ้าภาพจัด มีเป้าเพื่อผู้สนใจมาเรียนรู้
รูปภาพ...รศ. ดร. โยธิน แสวงดี
วิทยากรคือ รศ. ดร. โยธิน แสวงดี ท่านอยู่สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล มีผู้เข้าร่วมโครงการนี้ดูด้วยสายตาประมาณ 60 คนได้
ในมุมที่ผมเก็บได้คือ อย่าสับสนในบทความมี 2 อย่าง คือ บทความวิจัยกับบทความวิชาการ ต้องแยกให้ออกชัดเจน
1 . บทความวิจัย เราเขียนสกัดเอามาจากงานวิจัย
2 . บทความวิชาการเราเขียนขึ้นมาจากการอ่านมาก ๆ หรือนำบทที่ 2 ของงานวิจัย วิทยานิพนธ์มาเรียบเรียงเขียนเป็นสำนวนเล่าเรื่อง คือเขียนสำนวนภาษาสารคดี
ก่อนเขียนต้องอ่านงานมากทบทวนซ้ำในเรื่องนั้นให้ดีที่สุดและเขียนออกมาให้เป็นปัจจุบันที่ทันสมัยที่สุด โดยมีเป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือ การเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการที่เป็นปัจจุบันที่สุด อย่าลืมนะการเขียนบทความทางวิชาการ ต้องเป็นประเด็นที่ให้ความรู้และหลักการที่เป็นวิชาการ
เน้นที่บทความวิชาการ ถามตนเองว่า
1 . ฉันจะสื่อความหมายว่าอะไร
2 . ข้อมูลต้องเป็นปัจจุบันทันด่วนที่สุดและบอกที่มา
ประเด็นสำคัญคือมองตนเองให้ออกก่อนว่าเราถนัดอะไร ขุดเอาทุนทางปัญญาที่ตนมีอยู่ถ่ายทอดออกมา ต้องอ่านเอาเรื่อง อ่านให้ได้ใจความ อ่านให้แตก แล้วระเบิดสมองออกมาก่อนแล้วค่อยตบแต่งเติมภายหลัง เป้าหมายที่พุ่งชนคือหัวเรื่องในการเขียนบทความ ต้องแยกให้ออกชัดว่ามีกี่คำที่สำคัญแล้วนำมาขยายเป็น 2 หรือ 3 ย่อหน้า ตีกรอบพื้นที่ให้เหมือนใบไม้หรือรูปปลา ตรงกลางจะมีเนื้อที่การเขียนเยอะ อย่าลืมนะว่า แรงบันดาลใจมาจากความชอบ
ในเมืองนอกเมืองนาเขาให้ความสำคัญตัวอย่างการทำงานในกระดาษทดหรือโครงร่างก่อนการลงมือเขียนงานจริง และทำลงในกระดาษเอ 3 เขาเรียกว่า แผนที่บทความ ( Article map )
ในหนึ่งหน้ากระดาษนิยมมีย่อหน้าประมาณ 2 – 3 ย่อหน้า ถ้าเยอะจะหน้าแตก อนึ่งนะไม่มีอะสอง การขึ้นต้นเรื่องต้องจับประเด็นสำคัญ โดยใช้คำสำคัญเป็นทางเดิน ต้องคิดเขียนตามคำสำคัญ เวลาแนะนำลูกศิษย์เขียนวิทยานิพนธ์ก็อย่างนี้ศิษย์จึงได้งาน อาจารย์ได้ C
เรื่องการส่งบทความลงตีพิมพ์ต้องคำนึงดังนี้
1 . ต้องเขียนชัดเจนว่าส่งบทความงานวิจัยหรือบทความทางวิชาการ
2 . ต้องไม่ควรตอบโต้ผู้ทรงคุณวุฒิที่เสนอแนะนำอะไรมา
3 . ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำนั้น
4 . ในกิตติกรรมประกาศ ต้องไม่เขียนชื่อผู้ประเมินผลงาน
5 . ตรวจดูให้ถี่ถ้วน อย่าลืมนะเราเองต้องไม่อ้างอิงผลงานของตนเองเด็ดขาด แต่เราต้องอ้างอิงผลงานของคนอื่นโดยมารยาทเต็มร้อย
6 . การอ้างอิงไม่ควรซ้ำชื่อคนเดียวกันหนังสือเล่มเดียวกัน 2 ครั้ง ภายในหน้าเดียวกัน
ตบท้ายของการคุยกันระหว่างท่านอาจารย์ ( รศ. ดร. โยธิน แสวงดี ) กับยูมิ...อาจารย์เป็นคนจังหวัดสุรินทร์มาอยู่โคราชและมาทำงานในเมืองหลวง เหมือนไทบ้านเฮามาพบกันยูมิได้คุยได้เว้าอีสานใส่กันหัวเราะชอบใจพอหอมปาก ใกล้เลิกลาผู้จัดให้ยูมิเป็นตัวแทนกล่าวขอบคุณวิทยากรเลยได้กลอนนี้...ว่า
เราเริ่มรู้เรื่องอบรมชมชื่นจิต
เพื่อลิขิตคิดผลงานอ่านขีดเขียน
เก็บภูมิรู้ด้านบทความอย่างพากเพียร
เราได้เรียนกับคุณครูภูมิรู้ดี
เหมือนท่านเป็นเจ้าสำนักเขียนผลงาน
ประสบการณ์ดังโดดเด่นเป็นศักดิ์ศรี
เสนอแนะวิจารณ์ชอบตอบทันที
มีดีกรีสมบูรณ์แบบด้านวิจัย
ได้ความรู้ดูจดจำทำหน้าที่
ฟังด้วยดีมีปัญญาพาขานไข
เก่งบทความวิชาการงานวิจัย
บรรยายได้โดนใจจังนั่งชม..เอย.
สวัสดีครับ อาจารย์ ดร. ขจิต ฝอยทอง
ดีครับเดี๋ยวตามไปดูครับผม
ขอบคุณครับ