ปฏิบัติงานนอกเวลาวันหยุด 7 ชั่วโมง 420 บาท, เจ้าหน้าที่งานบุคลากร สนง.กศน.จังหวัด มีหน้าที่ดำเนินเรื่องเสนอขอพระราชทานเครื่องราชฯให้, ระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งกำนันผู้ใหญ่บ้านเพื่อการเทียบโอน หลักฐานที่ใช้ในการเทียบโอน, บรรณารักษ์ชำนาญการพิเศษไม่ใช่คุณสมบัติในการสมัครสอบผู้บริหารสถานศึกษา และขอใบประกอบวิชาชีพฯ, เกรดเฉลี่ยในรายงานผู้จบหลักสูตรกับในใบ รบ. ไม่ตรงกัน ( หลักสูตรนำร่อง ), เงินเดือน ต.ค.54 ของครู ศรช.ที่ไม่ได้เป็นพนักงานราชการ
บันทึกนี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 7 เรื่อง ดังนี้
ยังมีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจค้างมาจากสัปดาห์ก่อน 2 เรื่อง คือ
1. คุณสมัย ( สังกัด กศน.อ.ผักไห่นี่แหละ )
ถามผมว่า การทำงานนอกเวลาในวันหยุด ต้องทำ 8
ชั่วโมงหรือจึงจะเบิกเงินได้วันละ 400 บาท
เรื่องนี้ ตามระเบียบคือ 7 ชั่วโมง (
ถ้ารวมพักกลางวันด้วยจะเป็น 8 ชั่วโมง ) เบิกได้ 420
บาท
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ
พ.ศ. 2550 กำหนดไว้ในข้อ 7.1 และ 7.2 ดังนี้
7.1 การปฏิบัติงานนอกเวลาราชการในวันทำการ ให้มีสิทธิเบิกเงินตอบแทนได้ไม่เกินวันละสี่ชั่วโมงในอัตราชั่วโมงละห้าสิบบาท
7.2 การปฏิบัติงานในวันหยุดราชการ ให้มีสิทธิเบิกเงินตอบแทนได้ไม่เกินวันละเจ็ดชั่วโมงในอัตราชั่วโมงละหกสิบบาท
ใครสนใจ ดาวน์โหลดระเบียบได้ที่ http://www.gotoknow.org/file/nfeph999/overtime.pdf
2. คุณศิริประภา
หลงพิมาย ถามผมในเว็บบล็อก Gotoknow นี้ว่า
“การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ ใครมีหน้าที่ต้องดำเนินการขอฯ?
ตัวเอง หรือ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ”
ผมตอบว่า เจ้าหน้าที่งานบุคลากร สนง.กศน.จังหวัด
มีหน้าที่ดำเนินเรื่องเสนอขอพระราชทานเครื่องราชฯให้ ( มีแบบ ขร 4/37
ที่บางจังหวัดก็ให้ตัวเราเองเป็นผู้กรอก
แต่ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่จัดทำให้ ผู้เซ็นเป็น ผอ.จังหวัด ไม่ใช่เรา
)
เขาจะทำปีละครั้งเดียว ผมจำไม่ได้ว่าเดือนไหน
แต่ละปีส่วนกลางอาจแจ้งมาไม่ตรงกัน บางปีอาจให้ทำตั้งแต่มีนาคม
บางปีอาจทำในเดือนมิถุนายน
งานบุคลากรจะสำรวจ/ตรวจสอบคุณสมบัติและดำเนินการ ( เราอาจจะเตือน ๆ
เขาหน่อยว่า "อย่าเผลอตกหล่นเรานะ" )
3. วันที่ 13 ก.ย.54 นุ้ย กศน.อ.บางบาล โทร.มาถามผมว่า การเทียบโอนกำนันผู้ใหญ่บ้าน ( กศ.ขั้นพื้นฐาน ) หลักสูตร 51 ไม่กำหนดระยะเวลาในการเป็นกำนันผู้ใหญ่บ้านใช่ไหม ผมตอบว่า กำหนดครับ เช่น “การเทียบโอนในระดับประถมศึกษาต้องมีระยะเวลาในการเป็นหรือเคยเป็นผู้นำท้องที่ ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป” ( ให้ดูในหนังสือ “แนวทางการเทียบโอนผลการเรียน จากความรู้และประสบการณ์กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ” เล่มสีเขียว หน้า 41 หัวข้อ “หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเทียบโอน” )
4. วันที่ 14 ก.ย.54 นุ้ย
โทร.มาถามต่อว่า อสม. แต่ละคนมีบัตรประจำตัวแตกต่างกัน
จะใช้บัตรแบบใดเป็นหลักฐานในการเทียบโอน
ตอบว่า หลักฐานการเทียบโอน อสม. คือ
1)
บัตรประจำตัวอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)
ลงนามโดยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (ในกรณีที่เคยเป็น อสม.
