หวนคืนถิ่นเดิม...ด้วยความจำเป็น...ขณะน้องชายคนเล็กก็ยังไม่สบาย...

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมาผมได้คุยกับพี่สาวแท้ ๆ เธออยู่ที่บ้านในเขตจังหวัดนครพนม  แต่ขณะที่เธอคุยสายอยู่นั้นเธออยู่ในโรงพยาบาลเมืองอุบล 

 

การคุยกันผมสังเกตว่าน้ำเสียงเธอเป็นทุกข์ และเธอเองก็ยืนยันว่าการเจ็บป่วยคราวนี้ไม่เหมือนเดิม แต่เธอยังมีสติพูดบางอย่างฟากมาให้คิด

ตรงนี้คือผืนดินที่เคยตั้งบ้านไม้ 2 ชั้นและยูมิเกิดในแผ่นดินบริเวณนี้แล...ณ บ้านสะพัง ต. รามราช  อ. ท่าอุเทน  จ. นครพนม

และแล้วหลังเที่ยงคืนพอเช้ามาก็เป็นวันจันทร์ผมก็ได้รับทราบข่าวการจากไปของพี่สาวแท้ ๆ คนนี้  เมื่อทราบแน่นอนแล้วว่าปลงศพพี่สาววันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม  2554 ผมจึงต้องเดินทางด่วน จากเมืองปักษ์ใต้โดยใช้การเดินทางอากาศจากสนามบินเมืองหาดใหญ่ไปลงต่อเครื่องบินเพื่อไปเมืองนครพนมที่สนามบินดอนเมือง กรุงเทพ ฯ

พี่ชายยูมิ

ในวันพุธช่วงค่ำที่ผ่านมา  ไปถึงสนามบินเมืองนครพนมก็สองทุ่มพอดี มีญาติมารอรับกับบ้านเดิมที่เกิดกายของผม  ซึ่ง 14 ปีแล้วที่ไม่ได้มาเยือนถิ่นนี้

ยูมิเอง

การจากไปของพี่สาวคนนี้ทำให้เหลือพวกเราอยู่ 3 คนในฐานะลูกของพ่อและแม่เดียวกันคือพี่ชาย  ผมเอง  และน้องสาวอีกคน

น้องสาวยูมิ

เมื่อไปถึงบ้านเกิด  บรรดาญาติต่างมาคุยทักทายและถามว่าพวกเขาคือใครชื่ออะไรยังจำได้ไหม  อิ อิ อิ ส่วนใหญ่จำไม่ได้สักคน...ต้องทบทวนความหลังกันยกใหญ่จึงถึงบางอ้อ  ในความเสียใจนั้นยังคงมีที่ดีใจอยู่ก็ตรงที่ได้มาพบเพื่อนญาติสนิทมิตรสหายกัน 

การแต่งกายตามวิถีวัฒนธรรมงานศพที่บ้าน

 เพราะผมอยู่ที่บ้านสะพังเป็นบ้านเกิดนี้จนมีอายุ 11 ปีพอย่างเข้าอายุ 12 ปีก็เดินทางพเนจรไป  เร่ร่อนไปเหมือนนกไร้รัง  ได้รู้วิถีชีวิตของคนจน ๆ อย่างผม  เป็นเด็กบ้านนอกคอกนาจนกว่าจะมีวันนี้ เด็กรุ่นหลังได้ยินแต่ชื่อที่เล่ากันปากต่อปาก  อยากดูตัวเป็น ๆ เกือบทั้งหมู่บ้านล้วนนามสกุลเอกสะพัง ถือเป็นตระกูลที่สืบทอดมาจากนายเอกเป็นผู้นำชาวบ้านที่แตกหนีจากข้าศึกในสงครามอดีตกาลหลายร้อยปีมาแล้วเท่าไรไม่มีใครรู้  เขาว่ามาจากบ้านกูบกองลอ เป็นเชื้อข้าพระทอง บ้านกูบกองลออยู่ในประเทศลาว มาตั้งบ้านเรือนอยู่บ้านสะพังนี้เป็นเผ่าชนไทกะเลิง

ตาเอกพามาสร้างบ้านเรือนใกล้หนองสระพัง ถามว่าหนองนี้เกิดมาได้อย่างไร  ตอบว่าพวกทหารขุดทำเป็นหลุมหลบภัยสมัยสงครามแถบนี้เลยกลายเป็นหนองน้ำมีหลายหนองแถบนี้

ด้วยความที่ยุคก่อนไร้คนเรียนหนังสือสูง ๆ มีอาชีพทำนาอย่างเดียว ผมจึงเป็นที่สนใจของทุกคนของหมู่บ้านสะพัง เพราะฐานะทางบ้านผมเองก็จนยากเมื่อจบสูงมาบางคนจึงเรียกบ้านสะพังแห่งนี้ว่าหมู่บ้านดอกเตอร์  เพราะในแถบนี้มีผมเท่านั้นที่จบสูงช่วงนั้นเขาว่าอย่างนั้น

พี่สาวผู้ลาล่วงลับไปแล้ว

ผู้เฒ่าในหมู่บ้านบางคนว่าเป็นเพราะผมมีวาสนาและดวงดี  เลยเป็นเรื่องเป็นราวข่าวลือกันในแถบบ้านเกิดเมื่อไปถึงแล้วได้เข้าไปน้อมรำลึกถึงพี่สาวที่จากไปแล้วนั้นแล.