สิริรวมอายุแล้ว จั๊กจั่นแต่ละตัวจะมีอายุยืนประมาณ 18 ปีเลยนะครับ โดยนับจากช่วงเป็นไข่ 4 เดือน ฝังอยู่ใต้ดิน 17 ปี และขึ้นมาใช้ชีวิตอยู่เหนือพื้นดินอีก 4 เดือน

 

 

 

 

 

 

เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด  :

ชีวิตอันน่าทึ่งของ......“จั๊กจั่น”

 

เจ้าจั๊กจั่นบินจนหมดแรง...แล้วก็มาเกาะอยู่ที่มุ้งลวด

 

 

 

(๑) 

 

          ประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ ของเมื่อหลายคืนก่อน ขณะที่ผมกำลังพยายามกล่อมลูกๆ ให้หลับนอน 

          อยู่ๆ จั๊กจั่นตัวหนึ่งก็บินมาเกาะที่ประตูหน้าบ้าน แล้วก็ส่งเสียงดังลั่น 

          แอ่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

          เสียงของมันดังประมาณ 200 เดซิเบล เห็นจะได้ จนทำให้ทุกๆ คนในครอบครัวของผมพากันเอามือปิดหูและแตกตื่นไปตามๆ กัน 

          “มันคือเสียงอะไรค่ะ คุณพ่อ?”  น้องเพียงพอถามผมด้วยความสนใจ 

          “เสียงจั๊กจั่นจ๊ะ” ผมตอบเธอ “เป็นจั๊กจั่นตัวผู้ คงจะตัวโตมาก เลยเสียงดังขนาดนี้” 

          “เราออกไปดูดีไหมค่ะ?” เธอถาม 

          “อย่าเลยลูก! ปล่อยให้มันร้องอยู่ตรงนั้นแหละ สักครู่มันก็คงจะบินหนีไปเองจ๊ะ” ผมบอกลูกสาว

          “ทำไมมันถึงบินมาตอนกลางคืนละค่ะ?” 

          “มันคงอยากกินตับเด็กๆ ที่นอนดึกมั้งลูก ก็เลยบินมาที่บ้านเราโดยเฉพาะ”   ผมได้ที ก็เลยเอาจั๊กจั่นมาขู่ลูกๆ ให้หลับซะเลย ( คิคิคิ) 

          “อึ๋ย!  น่ากลัวจังเลย!”  เธออุทานด้วยความกลัว แล้วก็รีบกอดผมไว้แน่น  ในขณะที่น้องแพรวพราวนั้นมุดเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่มตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จนทำให้ผมกับภรรยาพากันยิ้มและหัวเราะเบาๆ ด้วยความรู้สึกขำ

 

          สักพักหนึ่ง.... แม่ยายของผมซึ่งนอนอยู่อีกห้องหนึ่ง ก็เปิดประตูห้องนอนเดินไปเปิดไฟและเปิดประตูบ้าน เพื่อจะไล่เจ้าจั๊กจั่นตัวนั้นให้หนีไปส่งเสียงที่อื่น 

          พอเด็กๆ ได้ยินเสียงของยายไล่จั๊กจั่นอยู่ด้านนอก ก็พากันลุกจากเตียง  พากันเปิดประตูห้องนอน และเดินไปหายายที่กำลังแหงนมองดูจั๊กจั่นตัวนั้นบินว่อนไปมาอยู่เหนือศีรษะ 

          เสียงของลูกๆ ที่กำลังสนุกสนานกับการไล่จับจั๊กจั่นอยู่นอกห้องนอน ทำให้ผมกับภรรยาต้องเดินออกมาดูด้วย  

          เมื่อจั๊กจั่นตัวนั้นบินจนหมดแรงแล้ว มันก็บินไปเกาะอยู่ที่มุ้งลวดที่ประตูหน้าบ้าน  ผมเลยเดินเข้าไปจับมันมาให้เด็กๆ ได้ดูแบบเต็มๆ ตา 

          จั๊กจั่นที่เห็นตอนนี้ คือ “จั๊กจั่นยักษ์” หรือที่ชาวบ้านแม่ตาดเรียกว่า “จั่นโจ้” ซึ่งเป็นจั๊กจั่นที่มีขนาดใหญ่กว่าจั๊กจั่นชนิดอื่นๆ

          ผมเห็นว่ามันมีขนาดใหญ่กว่าตัวอื่นๆ ที่ผมเคยเห็นมา ก็เลยนำกล้องถ่ายรูปมาบันทึกภาพไว้ พร้อมทั้งทำการวัดขนาดลำตัวและปีกของมันดู เพื่อจะได้รู้ว่ามันใหญ่ขนาดไหน 