แต่ปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่แล้ว
ให้ใช้หนังสือรับรองของประธานชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัด/อำเภอ/ตำบล
หรือเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยใกล้บ้าน แทน ) และ
2)
หลักฐานการผ่านการอบรมหลักสูตรฝึกอบรมมาตรฐานอาสาสมัครสาธารณสุข
3) หลักฐานการเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่น (ถ้ามี)
( ดูในหน้า 29 เล่มสีเขียว )
5. วันที่ 20 ก.ย.54 คุณจุฑาภรณ์ บรรณารักษ์ ห้องสมุดประชาชนอำเภอสูงเม่น ถามผมทางอีเมล์ว่า “บรรณารักษ์ชำนาญการพิเศษ มีสิทธิ์สอบ ผอ กศน.อำเภอได้หรือเปล่า ถ้าครบ 2 ปี ขอใบประกอบวิชาชีพผู้บริหารได้หรือเปล่า” ผมตอบว่า
5.1 บรรณารักษ์ชำนาญการพิเศษ
ไม่มีสิทธิ์สมัครสอบ ผอ.กศน.อำเภอครับ
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครสอบ
ผอ.กศน.อำเภอ ( ผอ.สถานศึกษา ) คือ
1) ปัจจุบันเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
2) วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษาหรือทางอื่นที่
ก.ค.ศ.กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้
3) ดำรงตำแหน่งรอง ผอ.มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
หรือตำแหน่งครูชำนาญการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ.เทียบเท่า (
ตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ.เทียบเท่าคือ อ.2 ระดับ 7
หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่มีประสบการณ์การบริหารไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากลุ่มมาแล้วไม่น้อยกว่า
2 ปี )
4) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหาร
หรือหนังสือรับรองสิทธิผู้ประสงค์จะประกอบวิชาชีพผู้บริหาร
บรรณารักษ์ไม่ผ่านคุณสมบัติข้อ 3 เพราะถึงแม้ ก.พ.
เทียบตำแหน่งบรรณารักษ์ชำนาญการไว้ระดับเดียวกับครูชำนาญการ
แต่การเทียบของ ก.พ.นี้
เป็นคนละเรื่องกับการเทียบตำแหน่งเพื่อเป็นคุณสมบัติเฉพาะในการกำหนดตำแหน่ง
นะครับ
คุณสมบัติเฉพาะของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษานั้น
ก.ค.ศ.ไม่ได้กำหนดให้บรรณารักษ์ชำนาญการเทียบเท่าครูชำนาญการหรือ
อาจารย์ 2 ระดับ 7 แต่ ก.ค.ศ.กำหนดว่า
"ถ้าเป็นบุคลากรทางการศึกษาอื่น
ต้องมีประสบการณ์การบริหารไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากลุ่มมาแล้วไม่น้อยกว่า 2
ปี" ซึ่งตำแหน่ง "บรรณารักษ์" ไม่ใช่หัวหน้ากลุ่มตามกฎหมาย
ฉะนั้นบรรณารักษ์ชำนาญการ หรือชำนาญการพิเศษ จึงสมัคร ผอ.กศน.อำเภอ
และ ผอ.กศน.จังหวัด ไม่ได้
5.2 การเป็นบรรณารักษ์ชำนาญการพิเศษครบ 2 ปี
ไม่เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารครับ
เพราะคนละสายงานกัน
คุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา คือ
