กรรมการซีไรต์ยกให้ แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ.......

ตอนเช้าราว 8..00-8.30 น. มีรายการโลกนักอ่านบ้านนักเขียน ของสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ที่ตอนนี้ มีพี่ "เจน สงสมพันธ์" เป็นนายกสมาคมอยู่ จัดให้มีรายการ "โลกนักอ่านบ้านนักเขียน" ออกอากาศทางทีวี ช่อง TaiPBS ต่อจากรายการ "กินอยู่คือ" ของสองสาว ชื่อ "นุ้ย-โบว์" เป็นรายการที่ชอบทั้งคู่เลย

 

เกรงว่าเรื่องราวในแวดวงนักอ่านของชาวเรา G2K จะผ่านเลย เห็นคุณค่าของการอ่าน เห็นคุณค่าแห่งการช่วยกันส่งเสริมการอ่านจึงถือโอกาสที่มีการประกาศรางวัลซีไรต์เล่มล่าสุด ชื่อเท่ชวนจินตนาการ "แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ" คงต้องถือถ้ายกาแฟหลบไปนั่งหลบบังร่มเงาแทน จึงนำมาอ่านกัน 

 

ปานนี้สถิติการอ่านของคนไทยทั้งประเทศคงเพิ่มขึ้นจากเฉลี่ยคนละ 8 บรรทัด เป็น หลายบรรทัดยิ่งขึ้น แต่ต้องไม่ลืมคำของอาจารย์ รศ. ดร. สุพักตร์ พิบูลย์ ที่ว่า "ระวัง การอ่านมาก ทำงานมาก จะเปลี่ยนชีวิตของคุณ" 

เชิญอ่านข้อมูลบางส่วน

(นำข้อมูลทั้งหมดมาจากที่นี่โปรดติดตาม)

 

กรรมการซีไรต์ยกให้ "แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ" เป็นผลงานรวมเรื่องสั้นที่มีพลังทางศิลปะ ปรับกระบวนทัศน์ในการเล่าเรื่องที่ทำให้เห็นมุมมองอันหลากหลาย

คณะกรรมการคัดเลือกรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ได้พิจารณาคัดเลือกหนังสือ "แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ"ของ  จเด็จ  กำจรเดช เป็นผู้ชนะรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนประจำปี 2554

 

ทางด้านความเห็นกรรมการที่มีต่อผลงานชิ้นนี้ เริ่มจากประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัลซีไไรต์ ร.ศ.ยุรฉัตร บุญสนิท อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ทักษิณ วิทยาเขตสงขลา  ให้ความเห็นว่า คณะกรรมการสรุปประเด็นสอดคล้องกันว่า ผลงานรวมเรื่องสั้น "แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ"  มีพลังของเนื้อหาใช้ความเป็นไปของสังคมร่วมสมัยในการเล่าเรื่อง ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการเล่าเรื่องทำให้เห็นมุมมองอันหลากหลาย

 


หนึ่งในกรรมการ "ธัญญา สังขพันธานนท์"นักเขียนซีไรต์ปี2530 นามปากกา"ไพฑูรย์ ธัญญา" ปัจจุบันเป็นหัวหน้าภาควิชาภาษาไทยและภาคตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคราม กล่าวว่า รวมเรื่องสั้นของจเด็จ  กำจรเดช  เป็นภาพแทนนักเขียนร่วมสมัย ที่แตกต่างกับสังคมยุคก่อน อาจเพราะสังคมที่มีความซับซ้อนกระจัดกระจายและไร้พรมแดน จึงทำให้งานของเขามีความน่าสนใจ เช่น เรื่องสั้นตามชื่อของหนังสือ "แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ" ที่นำเสนอเรื่องราว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ บอกเล่าถึงผลกระทบบต่อคนเล็กคนน้อย  แฝงไปด้วยความโรแมนติค เพราะวัฒนธรรมของคนภาคใต้ การรวมกลุ่มจิบกาแฟ เป็นกิจการรมที่เข้มแข็งมีมานาน เป็นอัตลักษณ์ของคนภาคใต้ ที่ต้องมานั่งในร้านกาแฟยามเช้า เพื่อมาแลกเปลี่ยนข้อมูลสร้างความสนุกสนานร่วมกัน แต่ถ้าแดดยามเช้าร้อนเกินไปไม่น่าจะนั่งจิบกาแฟ จึงมีประเด็นที่หลากหลายที่กระทบความรู้สึกคน


 

ขณะที่กรรมการอีกคนคือ "พรชัย วิริยะประภานนท์" คอลัมนิสต์ชื่อดัง ที่ใช้นามปากการว่า "นรา"  พูดถึงผลงานชิ้นนี้ว่า อ่านแล้วเกิดควาอยากรู้อยากเห็น รู้สึกใจสั่น ผลข้างเคียง คือ นอนไม่หลับ เพราะความคิดยังติดค้างอยู่ในหัว  ขอเรียกความรู้สึกนี้ว่า "พลังทางศิลปะ"

   

สำหรับปีนี้ มีหนังสือที่เข้ารับการพิจารณาจำนวน 83 เล่ม คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เสนอหนังสือรวมเรื่องสั้นเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 7 เล่ม ได้แก่ "24  เรื่องสั้นของฟ้า" ของ  ฟ้า  พูลวรลักษณ์ "เรื่องของเรื่อง" ของ  พิเชษฐ์ศักดิ์  โพธิ์พยัคฆ์ "แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ" ของ  จเด็จ  กำจรเดช "กระดูกของความลวง" ของ  เรวัตร์  พันธุ์พิพัฒน์ "นิมิตต์วิกาล" ของ  อนุสรณ์  ติปยานนท์ "บันไดกระจก" ของ  วัฒน์ ยวงแก้ว และ "ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำตลอดชีวิต" ของ  จักรพันธุ์ กังวาฬ