          จั๊กจั่นตัวนี้ ลำตัวยาว 3 นิ้ว เมื่อกางปีกออกสามารถวัดความยาวของปีกได้ถึง 7  นิ้ว  นับว่าเป็น “โคตรจั๊กจั่น” เลยทีเดียว ( คิคิคิ) 

          “ทุกคนเชื่อไหมว่า จั๊กจั่นตัวนี้อายุตั้ง 18   ปี เชียวน่ะ?”  ผมถามภรรยาและลูกๆ 

          “โห!  ขนาดนั้นเชียว  พ่อโม้เกินจริงหรือเปล่าค่ะ?”  ภรรยาผมถามขึ้น 

          “ไม่ได้โม้น่ะ  พูดจริงๆ  อยากฟังไหม?  จะเล่าให้ฟัง”  ผมถามขึ้น 

          “อยากฟังค่ะ”  ภรรยาและน้องเพียงพอตอบขึ้นพร้อมๆ กัน   

          “เอาล่ะ!  ถ้าอย่างนั้น  พ่อจะเล่าให้ฟังน่ะ”  ผมบอก

          จากนั้นผมก็เริ่มต้นเล่าเรื่องราวอันน่าทึ่งของจั๊กจั่นให้ภรรยาและลูกๆ ฟัง  ในฐานะที่ผมเป็น "นักกีฏโภชนา" ผู้ช่ำชอง (คนละสายกับ "นักกีฏวิทยา" นะครับ....คิคิคิ) โดยมีเจ้าจั๊กจั่นตัวนั้นเป็นดาราประกอบเรื่องด้วย แบบไม่ค่อยจะเต็มใจมากนัก

 

 


(๒) 

 


          เมื่อหลายปีก่อน ผมเคยอ่านหนังสือความรู้รอบตัวและหนังสือสารานุกรมเกี่ยวกับแมลง (แต่น่าเสียดายที่ผมจำชื่อหนังสือเหล่านั้นไม่ได้แล้ว เลยไม่สามารถจะนำมาอ้างอิงไว้ในบันทึกนี้ได้) ทำให้ผมได้ทราบถึง “ความน่าทึ่ง” ของแมลงชนิดหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่า  “จั๊กจั่น” 

          “จั๊กจั่น” มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า Cicada” เป็นแมลงดึกดำบรรพ์ที่กำเนิดขึ้นมาในโลกนี้เมื่อราว 200 ล้านปีก่อน   ปัจจุบันโลกเรามีจั๊กจั่นอยู่กว่า 2,000  ชนิดด้วยกัน

          ตามปกติเราจะพบเห็นจั๊กจั่นได้ง่ายและชุกชุมในช่วงหน้าแล้งหรือฤดูแล้ง  ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายนของทุกๆ ปี  ซึ่งเป็นช่วงที่จั๊กจั่นที่โตเต็มที่กำลังอยู่ในช่วงฤดูแห่งการผสมพันธุ์  ส่วนในฤดูอื่นๆ นั้น จะพบเห็นได้น้อยมาก โดยเราจะพบเห็นมันเกาะอยู่ตามต้นไม้ต่างๆ  และต้นไม้ที่มันชอบมากเป็นพิเศษ ก็คือ “ต้นฉำฉา” หรือ “ต้นจามจุรี” นั่นเอง

          แม้ว่าจั๊กจั่นจะเป็นแมลงตัวเล็กๆ ก็จริง หากแต่เวลามันขยับปีกทำเสียงแล้ว จะดังมากจนแสบแก้วหู  โดยจั๊กจั่นตัวใหญ่และโตเต็มที่จะสามารถทำเสียงดังได้ถึง 200  เดซิเบล เลยทีเดียว 

          ลืมบอกไปว่า.....เสียงที่เราได้ยินนั้นเป็นเสียงของจั๊กจั่นตัวผู้นะครับ ส่วนตัวเมียนั้นไม่สามารถทำเสียงได้ และเสียงที่เราได้ยินก็ไม่ใช่เสียงที่ร้องออกมาจากปากของมันแต่อย่างใด หากแต่เป็นเสียงที่เกิดจากการขยับปีกทำเสียงของมันนั่นเอง   โดยมีเหตุผลในการทำเสียงหลายอย่างด้วยกัน เช่น  เตือนภัย  เรียกร้องความสนใจจากสาวๆ(จั๊กจั่นสาว) และบ่งบอกให้เราได้ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงแห่งฤดูกาล(เสียงของจั๊กจั่นทำให้เราได้ทราบโดยอัตโนมัติว่า “ฤดูร้อน” เริ่มมาเยือนแล้วน่ะ) 

          ที่ผมบอกว่า....จั๊กจั่นมี “ความน่าทึ่ง”  ก็เพราะว่า  มันเป็นแมลงที่มีช่วงอายุยาวนาน ถึง 18 ปี เลยทีเดียว ดั่งที่นักกีฏโภชนาอย่างผมจะเล่าให้ทราบพอสังเขป ดังต่อไปนี้.....แอ่น!  แอ่น!  แอ๊น!