1)
มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
2) มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางบริหารการศึกษา
เช่น ปริญญาตรีสาขาวิชาบริหารการศึกษา ป.บัณฑิตทางบริหารการศึกษา
ปริญญาโท/เอก สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
3) มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
หรือมีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนและมีประสบการณ์ในตำแหน่งหัวหน้าหมวด
หรือหัวหน้าฝ่าย หรือหัวหน้างาน หรือตำแหน่งบริหารอื่น ๆ
ในสถานศึกษามาแล้ว รวมไม่น้อยกว่า 2 ปี
4)
ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้บริหารสถานศึกษาที่คณะกรรมการคุรุสภารับรอง
(คุณสมบัติข้อนี้ได้รับการยกเว้นให้เข้าอบรมภายใน 2 ปี
นับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหารสถานศึกษา)
6. วันที่ 22 ก.ย.54 เลิศชาย กศน.อ.บ้านแพรก โทร.มาถามว่า โปรแกรม IT หลักสูตรนำร่อง รุ่น 14 ก.พ.54 ออกใบ รบ. กับรายงานผู้จบหลักสูตร เกรดไม่ตรงกัน จะยึดใบใด ( ใบ รบ. จะรวมวิชาตามหลักสูตรทั่วประเทศแล้ว ) ตอบว่า ยึดเกรดตามใบ รบ. ( เพื่อไม่ให้เป็นปัญหารายงานผู้จบหลักสูตรผิด ควรเปลี่ยนไปใช้โปรแกรมรุ่นใหม่ โดย ณ วันที่ 22 ก.ย.54 นี้ โปรแกรมรุ่นใหม่คือรุ่น 15 ก.ค.54 ดาวน์โหลดได้ที่ http://www.gotoknow.org/blog/nfeph999/422965 )
7. วันเดียวกัน (22 ก.ย.54) ผมถามกลุ่มแผนงาน กศน. ว่า ปีงบประมาณหน้า ( ต.ค.54 ) ครู ศรช. ที่ไม่ได้เป็นพนักงานราชการ จะได้เงินเดือน (ค่าตอบแทน) เท่าไร เขาบอกว่า ลักษณะเดียวกับพนักงานห้องสมุดจ้างเหมาบริการ ( พนักงานห้องสมุดจ้างเหมาบริการ ให้ทำสัญญาจ้าง 6 เดือน เท่าเดิมคือ 7,940 บาทก่อน เมื่องบประมาณผ่านสภาแล้ว จะปรับให้เป็นแปดพันกว่าย้อนหลัง โดยจะให้ตกเบิกส่วนต่างย้อนหลังตั้งแต่ ต.ค.54 )
ขอเข้ามาศึกษาข้อมูลด้วยคนนะคะ
ขอบพระคุณ อ.เอกชัย มากครับ ที่ให้คำแนะนำเรื่องโปรแกรม IT หลักสูตรนำร่อง ตอนนี้ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
ขอขอบคุณ อ.เอกชัยมากครับ เรื่องครู ศรช.ที่ยังไม่ได้เป็นพนักงานราชการ
ขอบคุณมากค่ะ
ที่นำสาระดีๆมาบอก
อยากให้ช่วยเขียนถึงครูปวช.บ้างค่ะ
เพราะที่ทำงานมีครูปวช.หลายคน
ไม่เห็นมีใครพูดถึงค่ะ
ครู ปวช.กศน. และครูประจำกลุ่ม รับค่าตอบแทนตามรายหัวนักศึกษา ในอนาคตก็คงต้องปรับ เช่นปัจจุบันครูประจำกลุ่มคิดหัวละ 80 บาท อาจต้องเพิ่มเป็นหัวละ 100 บาท หรือ 100 กว่า แต่การจะปรับเพิ่มให้บุคลากรเหล่านี้ รวมทั้งวิทยากรหลักสูตรระยะสั้นและอื่น ๆ ต้องขออนุมัติกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ไม่รู้ว่าตอนนี้ กศน.ส่วนกลาง ดำเนินการหรือยัง
ต้องถามมา แล้วผมจะหาข้อมูลมาเขียน
จะให้เขียนถึงประเด็นไหนล่ะครับ
มาเยี่ยมและให้กำลังใจครับ
ขอบคุณท่าน ผอ.
