ส่งนางฟ้ากลับสวรรค์


ส่งนางฟ้ากลับสวรรค์
กลับจากบรรยายที่โรงพยาบาลมหาสารคาม ฉันกับอาจารย์หมอศรีเวียงมีนัดกันว่าเราจะไปดูคนไข้ที่อยู่ในความดูแลของหน่วย และเริ่มรับไว้ในโปรแกรมตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม  ซึ่งอาการตอนนี้น่าเป็นห่วงกว่าคนอื่นๆ ในโปรแกรม  ฉันกำลังพูดถึงบุ๋ม  บุ๋มเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย วันแรกที่ได้รับการปรึกษาให้ทีมมาร่วมดูแล   ฉันเองได้รับทราบเรื่องราวอาการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมของบุ๋มนับตั้งแต่ปี 2552 จนกระทั่งครั้งนี้ที่ต้องมานอนโรงพยาบาล  ทั้งที่ยังแต่งงานได้ไม่ถึงสัปดาห์ ทำให้ฉันรู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย
              ระหว่างนั่งรถไปมหาสารคาม อาจารย์เอ่ยกับฉันว่า “ บุ๋มแย่แล้วกุ้ง ตอนนี้อาการไม่ดีเลย หมอคิดว่าเขาคงมีเวลาอีกไม่กี่วัน หมอคุยกับแม่  แม่ต้องการให้หมอบอกความจริงกับบุ๋ม  หมอก็พยายามพูดกับเขา เขาถามหมอว่า บุ๋มมีเวลาอีกนานแค่ไหน  หมอตอบเขาไปว่า อยู่ที่ร่างกายของบุ๋มจะต่อสู้ไปได้ แต่เมื่อถึงวันนั้นจริงๆ หมอจะช่วยหนูเต็มที่ไม่ให้เจ็บปวด ไม่ให้ทรมาน หมอสัญญา นี่คือคำบอกเล่าถึงอาการล่าสุดของบุ๋มจากอาจารย์หมอศรีเวียง  ได้ฟังดังนั้นฉันจึงบอกกับอาจารย์ว่า “เย็นนี้กลับจากบรรยายที่มหาสารคาม กุ้งจะแวะไปดูบุ๋ม”   อาจารย์เลยบอกกับฉันว่า  บุ๋มเขาถามหากุ้งด้วย  งั้นเย็นนี้เราไปดูบุ๋มพร้อมกัน
           หกโมงตรง  ทันทีที่ล้อรถหยุดหมุนมาจอดที่หน้าอาคารสว. เราสองคนต่างไม่รอช้าตรงดิ่งไปที่ชั้น 15 ทันที  ภาพที่เห็นก็คือบุ๋มเริ่มหายใจลำบาก ภาพหญิงสาว  หน้าตาสวย  ผิวพรรณผ่องใส วันนี้ยังมีเค้าให้เห็น แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ บุ๋มไม่รู้สึกตัวแล้ว   ทันทีที่เห็นฉันเดินเข้าไปกับอาจารย์ นนท์ สามีของบุ๋มที่พึ่งแต่งงานกันยังไม่ถึง 3 เดือนลุกจากที่นั่งข้างเตียงเปลี่ยนให้ฉันเข้าไปนั่งแทน พร้อมกับเอ่ยว่า “ พี่กุ้งช่วยสอนฝึกสมาธิ ฝึกลมหายใจเลยครับ พวกผมสวดมนต์ หลายรอบแล้ว” แม่บุ๋มอยู่ในอาการเศร้าโศกกับการที่กำลังจะสูญเสียลูกสาวที่รักยิ่ง โผเข้ากอดอาจารย์พร้อมกับปล่อยโฮ  ฉันเข้าไปนั่งแทนที่นนท์ พร้อมกับบอกบุ๋มว่า “ พี่กุ้งมาแล้ว ตั้งสติให้มั่น ให้นึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ไว้ มือข้างซ้ายลูบที่ศีรษะเธอเบาๆ   ให้นึกถึงวันที่เราไปถวายพระพุทธรูปด้วยกัน คุณนนท์ก็ไปด้วย และยังได้อุทิศส่วนกุศลให้ลูกด้วย  ให้นึกถึงสิ่งดีดีที่ทำมาร่วมกันกับ พ่อ แม่ น้อง  ให้เกาะเกี่ยวเอาสิ่งเหล่านี้ไปด้วย และไม่ต้องห่วงอะไร”   
