แหวนประดับใจ

วันแม่ใกล้จะมาถึงอีกไม่กี่วัน  อยากจะให้ผู้อ่านได้อ่านเรียงความเรื่องแม่ที่ผู้เขียนได้เขียนไว้เมื่อปีที่แล้ว  เพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่โชคดีที่ยังมีแม่อยู่ ให้กลับไปเยี่ยมแม่ กอดแม่ และรักแม่ให้มากๆ

สำหรับผมเมื่อแม่สิ้นชีวิตแล้ว  กลับเมืองไทยก็ไม่เหมือนเดิม  เพราะแม่เป็นศูนย์กลางของญาติพี่น้อง  ไปเยี่ยมก็เจอพี่น้องกันหลายคน ได้คุยกันสนุก พอแม่เสีย ต้องไปเยี่ยมพี่น้องกันที่ละคน  กว่าจะครบก็เป็นเวลาหลายวัน

เวลาผมกับครอบครัวไปเยี่ยมแม่  แม่จะดีใจมาก  ถึงกับเดินถือร่มมารับหลานๆที่สถานนีรถไฟด้วยตัวเอง  คิดดูเอาเองเถิด พอลงจากรถไฟก็เห็นแม่อายุเจ็ดสิบแปดสิบ ถือร่มรออยู่ รอด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข  เพราะอยากจะเห็นหลานด้วยตัวเอง

ครั้งสุดท้ายตอนแม่ป่วยที่กรุงเทพ ผมพาลูกๆไปเยี่ยม  แม่บอกพี่ชายที่อยู่ด้วยว่าอยากจะกลับนครสวรรค์  ผมเองก็แปลกใจว่าลูกหลานๆมาเยี่ยมจากอเมริกาไม่กี่วัน ทำไมแม่อยากจะกลับบ้านต่างจังหวัด ไม่กล้าขัดใจ  แต่ก็กลับไปเป็นเพื่อน พอถึงบ้านที่นครสวรรค์พี่สาวคนที่เป็นครูบอกว่า  แม่อยากจะไปเอากล่องสมบัติที่มีแหวนของแม่อยู่  อยากจะให้สมบัติแก่ลูกและหลานๆก่อนตาย  แม่กลับไปบ้านที่นครสวรรค์อย่างเศร้าๆ เพราะหลานๆไม่ได้ตามไปด้วย เพราะมัวแต่ไปเที่ยว  พอผมรู้ความปรารถนาครั้งสุดท้ายของแม่  ก็บอกให้ลูกๆรีบกลับมาเยี่ยมแม่ที่นครสวรรค์ให้ลืมเรื่องเที่ยวไว้ก่อน

พอหลานๆมาถึง แม่รีบเปิดกล่องเอาแหวนซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของแม่ มาแจกหลานๆคนละวงด้วยความดีใจ  พร้อมกับถอดแหวนที่พี่สาวทุกคนอยากได้ ถอดจากนิ้วมือแม่มาให้ผม พลางพูดว่า แม่ยกให้ลูก เพราะเห็นมีลูกสาวหลายคน เก็บไว้ให้หลานๆนะ  

แหวนวงนี้ยังอยู่ที่ผม  และจะอยู่ในใจผมตลอดไปครับแม่

 


 

 อุ่นใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม

ทิพยสถานมหาราชิกา

อุ่นใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม

แม่เกิดเมื่อวัน ที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๔๕๘ ที่ตำบลเนินขี้เหล็ก อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ เป็นลูกสาวคนสุดท้อง ของ หมื่นเรื่องระงับภัย และ นางลำภู บิดาประกอบอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง มารดาเป็นคหปตานี

พี่สาวเล่าว่ายายมีที่นามากมาย สุดลูกหูลูกตา เวลาหน้าทำนา จะมีชาวบ้านเอาข้าวมาให้กองไว้ที่บ้านยายใหญ่โตมโหฬาร ตอนสาวๆ แม่สวยมาก นายอำเภอไปขอแม่กับตา เพราะนายอำเภอต้องมากินและพักอาศัยบ้านตาเป็นประจำ แต่แม่ปฏิเสธ