          เริ่มต้นจาก........หลังจากจั๊กจั่นทำการผสมพันธุ์กันเรียบร้อยแล้ว  เมื่อไข่แก่เต็มที่แล้ว จั๊กจั่นตัวเมียก็จะไปคลอด เอ๊ย! ไปวางไข่ไว้ตามใต้เปลือกไม้ต่างๆ  เมื่อวางไข่เสร็จแล้วตัวเมียจะหมดอายุไขและตายลงไป ซึ่งช่วงที่เป็นไข่นี้จะอยู่ประมาณ 4 เดือน  จากนั้นไข่ก็จะกลายสภาพเป็นตัวอ่อน(คล้ายๆ หนอน) และตกลงไปฝังตัวอยู่ในดินและใช้ชีวิตอยู่ใต้ดินเป็นเวลาประมาณ 17 ปี ด้วยกัน(ขอย้ำนะครับว่า...17 ปี จริงๆ) โดยจะดูดกินน้ำเลี้ยงหรืออาหารจากรากของต้นไม้  ซึ่งบางตัวจะอยู่ลึกลงไปในดินมากถึง 1 เมตรเลยก็มี

          หลังจากใช้ชีวิตอยู่ใต้ดินครบ 17 ปีแล้ว ตัวอ่อนหรือ "ดักแด้" ของจั๊กจั่นก็จะคลานต้วมเตี้ยมๆ ขึ้นมาเหนือพื้นดินและไต่ขึ้นไปเกาะอยู่ตามต้นไม้ต่างๆ  และลอกคราบกลายเป็นจั๊กจั่นอย่างสมบูรณ์แบบต่อไป โดยจะเกาะอยู่ตามต้นไม้ และกินน้ำเลี้ยงของต้นไม้เป็นอาหาร ซึ่งช่วงที่โดยเต็มวัยนี้จะมีระยะเวลาประมาณ 4 เดือนด้วยกัน .....จากนั้น มันก็จะมีการผสมพันธุ์ วางไข่ หลบไปอยู่ใต้ดิน และขึ้นมาลอกคราบ.......วงจรชีวิตของมันก็จะเป็นวัฏจักรหมุนเวียนอยู่อย่างนี้....ตราบชั่วนาตาปี 

          สิริรวมอายุแล้ว จั๊กจั่นแต่ละตัวจะมีอายุยืนประมาณ 18 ปีเลยนะครับ โดยนับจากช่วงเป็นไข่ 4 เดือน ฝังอยู่ใต้ดิน 17 ปี และขึ้นมาใช้ชีวิตอยู่เหนือพื้นดินอีก 4 เดือน  

          แล้วยังงี้ จะไม่ให้เรียกว่า...เป็น “ความน่าทึ่ง”  ได้อย่างไรละครับ......  จริงไหม? 

 


(๓) 

 


           “โห!  น่าทึ่งจริงๆ เลยนะค่ะ   น่าทึ่งทั้งจั๊กจั่นและคนเล่าเลยอ่ะ” ภรรยาของผมกล่าวชมกึ่งๆ แซวเล่น

           “อ้าว!  ทำไมล่ะ?”  ผมถามบ้าง

           “ก็น่าทึ่งตรงที่ไม่น่าเชื่อว่าจั๊กจั่นจะมีอายุยืนถึงขนาดนั้น  ซึ่งไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนเลย  ในขณะเดียวกันก็รู้สึกทึ่งมากที่พ่อเข้าใจไปเสาะหาเรื่องราวแปลกๆ แบบนี้มาเล่าให้พวกเราได้ฟัง  คิดไม่ถึงเลยว่าพ่อจะรู้เรื่องราวของแมลงได้อย่างลึกซึ้งมากถึงเพียงนี้   น่าทึ่งจริงๆ   คิคิคิ ”    เธอพูดไปขำไป 