            ขณะนั้นใจฉันก็คิดถึงพระที่จะมาช่วยส่งบุ๋ม  ไม่รอช้าฉันรีบหยิบโทรศัพท์เพื่อโทรหาพระอาจารย์ ซึ่งตอนนี้ท่านมานอนรักษาที่หอผู้ป่วยสงฆ์อาพาธ และท่านก็เคยช่วยเมตตาคนไข้ระยะสุดท้ายที่ฉันและทีมดูแลมาหลายคนแล้ว     “กราบนมัสการเจ้าค่ะ  กุ้งมีคนไข้ที่อยู่ในความดูแล ใกล้จะเสียชีวิตแล้ว  จะขอนิมนต์พระอาจารย์มาช่วยโปรดเจ้าค่ะ   คนไข้อยู่ที่ตึก สว .15 เจ้าค่ะ”  ทันทีที่พูดจบพระอาจารย์บอกว่า  อาตมาจะไปเดี๋ยวนี้เลย   ไม่ถึง 10 นาทีพระอาจารย์ก็มาถึง ประโยคแรกที่ท่านถามขึ้นมาคือ “คนไข้ชื่อ อะไร”  ฉันรีบตอบ   ชื่อบุ๋มเจ้าค่ะ   “อ้าวโยมบุ๋มให้กำหนดสตินะ อย่ายึดมั่นถือมั่น ร่างกายนี้มันไม่ใช่ของเรา ให้จับที่อารมณ์ที่ดี ไม่เกาะกับอารมณ์ รัก โลภ โกรธ หลง ให้นึกถึงพระพุทธรูป ”   สักพักท่านถามขึ้นท่ามกลางผู้คนที่รายล้อมตัวบุ๋มซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคนที่รักบุ๋มและบุ๋มรัก    “ โยมบุ๋มเขายังห่วงอะไรหรือเปล่า” “ เมื่อแรกที่มารับการรักษาที่เราหมอตรวจพบว่าโรคลุกลามไปที่ปอด และตรวจพบว่าบุ๋มตั้งครรภ์จึงจำเป็นต้องทำแท้งออกเพื่อการรักษาที่ปลอดภัยสำหรับบุ๋ม  บุ๋มเขาจึงรู้สึกผิด  กลัวบาป กลัวลูกโกรธ  เจ้าค่ะ” ฉันตอบแทนทุกคน  ว่าแล้ว อาตมาว่าต้องมีอะไรแน่ๆ เดินเข้ามารู้สึกว่ามันไม่โล่ง  แล้วจิตก็สัมผัสได้ว่ามีเด็กวิ่งวนเวียน  แสดงว่าเขาห่วงลูกเขา เขาจึงยังไปไม่ได้ อ้าวไป ไปเตรียมผ้าขาว ฝ้ายขาวมา สังฆทาน ผ้าสบง   ด้วยนะ   ท่านหันไปบอกลูกศิษย์   เมื่อได้สิ่งต่างๆครบแล้ว พิธีสวดบังสุกุลตายเป็นภาษาบาลีให้ลูกของบุ๋มก็เริ่มขึ้น  จากนั้นสวดบังสุกุลเป็นให้บุ๋ม   “ถ้ารอดก็รอดด้วยปาฏิหาริย์นะ แต่ถ้าไม่ไหวก็คงไปตามสังขาร”  สวดเสร็จท่านได้หันมา ที่ทุกคน ที่นั่งรายล้อมบุ๋มอยู่ ซึ่งมีทั้ง แม่ พ่อ  น้องสาว น้องเขย หลาน  สามี และพี่พยาบาล   หมอ   “การเกิดมาเป็นคนนั้นมันทุกข์ ถ้าเปรียบถ้วยชามก็คือ เราไปซื้อถ้วยมา คือการเกิดละ ใช้ถ้วยใบนั้นก็คือการตั้งอยู่ ถ้วยแตกก็คือการดับไป นี่แหละคือเหตุแห่งทุกข์ ไม่เห็นมันจะสุขตรงไหนเลยเกิดเป็นคน  คนพูดอยู่ ( ท่านหมายถึงตัวท่าน) ก็ยังจะแตกดับเหมือนกัน   
               เสร็จพิธีท่านก็ให้ พร  กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร  และท่านจึงขอตัวกลับ  ฉันกับอาจารย์หมอศรีเวียงอยู่เป็นเพื่อนครอบครัวสักพัก และกล่าวลาบุ๋มเป็นครั้งสุดท้าย เพราะเท่าที่ดูอาการแล้วบุ๋มอาจารย์บอกว่าอาจจะไม่สามารถผ่านคืนนี้ไปได้  แล้วเราจึงขอตัวกลับ  ก่อนกลับแม่บุ๋มขอบคุณทุกคนและขอบคุณที่มีหน่วยการดูแลแบบประคับประคอง  ช่วยเราได้เยอะ ขอเป็นกำลังใจให้ขยายผลต่อไป