แม่จบการศึกษาชั้นประถมปีสี่ โรงเรียนวัดเนินขึ้เหล็ก จบการศึกษาแล้วได้ประกอบอาชีพเป็นครูสอนหนัง สือ จนได้พบกับพ่อ จากการแนะนำของพี่ชายคนโต เมื่อสมรสแล้วจึงเปลี่ยนมาประกอบอาชีพค้าขายมีบุตรธิดาเก้าคน ผมเป็นคนที่แปด พ่อผมเสียเมื่อผมเป็นเด็กๆ อายุคงไม่เกินสามสีขวบ แม่ต้องเลี้ยงดูลูกๆคนเดียว ไม่เคยไปขอความช่วยเหลือจากยายเลย ซึ่งถ้าแม่ขอ ยายก็คงจะให้เพราะเป็นลูกสาวคนเล็ก ยายรักแม่มาก เรียกแม่ว่า “อีหนู” ทุกคำ พี่ น้องคนอื่นๆ ไปขอความช่วยเหลือจากยาย ยายจะแบ่งที่นาให้ไปเก็บทำกินทีละมากๆ

แม่เป็นคนเก่ง เป็นแม่ค้าที่คนชอบ เพราะแม่พูดได้หลายภาษา แม่พูดจีนแต้จิ้วก็ได้ ไหหลำก็ได้ อิสานก็พูดได้ เวลาแม่ขายอะไร ลูกค้ามักจะซื้อเสมอๆ


ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป

แม่ไม่ได้สอนอะไรผมมาก เกือบจะไม่สอนเลย ให้เรียนรู้เอาเองเท่าที่ผมจำได้ แม่สอนว่าอย่างไปเอา ไปขอ อะไรจากใคร จะเป็นหนี้บุญคุณ ชาติหน้าต้องมาใช้เขาเพราะเหตุนี้ แม้แม่จะมีปัญหาเรื่องเงินทอง เพราะพ่อเสียชีวิต ต้องทำงานอยู่คนเดียวเลี้ยงลูกเก้าคนแม่ก็ไม่เคยไปขอความช่วยเหลือจากพี่ น้อง หรือแม้กระทั่งยายเอง

อีกอย่างแม่สอนว่า ถ้ามีคนมาขอความช่วยเหลือ หรือเรี่ยไรทำบุญ อย่าปฎิเสธ คนเขาจะเสียน้ำใจ มีศรัทธามาก ก็ให้มาก มีศรัทธาน้อยก็ให้น้อย ให้ตอบว่าได้ไว้ก่อน

แม่สอนพี่สาวผมว่าเคล็ดลับในการทำอาหารให้อร่อย อยู่ที่กะทะ ต้องให้ไฟแรงทอดแล้วเอาขึ้นเลย ถ้าผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวแล้ว มันจะหอม

ผมไม่เคยเห็นแม่ไปเข้ากรรมฐาน ที่ไหน แม่ชอบแทงหวยมาก ชอบมีหมอดูมาดูอยู่ที่บ้านเป็น ประจำก่อนวันหวยออก ตอนเด็กๆผมเคยนั่งฟังเป็นประจำ แต่แม่รู้จักภาวนา พุทโธ ธัมโม สังโฆ มีคนไปนั่งกรรมฐานแล้วจิตไม่สงบ แม่จะบอกว่า ก็ศิลมันไม่บริสุทธิ์ มันจะไปเห็นอะไร ตอนแม่อายุมาก แม่นอนภาวนา พุทโธ ธัมโม สังโฆ เป็นประจำ เพราะตอนนั้น ตาแม่ไม่ค่อยดีแล้ว ตอนที่แม่มาอยู่กับผมที่อเมริกา ตอนนั้นแม่อายุเจ็ดสิบเห็นจะได้ แม่หกล้มหลังบ้านสะโพกหัก แม่บอกผมว่ามีเด็กผิวคล้ำๆมาผลักข้างหลัง ตอนอยู่โรงพยาบาล แม่เล่าให้ฟังว่า มีเด็กถอดไม่ใส่เสื้อสองคน มายืนอยู่ที่ปลายเตียง ก่อนหกล้มแม่บอกแม่เห็นเด็กผิวคล้ำถอดเสื้อ มาปรากฎตัวที่หน้าต่าง ผมก็ไม่ได้สนใจ จนกระทั่งผมได้พายี่กู๋มารักษาแม่ที่บ้านตอนแม่ขาหัก ยี่กู๋มาทำพิธีแบบจีนปนไทย สวดมนต์เป็นไทย แต่มีการเผากระดาษเงินกระดาษทอง ทำพิธีแบบวันตรุษจีนเลย


ยี่กู๋ หมอเทวดา ผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทร

ผมได้รู้จักสาวบัญชีรุ่นเดียว กันหลายตนตอนไปค่ายบัญชี ยี่กู๋เป็นอาของสาวบัญชีคนหนึ่ง ยี่กู๋เป็นซินแสที่ทำพิธีกรรมทางพุทธศาสนาผสมประเพณีจีน เพื่อรักษาและกำลังใจผู้ป่วยไข้ หาตัวได้ยากมาก พอดีพอผมบอกว่าเป็นเพื่อนของหลานสาว ยี่กู๋ก็เต็มใจมาช่วยผมเต็มที่เพราะถือเป็นญาติคุ้นเคยกันพอยี่กู๋มาทำพิธี ช่วยแม่ผม ผมบอกว่าแม่ผมบอกว่าโดนเด็กผลักข้างหลัง ยี่กู๋ตอบว่า แม่ลื้อเก่งมาก ที่สามารถรับรู้ได้ เด็กผิวคล้ำที่ไม่ใส่เสื้อนั้นคือวิญญาณของเด็กอินเดียนแดงที่ยังไม่ได้ไป ผลุดไปเกิด อินเดียนแดงพวกนี้ โดนพวกผิวขาวฆ่า เพื่อที่จะเอาที่ทำกินของชาวอินเดียนแดงมาเป็นของตนเอง วิญญาณเขาอยู่ในบริเวณแถวบ้านคุณ เนื่องจากบ้านผมอยู่ไม่ไกลจากหนองน้ำ


หนองน้ำข้างหลังบ้าน

 

สันนิษฐานว่าชาวอินเดียนแดงคงมาตั้ง หลักแหล่งอยู่ที่นี้มาก่อนในอดีต ครั้นโดนฆ่า ด้วยความอาฆาตแค้น วิญญาณจึงยังไม่ได้ไปเกิดใหม่ วนเวียนอยู่แถวนี้ ยี่กู๋ทำพิธีแผ่ส่วนบุญไปให้ แล้วบอกว่าพวกเขาโชคดีที่ได้รู้จักคุณ ตอนนี้พวกเขาไปดีแล้ว หลังจากทำพิธีแล้วผมและแม่รู้สึกเหมือนว่าได้เอาภูเขาออกจากอก แม่ผมมีกำลังใจดีขึ้น ผมมีกำลังใจดีขึ้นไม่เครียดเหมือนเมื่อก่อน แม่หายวันหายคืน ต้องขอบพระคุณยี่กู๋เป็นอย่างมาก

เนื่องจากยี่กู๋คงมีความรู้สึกกับผมคล้ายเป็นหลานชาย จึงได้บอกความลับของชีวิตต่างๆให้ผมฟัง

ผมไปเจอยี่กู๋ไปทำบุญที่วัด ไปเจอผู้ชายฝรั่งแต่งงานกับสาวไทย พาลูกมาทำบุญ ยี่กู๋บอกผมว่า คนอเมริกันคนนี้ ชาติก่อนเขาเคยเป็นคนไทย ผมได้ยินแล้วขนลุก ยี่กู๋รู้ความลับของฟ้าดินด้วยหรือ

