"ทำไม..น้องชายเรา ลาบ่อยจัง" เราถามด้วยความสงสัย
"เขาบอกว่าเขาเครียด พี่ไม่สังเกตบ้างเหรอว่าน้องชายพี่น่ะ เครียด" สาวน้อยกระซิบบอกเรา
"เหรอ!ไม่รู้เลย...แล้วเขาเครียดเรื่องอะไรล่ะ" เราถามด้วยความประหลาดใจ ปนสงสัย เพราะเราไม่เคยคิดเลยว่า น้องคนนี้จะมีความเครียด
"ก็..." สาวน้อยคนเดิมบอกเหตุผล (ขออนุญาตไม่กล่าวถึง)
----------------------------------------------------------------------------------------
คำตอบของสาวน้อยคนนั้น ทำให้เราต้องกลับมานั่งทบทวน...
...ทำไมเราถึงไม่เคยรับรู้ถึงความรู้สึกของเขาเลย..(ทั้งๆที่งานของเราเกี่ยวข้องกับความรู้สึกของคน)
...ทำไม...ทำไม...ทำไม...
เพียงเพราะเขาเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด
...เราเลยไม่รู้ว่า "เขาเครียด"
เพียงเพราะเขายังทำงานได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง...
...เราเลยคิดว่าเขาคงไม่มีปัญหาอะไร...
จริงสิ....เราไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของน้องคนนี้เลย....
อาจเป็นเพราะว่าเราสนิทกันเกินไป...
หากเราใส่ใจเขาสักนิด เราคงรับรู้ว่า...
มีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม...
เขาหยุดงานมากกว่าเดิม...
เขาพูดกับคนอื่นน้อยลงกว่าเดิม...
เขาเริ่มมองหางานใหม่ๆ...
----------------------------------------------------------------------------------------
เปรียบกับการทำงาน....
หากเรามุ่งเพียงผลสำเร็จของงานโดยละเลยความรู้สึกของคนทำงาน
เราก็จะได้เพียงผลงาน...... แต่ไม่ได้ใจของคนทำงาน
ใช่เลย เมื่อไหร่เราถูกกระทำบ้างจึงจะรู้ ….แต่เมื่อหวนคิดได้ว่าเราเองก็ละเลยคนใกล้ๆตัวเรา…. ซึ่งก็อาจจะสายเกินไป ถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ที่สายเกินเยียวยา เราควรดูแลตัวเองให้ดี และไม่ละเลยผู้คนที่อยู่รายล้อมตัวเรา
คุณไม่แสดงตน
ขอบคุณสำหรับการ ลปรร. ค่ะ ตอนนี้ก็พยายามดูแลตัวเองและคนรอบข้างอยู่ค่ะ
เครียดจัง ชีวิตก็เป็นแบบนี้แหละจำได้บ้างลืมบ้างก็ให้อภัยกันไป
คนสนิทที่สุดนี่แหละ.....ที่เรามักจะหลงลืม
เรามักทำอะไรแย่ๆ กับเขา โกรธใครมาก็มาลงกับเขา อารมณ์เสียจากคนอื่นก็เอามาระบายที่เขา ต่อว่าแรงๆให้สะใจ งอนใส่บ้าง อารมณ์เสียใส่บ้าง ไม่สนใจว่าเขาจะรู้สึกยังไง...
เป็นเพราะเรารู้ว่าเขา care เขาไม่โกรธเราหรอก เลยหลงลืมไป ว่าจริงๆแล้วคนที่เราควรจะใส่ใจมากที่สุดคือคนๆนี้ต่างหาก
(เอ๊ะ...เกี่ยวกันไม๊เนี่ย
)

อารมณ์ประมาณน้อยใจอันใดหรือเปล่าน้อ?...แล้ว
ตอนนี้น้องชายเป็นอย่างไรหลังจากเพื่อนได้พูดคุยกับเขามาแล้ว..
.ช่วงหลังๆบรรยากาศแห่งความ
อึมครึมกดดันทั้งการเมืองกะการมุ้งนี่เราเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับมันดี...ใจหายกับข้อมูลที่รู้ว่าน้องคิดจะย้ายไปอยู่ที่อื่น..ถึงจะพยายามมองแบบกฎธรรมชาติว่าทุกอย่างไม่มีอะไรยั่งยืน..มีพบก็ต้องมีจาก..แต่ถ้าหากว่ามันยังไม่จำเป็นต้องสูญเสียหรือยังพอรักษาไว้ได้ทำไมเราจึงไม่ดูแลมันให้ดีกว่านี้นะ
คุณ seangja
หลังจากปล่อยปะละเลยความรู้สึกเขามานาน
ตอนนี้ก็พยายามพูดคุย และเช็คความรู้สึกของน้องชายมากขึ้น ไม่อยากให้เขารู้สึกว่าต้องเผชิญปัญหาอยู่คนเดียว แบบว่าอยากเป็นนาง(คว้า)ฟ้าในใจน้องอ่ะ
ฮิๆๆๆ
อย่างน้อยๆ ก็ช่วยให้น้องได้ปลดทุกข์
เอ๊ย!! ม่ายช่าย คลายความทุกข์ในใจไปได้บ้าง
คุณไม่แสดงตน
คุณป้าบวม
คนสนิทที่สุดนี่แหละ.....ที่เรามักจะหลงลืม
ยังไงก็อย่าลืมกันนะ...ป้าบวม
คุณ seangja
P' mom