ตอนผมเรียนชั้นประถม น้องสาวยังเล็กชอบซุกซนเดินตามผมบ้าง พ่อและแม่บ้าง วันหนึ่งได้ยินเสียงเธอร้องเสียงดังแบบตกใจอย่างสุดขีด ผมอยู่หลังบ้านรีบวิ่งไปดู ปรากฎว่าน้องสาวเดินไปขาเหยียบหลุมตอขนุนที่สุมไฟไว้เพื่อให้ไฟเผาลงไปถึงราก โดยไม่ต้องออกแรงขุดมันออกเพราะใหญ่มาก คงขุดกันไม่ไหว
ขาข้างหนึ่งของน้องสาวโดนขี้เถ้าร้อนและถ่านไฟบางส่วน ทำให้น้องเจ็บปวดอย่างน่าสงสาร ร้องไห้ตลอดเวลา เท้าผุผองทันที เราต่างก็ปลอบโยนอุ้มเอาใจเธอกันตลอดหลายวัน ผู้เฒ่าผู้แก่ก็แนะนำยาสมุนไพรมารักษาแผลกันหลายชนิดโดยไม่ได้ไปหาหมอ เนื่องจากการเดินทางค่อนข้างไปลำบากในสมัยนั้น เพราะจะต้องเดินทางมาขึ้นรถไฟก่อนที่สถานีรถไฟตลาดนาบอน เมื่อไปหาหมอที่ทุ่งสงหากคนไข้เยอะก็จะตรวจได้ล่าช้าและแน่นอนจะกลับบ้านไม่ทันรถไฟ ตอนบ่าย 3 โมง(ประมาณนั้น) ซึ่งจะต้องนอนค้างคืนและไม่รู้ว่าจะนอนที่ไหนด้วย ก็เลยรักษากันตามมีตามเกิดในหมู่บ้าน
หลังจากแผลผุผองของน้องสาวเริ่มดีขึ้นตามลำดับจากสมุนไพรที่เอามาพอกแผล แต่ผมจำไม่ได้ครับว่าเป็นอะไรบ้าง ที่ผมจำได้แม่นอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ซับซ้อนอะไร ก็คือตำรา "น้ำมันดิน" ของพ่อซึ่งท่านจัดหาตัวยาเอง
วันนั้นพ่อชวนผมไปเอาดินเหนียวตอนแรกผมไม่ทราบว่าเอามาทำอะไร ดินเหนียวที่พ่อไปเลือกผมเห็นพ่อขุดบริเวณลึกเข้าไปจากทางเดินและอยู่ใกล้ ๆ ทางน้ำไหลแต่จะเลือกเอาดินเหนียวที่สะอาดขุดลงไปลึก ๆ เป็นบริเวณที่ผมกับเพื่อนมาเก็บลูกรังลูกกลม ๆ ไปยิงกับหนังสติก เอาส่วนที่ไม่จับตัวเป็นก้อนคือเลือกเอาที่พอหมาด ๆ สามารถบี้ให้ละเอียดแล้วโปรยลงบนภาชนะได้ พ่อเอาดินเหนียวกลับมาบ้านและบี้ให้แตก ซึ่งมันจะแห้งไปเรื่อย ๆ เลือกเอาสิ่งปะปนอื่น ๆ ออกไป พ่อเอาดินเหนียวผึ่งลมไว้แล้วไปที่สวนหลังบ้าน สอยมะพร้าวเลือกผลมะพร้าวห้าว(เปลือกของผลไม่มีสีเขียวปะปนแล้ว) เอามาปอกเปลือกแล้วผ่า 2 ซีก ขูดด้วยกระต่าย (พ่อทำความสะอาดกระต่ายก่อนขูดมะพร้าวให้สะอาดกว่าขูดเพื่อแกงปกติ) ได้แล้วก็เอามะพร้าวที่ขูดแล้วทั้งหมดมาคลุกเคล้ากับดินเหนียวจนเข้ากันอย่างดี แล้วก็หมักปิดฝาไว้
รุ่งเช้าอีกวัน เมื่อแดดออก พ่อเอาดินเหนียวที่หมักไว้มาปั้นเป็นก้อนขนาดประมาณถ่านไฟฉายขนาดใหญ่ ใส่จานสังกะสีไปวางตากแดดไว้และคอยระวังไม่ให้โดนสิ่งสกปรก ผมสังเกตเมื่อแดดเริ่มจัดขึ้นช่วงเที่ยงวันถึงบ่ายก็จะมีน้ำมันไหลออกมาจากก้อนดินเหนียว พ่อจะคอยไปตะแคงจานรินใส่ขวดสะอาดเล็ก ๆ ทำอยู่อย่างนี้เรื่อย ๆ ทุกวัน จนไม่มีน้ำมันออกมาจากก้อนดินเหนียวก็หยุด