ยี่กู๋เล่าให้ฟังอีกสองเรื่อง ตอนอยู่เมืองไทยว่า มีคนให้ไปทำพิธีให้ญาติที่ป่วยในโรงพยาบาล เพราะป่วยโคม่ามานานแล้ว ไม่ฟื้นสักที พอยี่กู๋ไปที่โรงพยาบาล ยี่กู๋บอกว่าไปเจอวิญญาณที่สิงอยู่ในร่างคนเจ็บ ที่จริงคนเจ็บตายไปนานแล้ว พอเจอยี่กู๋วิญญาณกลัวก็เลยออกจากร่าง คนป่วยก็ได้ตายสมใจ

อีกรายเป็นแม่ของเจ้าสัวอภิมหาเศรษฐี ป่วยมานาน จะกินอะไรก็ไม่ได้ ยี่กู๋บอกผมว่า มันจะมีประโยชน์อะไร มีเงินล้นฟ้า เวลาจะกิน อาหารตั้งเต็มโต็ะแบบฮ่องแต้ แต่จะกินอะไรก็ไม่ได้เพราะอีไปทำปาณาติบาต ฆ่าไก่ไว้เป็นจำนวนมาก เวรกรรมตามสนองเลยในชาตินี้ อั้วก็ได้แต่ไปสวดให้สบายใจเท่านั้น

หลังจากยี่กู๋ทำพิธีให้แม่ผม และ ทำพิธีทำบุญบ้าน ยี่กู๋บอกผมว่าทุกบ้านจะต้องมีวิญญาณเจ้าที่เจ้าทางอยู่เสมอ ผมก็เลยถามยี่กู๋ว่าถ้าผมก็ย้ายไปอยู่่บ้านใหม่ ก็ต้องเจออีก อยู่บ้านนี้ต่อไม่ดีกว่าหรือ ยี่กู๋ตอบว่า ถ้าคุณซื้อบ้านใหม่ก็เรียกให้อั้วมาทำพิธีอีก ไม่เห็นจะไปยากอะไร

แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามพระไตรลักษณ์ ต่อมาแม่ผมก็สิ้นชีวิตเมื่ออายุได้เก้าสิบปี ยี่กู๋ไปสิ้นบุญที่เมืองไทย เหลือแต่ความทรงจำ เตือนให้ระลึกว่า เราต้องทำความดีให้มากๆ วิญญาณ นรก สวรรค์มีจริง อย่าได้ประมาทเป็นอันขาด ความตายมาถึงเราได้ทุกเวลา


สวรรค์บนดิน

ตอนแม่อยู่กับผม ผมพาแม่ไปเที่ยวลาสเวกัส พาไปเล่นสล็อต แมชชีน เครื่องแบบนี้เอาเงินหยอดแล้วหมุนหรือกดปุ่ม ถ้าเลขขึ้นมาพร้อมๆกัน สามตัว ก็จะได้รางวัล พี่สาวเอาเงินไปแลกเหรียญให้แม่เล่นประมาณร้อยเหรียญ บอกว่าแม่เล่นให้พอ เล่นให้สนุก พอถูกแจ็ตพ๊อต ได้เลขเดียวเรียงกันสามตัวเสียงเหรียญตกลงมาเป็นอันมาก แม่มีความสุข นั่งโยกเครื่องทั้งวันก็ไม่เบื่อ

พอกลับมาห้องพักในโรงแรมซึ่ง อยู่ชั้นยี่สิบกว่า แม่มองออกไปทางหน้าต่าง ได้เห็นแสงไฟที่เขาประดับประดาตามโรงแรมต่างๆสวยงามมาก แม่ยิ้มด้วยความดีใจ แล้วพูดว่า สวรรค์มันเป็นอย่างนี้เอง