          “นี่แค่จิ๊บๆ เท่านั้นแหละ  ในพระไตรปิฎกยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจและน่าทึ่งมากกว่านี้อีกเยอะแยะเลย.... จะบอกให้”   ได้ที ผมก็เลยขี่ยีราฟไล่ซะเลย  คิคิคิ 

          “จริงเหรอค่ะ?  เล่าเลยไหม?  อยากฟัง”  แม่บ้านผมอ้อน 

          “พอๆ ดึกแล้ว  เข้านอนได้แล้ว  เอาไว้วันหลังจะเล่าให้ฟังละกัน  วันนี้ง่วงแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อจะตื่นไปทำงานไม่ทัน”   ผมชิงตัดบทเอาเสียดื้อๆ งั้นแหละ  ไม่งั้นแล้วคืนนี้คงไม่ต้องหลับต้องนอนกันละ     

         หลังจากผมนำจั๊กจั่นไปปล่อยที่นอกบ้านแล้ว ก็พาลูกๆ และภรรยาเข้านอน   

 

 

          ดึกดื่นคืนนั้น  แม้ภรรยาและลูกๆ จะพากันหลับใหลไปเรียบร้อยแล้ว   หากแต่ผมยังนอนกระสับกระส่ายไปมาอยู่บนเตียงท่ามกลางความมืดมิดของรัตติกาล 

          ผมนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย.....คิดถึงเจ้าจั๊กจั่นยักษ์ตัวนั้นที่ผมเพิ่งจะปล่อยมันไป.....ป่านนี้เจ้าจะเป็นอย่างไรบ้างหนอ?  เหตุใดเจ้าถึงมาเยี่ยมเยือนในยามราตรีเช่นนี้?  เจ้าต้องการจะสื่อสารสิ่งใดให้ฉันทราบหรือเปล่า  ข่าวดีหรือข่าวร้ายหนอ?  เจ้าอยู่เพียงลำพังตัวเดียวหรือว่าอยู่กับใคร? เหตุไฉนเจ้าถึงร้องเสียงดังมากมายขนาดนั้น?  หรือว่าเจ้ากำลังตามหาคู่รักของเจ้าที่จากจรอยู่? 

          แต่แล้ว....วูบหนึ่งของความคิด “อกุศลจิต” ก็เข้ามาครอบงำจิตใจของผม ทำให้ผมกลายสภาพจาก “เทพบุตรที่แสนดี” เป็น “จอมมารอึ่งยืน” ผู้มีจิตใจโหดร้ายและสุดแสนจะอำมหิตขึ้นมาทันที  เนื่องจากผมกำลังคิดอยู่ในใจว่า.....

          “แหม! มาเยี่ยมกันทั้งที ก็น่าจะพากันมาหลายๆ ตัวน่ะ สัก 20 ตัวก็คงจะดี  อวบๆ อ้วนๆ แบบนี้ จับไปคั่วแล้วเอาไปตำทำน้ำพริกกินกับผักสดๆ  คือสิแซ่บและนัวคักขนาด”       คิ  คิ  คิ


 

 

เจ้าจั๊กจั่นยอมกางปีกให้ผมถ่ายรูปและวัดขนาดแต่โดยดี

(ลำตัวยาว 3 นิ้ว ปีกสองข้างกว้าง 7 นิ้ว ลำตัวกว้าง 1 นิ้ว)

 

รูปถ่ายด้านข้าง

 


น้องเพียงพอกำลังกางปีกคุณพี่จั๊กจั่น

 

คลิปวีดีโอจาก BBC Wildlife

Amazing Cicada life cycle -Sir David Attenborough's Life in the Undergrowth - BBC wildlife

ขอบคุณ คุณหนูรี มากๆ เลยครับ 

ที่กรุณาแนะนำแหล่งข้อมูลข้างบนเพิ่มเติม

ทำให้บันทึกหรือเรื่องเล่าของผมมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

โดยในคลิปวีดีโอเรื่องนี้ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า จั๊กจั่นใช้ชีวิตอยู่ใต้ดินถึง 17 ปีจริงๆ  พร้อมทั้งมีข้อความภาษาอังกฤษระบุเอาไว้ว่า.....

"After lying beneath the earth for up to 17 years, cicadas venture above ground as a massive group to shed their larvae shells, sprout wings and sing for a mate. Sir David Attenborough demonstrates how easy it is to hypnotise a male cicada with the click of his fingers in this amazing wildlife video from BBC animal show 'Life in the Undergrowth' ".


 

เพลงประกอบภาพยนตร์ เรื่อง  "Forest Gump"

(หนังเรื่องโปรดของผม)