                สี่ทุ่มกว่าๆ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น กริ๊งๆๆ ฉันเดาไม่ผิดว่าต้องเป็นแม่บุ๋ม   “คุณกุ้งน้องบุ๋มเสียแล้วนะคะ ไปแบบสงบ  เหมือนหลับไปเลย เขารอแม่พี่นนท์  แม่พี่นนท์มาไม่ถึงสิบนาที บุ๋มก็ไป”  แม่บุ๋มบอกข่าวการจากไปของบุ๋มด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ     “กุ้งเสียใจด้วยนะคะแม่  เราทำเต็มที่แล้ว ทุกคนทำดีที่สุดแล้ว  แต่โรคมันสุดวิสัยจริงๆ  กุ้งขอเป็นกำลังใจให้นะคะ”   “ขอบคุณอาจารย์ศรีเวียง  ขอบคุณ คุณกุ้ง และพี่พี่พยาบาล  ที่ตึก สว. 15 ทุกคน”   จบจากคุยกับแม่บุ๋มฉันก็ผล็อยหลับไปด้วยอาการง่วงจัด แต่ก่อนหน้านี้ตามันไม่ยอมปิด เหมือนกับจะรอฟังข่าวด้วยความกังวลใจ 
                 เช้าวันต่อมาฉันมาทำงานตามปกติ  หลังประชุมกับอาจารย์แล้วฉันขอตัวไปดูคนไข้ที่อยู่ในโปรแกรม อีก 3 – 4  คน แต่ใจยังคิดห่วงครอบครัวบุ๋มเลยโทรหาแม่ ทันทีที่ทราบว่าทางครอบครัวยังไม่ได้รับบุ๋มกลับบ้าน ตอนนี้อยู่ที่ห้องพิธีกรรม   จึงบอกแม่ว่า “เดี๋ยว กุ้งจะไปส่ง”  ขณะที่เดินไปใกล้จะถึงห้องพิธีกรรม  เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ต้นสายคือพระอาจารย์   “คุณกุ้งคุณบุ๋มเป็นยังไงบ้าง”   “ บุ๋มเสียเล้วเจ้าค่ะ  ตั้งแต่เมื่อคืน กุ้งกำลังจะไปส่งที่ห้องพิธีกรรม     ถ้างั้นอาตมาจะไปส่งด้วยถือว่าไปเมตตาเป็นครั้งสุดท้าย”     ฉันดีใจมากที่ท่านจะมาเมตตาบุ๋มอีกครั้ง  ท่านเคยบอกกับพวกเราซึ่งเป็นลูกศิษย์เสมอว่า   ว่าท่านบวชเป็นพระ บวชเพื่อที่จะมาให้ ไม่ได้บวชที่จะมาเอา  ท่านบวชมาเมตตาโดยแท้     ประมาณ 20 นาทีพระอาจารย์ก็เดินมาถึงที่ห้องพิธีกรรม   ฉันเข้าไปขออนุญาตเจ้าหน้าที่ห้องพิธีกรรมเพื่อขอทำพิธีส่งดวงวิญญาณบุ๋ม  เจ้าหน้าที่เขาเอื้อเราอย่างมาก  ฉันเองรู้สึกขอบคุณ โดยเข็นร่างอันไร้วิญญาณของบุ๋มเพื่อนำมาให้พระอาจารย์ทำพิธี   “อ้าว! เมื่อวานสวดบังสุกุลตายให้ลูกแล้ว วันนี้ทำให้แม่นะ”  ท่านเอ่ยกับทุกคน    
              หลังเสร็จพิธี ท่านบอก ให้นนท์ผู้เป็นสามีบวชและบวชให้ครบ 3 เดือนด้วย แล้วอุทิศส่วนกุศลให้กับบุ๋มและลูก  การบวชเป็นบุญที่มีอานิสงค์ยิ่งใหญ่ เป็นบุญหนัก  ถ้าเขายังมีห่วงเขาจะได้ปลดห่วง  ฉันเห็นด้วยกับที่พระอาจารย์แนะนำ   นนท์รับปากว่าจะทำในสิ่งที่ท่านแนะนำ แต่ขอเวลาจัดการงานที่บริษัทของตัวเองก่อน      เสร็จภารกิจเช้านี้ฉันรู้สึกถึงความสุขใจ อิ่มบุญที่ได้ส่งคนไข้อีกคนในความดูแลจนถึงวาระสุดท้าย นับเป็นกุศลและเป็นมงคลของชีวิต   แต่ฉันก็ได้แต่ถามตัวเองว่า จะมีอีกสักกี่คนนะที่จะจากไปอย่างสงบอย่างบุ๋มหรือในทางพุทธเราเรียกว่า ตายดี  หลับให้สบายนะ บุ๋ม
 