มากครับ ที่มาให้กำลังใจ
มีเรื่องขอรบกวนถามอาจารย์
เงินเดือนครู ศรช ปัจจุบันทาง จัดหวัดพระนครศรีอยุธยาจ่ายเท่าไร จ่ายทางธนาคาร หรือมารับด้วยตนเอง
การเป็นครู ศรช ครั้งแรกปละไม่มีประสบการณ์ จะทำอย่างไร
เงินเดือนครู ศรช. ปัจจุบัน ยอดเต็มก่อนหักเงินสมทบประกันสังคมตามกฎหมายคือ 7,940 บาท เป็นครู ศรช.ครั้งแรก ถึงไม่มีประสบการณ์แต่ถ้าสอบเข้าได้ ทาง กศน.อำเภอเขาก็จะแนะนำ-ฝึกให้ค่อย ๆ เรียนรู้ไปเอง
ขอความกรุณาดังนี้ค่ะ
จะได้ปรับเงินค่าตอบแทนหรือไม่มกราคมนี้
และมีโอกาสบรรจุเป็นพนักงานบ้างไหม
เพราะท่านผอ.เคยได้พูดไว้ตอนที่เขียนประวัติส่งไปยังสำนัก
เห็นเงืยบหายไปตอนที่เปลี่ยนรัฐมนตรี
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ
คุณ Bonnie
ถามถึงบุคลากรประเภทไหนครับ ครู ปวช. หรืออะไร ช่วยให้ข้อมูลมากกว่านี้ด้วย ( ผอ. นี่คือ ผอ.จังหวัด ใช่ไหม เขียนประวัติอะไร )
ครูปวช.ค่ะ
ผอ.อำเภอที่ไปประชุมผู้บริหารค่ะ
ประวัติการทำงานครูปวช.ค่ะ
แบบเดียวกับประวัติครูศรช.ก่อนได้รับการบรรจุเป็นพนักงานค่ะ
1. ปัจจุบัน ครู ปวช. ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 7,940 บาท เหมือนครู ศรช.ที่ไม่ได้เป็นพนักงานราชการ ใช่ไหมครับ
ก็ลักษณะเดียวกับครู ศรช.นั่นแหละ คือปีงบประมาณ 2555 ที่จะถึงนี้ ให้ทำสัญญาจ้างเท่าเดิม คือ 7,940 บาท เพียง 6 เดือนก่อน จนกว่างบประมาณ 2555 จะผ่านสภาจึงจะปรับเป็นแปดพันกว่าย้อนหลัง โดยให้ตกเบิกส่วนต่างย้อนหลังตั้งแต่ ต.ค.54
2. ขณะนี้ไม่มีโครงการให้ครู ปวช. ปรับเป็นพนักงานราชการ แต่บุคลากร กศน.ประเภทต่าง ๆ ก็มีสิทธิสอบเป็นพนักงานราชการเมื่อจังหวัดเปิดสอบครับ ( ยังไม่มีพนักงานราชการตำแหน่งครู ปวช. ต้องสอบตำแหน่งอื่นเช่นตำแหน่งครู กศน.ตำบล )
ตอบคุณเก๋เพิ่มเติม
จ.พระนครศรีอยุธยาจ่ายเงินเดือนครู ศรช. โดยจังหวัดโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของครู ศรช.แต่ละคน
ขอรบกวนสอบถามอาจารย์เอกชัยครับ ที่ว่าในเดือนมกราคม 2555 นี้ครู ศรช.และ ครูปวช.ทั่วประเทศไม่ได้ปรับเป็น 1,5000 บาท หรือครับ เพราะจากที่ได้ติดตามข่าวสารมา เขาน่าจะรวมทั้ง ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างระดับวุฒิปริญญาตรี แต่ไม่แน่ใจว่าครู ศรช. ครู ปวช.จะได้ปรับด้วยหรือเปล่าเพราะก็อยู่ในเกณฑ์ปริญญาตรี ยังไงรบกวนอาจารย์ช่วยชี้แจงให้ด้วยครับ จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
ผมเคยอธิบายยาว ๆ ไปในบันทึกเก่า ๆ แล้ว ตอบยาวก็มักจะอ่านไม่เข้าใจ ตอบสั้นก็ไม่เข้าใจอีก เลยรู้สึกขี้เกียจตอบ ขอตอบอีกครั้งเดียว
ผู้ที่จะได้ปรับคือ ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ ลูกจ้างชั่วคราว ที่จ้างด้วยงบบุคลากร ( กลุ่มนี้จะมีเลขที่อัตรา ซึ่งสำนักงบประมาณจะจัดสรรเงินสำหรับเบิกเป็น 15,000 บาท มาให้ทุกคนตามเลขที่อัตราเลย ไม่ได้เบิกจากงบดำเนินงานของแต่ละส่วนราชการ )