น้ำมันที่ได้พ่อเรียกว่า "น้ำมันดิน" ใช้ทาแผลรักษาแผลไฟไหม้ นำร้อนลวก ทำให้แผลหายเร็วและไม่เกิดแผลเป็น ก็เอาทาให้น้องหลังอาบน้ำทุกครั้ง จนหายเป็นปกติ ผมถามน้องว่าเวลาทาเป็นยังไง แกบอกว่า เย็น ๆ ที่แผล แต่มันเหนอะๆ รำคาญ (บ่นตามประสาเด็ก ๆ) ผลก็คือแผลที่ขาของน้องผมไม่ปรากฎแผลเป็นให้เห็นเลยนะครับ เหมือนกับคนอื่น ๆ ทั่วไป ไม่บอกไม่มีใครรู้ว่าเคยโดนไฟไหม้
ผมลองมาทบทวนสถานที่ที่พ่อไปเลือกดินเหนียว เป็นที่ที่มีลูกรัง และเป็นดินเหนียวสีแดง อยู่ห่างจากการรบกวน คน หรือสัตว์ที่จะทำให้สกปรก สีสดใสเป็นธรรมชาติ เป็นภูมิปัญญาที่ผมจำได้ไม่ลืมตั้งแต่เด็กครับ
ภูมิปัญญา...น้ำมันดิน
"น้ำมันดิน" ใช้ทาแผลรักษาแผลไฟไหม้ นำร้อนลวก ทำให้แผลหายเร็วและไม่เกิดแผลเป็น
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
อา · 21 ส.ค. 2549
ดร.อุทัย อันพิมพ์ · 21 ส.ค. 2549
ศุภลักษณ์ วิรัชพินทุ · 21 ส.ค. 2549
พิชชา · 21 ส.ค. 2549
TwentyAngle · 21 ส.ค. 2549
กีฏะ นคร · 21 ส.ค. 2549
เป็น Tacit K. ที่น่าสนใจมากครับ
ผมติดตามอ่านบันทึกของพี่ชาญวิทย์มาโดยตลอดครับผม ผมชอบแนวการเขียนแบบนี้ครับ อ่านง่าย สบายใจดี และยังมีความรู้ที่ผมพยายามนำมาเทียบกับภูมิปัญญาทางเหนือ ว่าคล้ายคลึงหรือเหมือนกันอย่างไร?
ซึ่งมักจะพบองค์ความรู้ของชุมชน ในการเก็บข้อมูลกับชุมชนตลอดครับ.. อาจได้แลกเปลี่ยนกันครับ
ขอบคุณมากครับผม ให้กำลังใจครับ
เดี๋ยวนี้มีข่าวคราวว่าใช้กันอยู่ที่ไหนบ้างครับ น่าสนใจศึกษาจังเลย ผมว่าจะเป็นแพทย์ทางเลือกได้นะครับ
เรียน อาจารย์จตุพร
ขอบคุณที่มาเยี่ยม มีมาแลกเปลี่ยนกันบ้างก็ดีนะครับ คาดว่าทางเหนือคงมีภูมิปัญหาเยอะนะครับ
เรียน อาจารย์ปภังกร
ขอบคุณนะครับที่มาเยี่ยมให้กำลังใจสม่ำเสมอ
เรียน ท่านอาจารย์ครูนง
มีใช้แถวนาบอนครับ แต่ปัจจุบันดินเหนียวที่บริสุทธิ์ค่อนข้างหายากแล้ว
เรียน พี่นันทา กรมส่งเสริมการเกษตร
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยมทักทาย
ปัจุบัน น้ำมันดิน เปงส่วนผสมของแชมพูรักษาโรคผิวหนังหลายชนิดค่ะ แต่ไม่แน่นจัยว่าจะเป็นตัวเดียวกันหรือป่าว
มีประโยชน์มากเลย
สามารถรักษาโรคสะเก็ดเงินได้ด้วย