 
ดวงตะวันนั้นลาลับขอบฟ้า                     ยังสัญญาพรุ่งนี้จะมาใหม่
แต่ดวงจิตดวงน้อยคล้อยลับไป               เหลือเพียงรอยอาลัยให้จาบัลย์
ฟ้าวันนี้เปิดทางสว่างแล้ว                       รับดวงแก้วกลับสู่สรวงสวรรค์
รับนางฟ้าวิชุดากลับบ้านพลัน                 สู่วิมานหลังเก่าเจ้าเคยครอง
ขอตั้งมั่นน้อมจิตอธิษฐาน                      เทพยดาทุกวิมานทั่วทั้งผอง
โปรดจงรับนางฟ้าสู่ หอทอง                 สุขสมปองสู่สรวงสวรรค์ นิรันดร์เทอญ
 
                                  แด่…….น้องบุ๋ม
 
                             สุธีรา   พิมพ์รส   ประพันธ์
 
 
เรื่องเล่าโดย.............พี่กุ้ง  สุธีรา  พิมพ์รส 
พยาบาลหน่วยการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง (  Palliative care unit )
โรงพยาบาลศรีนครินทร์   คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ขอขอบคุณครอบครัว วงษ์ปัญญา  ครอบครัวนันทะเสน  ที่อนุญาตให้เผยแพร่เรื่องเล่าเพื่อ  เป็นธรรมทาน มรณานุสติ  ตามเจตนาของน้องบุ๋ม
คำสำคัญ (Tags): #palliative care
หมายเลขบันทึก: 452721เขียนเมื่อ 6 สิงหาคม 2011 17:39 น. ()แก้ไขเมื่อ 14 มิถุนายน 2012 19:10 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (20)

พี่บุ๋มหลับสบายแล้วนะค่ะ

ชอบวิธีการของการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายจังเลยค่ะพี่กุ้ง

ทำให้คนไข้รู้สึกสงบ และญาติเองก็ได้เตรียมตัวเตรียมความรู้สึกให้พร้อมค่ะ

สวัสดีครับ อ่านบันทึกแล้วให้เห็นถึงจิตใจอันงดงามของพยาบาลหน่วยการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ( Palliative care unit ) เลยเชียวครับ ยังไงก็ขอดำรงคุณความดีนี้ไว้นะครับ...

ขอให้ดวงวิญญาณคุณบุ๋มสู่สุขคตินะคะ

อ่านแล้วมีความสุขและอิมค่ะพี่กุ้ง สุขแทนคนตาย ที่ได้ไปอย่างมีสมศักดิ์มีญาติรายล้อม มีพระมานำทาง

ได้แบบอย่างจากเรื่องเล่านี้ หากมีโอกาสจะนำไปใช้กับผู้ป่วยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

  • อ่านบันทึกจบลงด้วยความรู้สึกอิ่มค่ะ
  • เสียใจแทนครอบครัวคุณบุ๋มด้วยที่ต้องเสียคนที่รัก
  • ขณะเดียวกันก็ชื่นใจกับการทำหน้าที่ของคณะแพทย์พยาบาล
  • โดยเฉพาะหน่วยดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง.. ทำได้ดีมากๆค่ะ
  • ชื่นชมนะคะพี่กุ้ง..