น้ำตกแองกาล่า แคนนาดา

ผมพาแม่ไปเที่ยวน้ำตกแองกาล่า แคนนาดา ตอนไปถึงโรงแรมใกล้น้ำตก ก็มืดแล้ว ผมชวนแม่ไปดูน้ำตก ตอนกลางคืน เพราะเขาฉายไฟเป็นแสงสีต่างๆ สวยงามมาก แม่ปฏิเสธไม่ยอมไป ผมก็แปลกใจแต่ไม่กล้าขัดใจ แต่วันรุ่งขึ้นแม่มาบอกว่ามืดๆ ตามันมองไม่เห็น ไปก็ไม่เห็นอะไร แต่กลางวันพาแม่ไปดูน้ำตก แม่ดีใจและสุขใจ ตื่นเต้นที่ได้เห็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม่กอดหลานสาวไว้แน่น หลานกับย่าคุยกัน ใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายด้วยกัน แม่ตอนนั้นอายุเกือบเจ็ดสิบ ลูกสาวผมอายุตอนนั้นอายุเจ็ดแปดขวบได้มีวาสนาใช้ชีวิตสั้นๆร่วมกัน พอแม่กลับถึงแม่ไทย แม่จะเอารูปที่ผมถ่ายที่แคนนาดา ไปอวดชาวบ้านร้านตลาด ว่าลูกชายพาแม่ไปถึงน้ำตกแองกาล่าแล้วนะ ทั้งตลาดคงมีแม่คนเดียวกระมังที่ได้ไปเที่ยวแคนนาดา และไปเล่นสล็อตแมชชีน ที่ลาสเวกัส ดูแม่มีความสุข ความภูมิใจมากๆ


.

อุ่นอกอ้อมแขน อ้อมกอดแม่ตระกอง - กอดแม่เป็นครั้งแรก

ผมไม่เคยกอดแม่มาก่อน มีน้องชายคนสุดท้องคนเดียวที่มีโอกาสได้กอดแม่ เพราะแม่มีลูกมาก ถ้ากอดกันทุกคนแล้ว ก็คงจะต้องไม่มีเวลาทำมาหากิน ตอนแม่มาอยู่กับผมที่อเมริกา ช่วงนั้นเป็นวันแม่ ทางคณะครูอาสาสมัครของโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดพุทธธรรม จากโครงการสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยในต่างแดน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นโครงการณ์ดีมากๆ สนับสนุนใ ห้ผู้ปกครองนำลูกและแม่ของตัวเองไป เพื่อที่จะทำพิธีวันแม่ ผมเอาดอกไม้ไปให้แม่แล้วกอดแม่เป็นครั้งแรกในชีวิต แม่เขิน เพราะลูกชายไม่เคยกอด แต่ก็ยอมให้กอด ตั้งแต่นั้นเป็นตอนมา ผมเจอแม่ที่ไร ต้องไปกอด ลูกๆผมเจอคุณย่าก็ต้องเข้าไปกอดเพราะเป็นธรรมเนียมฝรั่งการกอดกันถือเป็น เรื่องปรกติ แม่ก็เคยชักคุ้นกับธรรมเนียมตะวันตก ลูกสาวคนโตของผม ตอนผมกอดเธอแรกตอนอยู่ชั้นประถมก็เขินเหมือนกัน เพราะไปกอดเธอตอนเธอโตแล้ว แต่เดียวนี้เจอพ่อต้องมากอดพ่อก่อน ของดีต้องฝีกต้องสอน ต้องใช้ความพยายาม ไม่เหมือนของชั่วไม่สอนก็ทำได้

.

ทิพยสถานมหาราชิกา

พอแม่อายุ ๘๘ ปี ความชรา ความแก่ ความป่วยไข้ก็เข้ามาเยือน แม่เป็นมะเร็งกระดูก ขั้นสุดท้าย ทั้งๆแม่ก็แข็งแรง ยังทำกายบริหารได้ แม่ต้องไปฉายแสงที่โรงพยาบาลศิริราช หมอบอกว่าคงอยู่ได้อีกสามถึงหกเดือน เอาแน่อะไรไม่ได้ เพราะแม่ก็แก่แล้ว ผมกลับไปเยี่ยมไปพยาบาลแม่ ให้กำลังใจแม่ ตอนแม่นั่งกินข้าวเงียบๆอยู่คนเดียว หันหน้าไปทางหน้าต่าง เห็นแม่น้ำเจ้าพระยา เห็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ผมเคยเรียน แสงแดดส่องมาทางหน้าต่างมาถูกตัวแม่ สวยงามมาก แม่มีความสุขเงียบๆมีลูกชายนั่งเฝ้าคอยให้กำลังใจ พอมีพี่สาวมาดูแลแม่ ผมก็ถือโอกาสข้ามเรือจากฝั่งศิริราช มาท่าพระจันทร์ เดินเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตึกโดมยังยืนเด่นเป็นสง่า ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงธรรมศาสตร์ที่ดูใหญ่โต กลับเล็กลง เดินมาเยี่ยมชุมนุมใต้ตึกเศรษฐศาสตร์ก็หายไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรเหลือไว้ให้เห็น เหลือไว้แต่ความทรงจำในอดีตเป็นเมฆหมอกจางๆได้แต่เห็น ครั้นจะคว้าจับมาถือไว้ก็อันตธานหายไป ชีวิตก็เป็นอย่างนี้

ผมลางานมาปฎิบัติดูแลแม่สามสิบ วัน แม่ย้ายกลับมาอยู่กับพี่ชายที่บ้าน ผมนอนข้างๆแม่ทุกวันพอแม่ขับถ่ายออกมา ผมจะเป็นคนเอากระโถนไปเทในห้องน้ำ ไม่ได้ดูแลแม่มาเสียนานเป็นเวลายี่สิบกว่าปี อยากจะทำความดีเล็กๆน้อยๆเพื่อตอบแทนบุญแม่ มีวันหนึ่งผมขออนุญาตแม่ออกไปซิ้อของที่ศูนย์การค้าซีคอน บอกแม่ว่าไม่ต้องรอเพราะอาจจะกลับดึก พอผมกลับมาก็ดึกแล้ว คนดูแลแม่มาบอกว่าคุณผู้ชายยังไม่กลับ คุณย่าก็ไม่ยอมทานข้าว จะรอคุณผู้ชาย ผมต้องมานั่งกินข้าวกับแม่ซึ่งรอผมอยู่ แม่คงรักและยังเป็นห่วงเราเหมือนตอนที่เรายังเป็นเด็ก อย่างไรก็อย่างงั้น

.

รักเจ้า จึงปลูก รักลูกแม่ย่อมห่วงใย
ไม่อยากจากไปไกล แม้เพียงครึ่งวัน

วันสุดท้ายที่ผมต้องกลับอเมริกา แม่นอนอยู่ในห้องคนเดียว ผมบอกแม่ว่าผมจะต้องกลับอเมริกาแล้วนะ น้ำตาแม่ไหลออกมา เหมือนจะล่วงรู้ว่า แม่กับลูกจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วในชาตินี้ ผมก็ได้แต่ปลอบใจแม่ จูบแม่ที่หน้าผาก บอกแม่ว่าแล้วผมจะกลับมาอีก แต่ผมก็กลับมาไม่ทันที่จะเห็นใจแม่ แม่สิ้นบุญในเดือนกุมภาพันธ์ปีต่อมา ผมบวชให้แม่เป็นครั้งที่สองพร้อมๆกับหลานชายและน้องชาย เดินนำศพแม่ขึ้นสู่เชิงตระกอน เรียนถามพระอาจารย์ที่ผมฝากตัวเป็นศิษย์ว่าแม่ผมไปอยู่ที่ไหนตอนนี้

พระอาจารย์ตอบ แม่คุณตายสวย ร่างยังมีความสวยงาม เหมือนคนนอนหลับ ตอนนี้ขึ้นไปเสวยผลบุญอยู่บนสวรรค์ ชั้นจตุมหาราชิกาแล้ว


จบบริบูรณ์

เริ่มเขียนวันที่ ๑๑ สิงหาคม

เขียนจบเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๓


เพลง อิ่มอุ่น - ศุ บุญเลี้ยง

รูปจาก www.kapook.com มะลิเพียงหนึ่งดอก อยากจะบอกว่ารักแม่

ภาพและเสียง  จาก Youtube