ที่ผ่านมาเขาก็ให้กลุ่มนี้ได้ค่าครองชีพเดือนละ 1,500 บาท แล้วครู ศรช. ครู ปวช. พนักงานห้องสมุดจ้างเหมาบริการ ได้ 1,500 กับเขาไหมล่ะ มันก็เหตุผลกรณีเดียวกัน คือไม่ได้ เพราะ ครู ศรช. ครู ปวช. พนักงานห้องสมุดจ้างเหมาบริการ ไม่มีค่าครองชีพ
กรมบัญชีกลางเคยมีหนังสือตอบข้อหารือของ กศน.มาว่า ครู ศรช. ไม่ใช่ลูกจ้าง ( พนักงานห้องสมุดจ้างเหมาบริการก็ไม่ใช่ "ลูกจ้าง" แต่เป็น "ผู้รับจ้าง"ตามระเบียบพัสดุ )
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา กศน. เราให้เงินเดือนบุคลากร 3 ประเภทนี้ โดยอิงอัตราเงินเดือนวุฒิปริญญตรีบรรจุใหม่ ( ทั้งๆที่ กรมบัญชีกลางเคยมีหนังสือซักซ้อมความเข้าใจมาว่า การจ้างตามระเบียบพัสดุไม่ต้องจ้างตามวุฒิ เพราะมีปัญหาทำให้เขาเข้าใจว่าเป็นบุคลากรของหน่วยงานราชการ และเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ) แต่ที่เขาจะปรับให้ในเดือนมกราคม 2555 นี้ ไม่ใช่เงินเดือน แต่เป็นการเพิ่มค่าครองชีพ ซึ่งบุคลากร 3 กลุ่มนี้ ไม่ได้ค่าครองชีพอยู่แล้ว
แต่เขาก็มีโครงการปรับฐานเงินเดือนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยลดค่าครองชีพลงเรื่อย ๆ อีกประมาณ 4 ปี ค่าครองชีพจะหมดไป เฉพาะเงินเดือนจะเป็น 15,000 บาท ถ้าปรับฐานเงินเดือน กศน.ก็อาจจะหาแบ่งหรือเกลี่ยงบดำเนินงานมาให้บุคลากรทั้ง 3 กลุ่มนี้ ตามที่เขาปรับเงินเดือน
ที่ผ่านมาถึงแม้ไม่อยู่ในกลุ่มที่รัฐบาลให้เงินมา ( กลุ่มที่มีเลขที่อัตรา ) แต่รัฐบาลก็มีนโยบายว่าให้แต่ส่วนราชการเกลี่ยหรือแบ่งงบดำเนินงานของส่วนราชการนั้น ๆ มาทดแทนค่าครองชีพให้ด้วย รวมทั้งขอความร่วมมือภาคเอกชนด้วยเช่นกัน กศน.เราก็สนองนโยบายโดยให้พนักงานห้องสมุดจ้างเหมาบริการ เบิกค่าทำงานนอกเวลาจากงบดำเนินงานห้องสมุด ( งบเดียวกับค่าซื้อหนังสือเข้าห้องสมุด ) ทดแทนค่าครองชีพ แต่ให้เบิกเดือนละเพียง 500 บาท และให้ครู ศรช. เบิกค่าทำงานนอกเวลาจากเงินอุดหนุนรายหัว เดือนละ 1,000 บาท ทดแทนค่าครองชีพ
แต่ในเดือนมกราคม 2555 นี้ ค่าครองชีพของกลุ่มที่มีเลขที่อัตราจะเพิ่มขึ้นมากจากเดือนละ 1,500 บาท เป็นประมาณ 6,000 บาท แล้วเราจะหาเกลี่ยหรือแบ่งงบดำเนินงานมาให้เบิกค่าทำงานนอกเวลาเพิ่มขึ้นมากขนาดนั้นได้อย่างไร จะเหลือเงินซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดน้อย เงินอุดหนุนรายหัวอาจจะไม่พอต้องให้ครู ศรช.รับผิดชอบนักศึกษาเป็นร้อยคนอีก กลุ่มแผนงาน กศน. ก็ทำแผนจัดสรรงบดำเนินงานปี 2555 แล้วว่าให้เงินเดือนๆละแปดพันกว่า
ขอขอบคุณมากครับอาจารย์ ที่อุตส่าสละเวลาให้ความรู้ ให้ผมได้เข้าใจ แต่สำหรับผมก็น้อยใจในโชคชะตา ที่เขาให้เงินมาไม่ทั่วถึงน่าจะเกลี่ยให้คนที่ได้เงินเดือนน้อยๆ ได้กันบ้างนะครับ เพิ่มค่าอะไรซักอย่างขึ้นให้บ้างก็ยังดี ผู้ใหญ่ท่านน่าจะมองถึงความรู้สึกของผู้น้อยตรงนี้บ้างนะครับ จะได้เท่าเทียมกัน เพราะค่าใช้จ่ายจิปาถะ ก็ขึ้นกันเรื่อยๆ
ขอบพระคุณมากนะค่ะสำหรับข่าวสารข้อมูลที่นำเสนอมามีประโยชน์มากค่ะ
ขอบคุณอาจารย์เอกชัยที่คอยให้คำแนะนำ และข้อเสนอแนะดี ๆ แก่เราชาว กศน. ทุกคนค่ะ