เมื่อแรกที่มารับการรักษาที่เราหมอตรวจพบว่าโรคลุกลามไปที่ปอด และตรวจพบว่าบุ๋มตั้งครรภ์ จึงจำเป็นต้องทำแท้งออกเพื่อการรักษาที่ปลอดภัยสำหรับบุ๋ม  บุ๋มเขาจึงรู้สึกผิด  กลัวบาป กลัวลูกโกรธ

การรู้จักผู้ป่วยแต่ต้น ทำให้เข้าใจความต้องการ และจิตวิญญาณเป็นอย่างดี

เป็นกำลังใจให้พี่กุ้งนางและ อ.ศรีเวียง ตลอดไปคะ :-)

ขอบคุณน้องอาร์มที่เเวะมาเป้นกำลังใจค่ะ เพราะว่าคิดถึงจึงต้องกลับมาเขียน บันทึกใน g2k ต่อเเละจะพยายามเข้ามาบ่อยๆ

ขอบคุณคคุณป่าไม้เลื้อย พาลีซอ

ขอบคุณน้องเเป๋มที่ตามมาให้กำลังใจคนทำงาน คิดถึงค่ะ

อาจารย์หมอเเต้ เป็นไงบ้างคะฝึกวิชาใกล้จะสำเร็จลุล่วงยังคะ เเหม! ยังอุตส่าห์มีเวลามาให้กำลังใจพี่กุ้งเเละอาจารย์ ขอบคุณมากๆ ค่ะ

ขอให้น้องบุ๋มสู่สุคติ....

มาเยี่ยมและแอบเก็บเกี่ยวกุศลจิตดีดีที่แบ่งปันให้ค่ะ

น้องเขาไปดีเเล้วค่ะ คุณลำดวน ล่าสุดสามีบวชอุทิศให้ พรรษานี้เเหละค่ะ เเละเขาฝันว่าบุ๋มจะข้ามสะพานสวยมาก เเต่ข้ามผ่านไม่ได้ในฝันเขาเป็นคนจูงข้าม นั่นเเสดงว่าบุ๋มเขาหมดกรรมเเล้ว ข้ามสะพานกรรมได้เเล้วเเละคงไปภพภูมิที่ดีค่ะ

สวัสดีครับน้องกุ้งนาง

กุศลจิตดีที่มอบให้จากใจจริง

ขอทุกสิ่งจงช่วยอำนวยผล

สู่ภพทิพย์พิมานในบัดดล

คนอยู่หลังตั้งนบจิตอุทิศบุญฯ

สวัสดัค่ะ Ico48 ที่ได้อ่านบันทึกที่ดีงามแสดงถึงจิตใจที่งดงามของพยาบาลหน่วยการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ( Palliative care unit ) ซึ่งทำหน้าที่ได้อย่างครบถ้วนขอชื่นชมค่ะ...และขอแสดงความเสียและร่วมไว้อาลัยในการจากไปของคุณบุ๋มด้วยนะคะ...

เสร็จภารกิจเช้านี้ฉันรู้สึกถึงความสุขใจ อิ่มบุญที่ได้ส่งคนไข้อีกคนในความดูแลจนถึงวาระสุดท้าย นับเป็นกุศลและเป็นมงคลของชีวิต

กุ้งช่วยอธิบายเพิ่มติมนะครับว่า มงคลของชีวิต หมายถึงอะไร

ถ้าจับประเด็นนี้ ที่เราสามารถเก็บสุข กลางทุกข์ได้ เพราะอะไร

ขอนำไปรวบรวมไว้ที่นี่ครับ

 

 อาจารย์เต็ม คะ ในความหมายของกุ้งขณะนั้นมงคลของชีวิตคือในความเชื่อของตัวเอง พ่อ แม่ครูบาอาจารย์ พูดถึงการที่เราได้ทำบุญคือการทำดี และสะสมความดีไปเรื่อยๆตราบเท่าที่เรายังมีชีวิต หากได้ทำดี ทำบุญก็เป็นมงคลต่อตนเอง 

 พอไปเปิดมงคล 38 ประการ ก็พบว่ามงคลข้อที่  5 เข้ากับเรื่องนี้ได้เลยค่ะ  

ข้อที่ 5: ทำบุญมาไว้ก่อน    ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตา (ปุพเพ จะ กะตะปุญญะตา)บุญ แปลว่า ความดี ความสุข สิ่งที่ชำระจิตใจ สิ่งที่ฟอกจิต การทำบุญไว้ก่อนเป็นมงคล เพราะการทำบุญเป็นการสร้างความดี ซึ่งมีระยะเวลายาวนานต้องอดทน เหมือนปลูกต้นไม้ยืนต้นจะต้องคอยผลไม้นั้นเป็นปี ๆ การทำบุญในอดีตส่งผลในปัจจุบัน การทำบุญในปัจจุบันส่งผลในปัจจุบันและอนาคต ผู้ทำความดีจึงต้องคิดว่าเป็นการสร้างฐานแห่งอนาคตไว้

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี