ผู้จัดควรมีเป้าหมายให้การประชุมวิชาการครั้งนี้เป็นตัวกระตุ้น และเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมเกื้อหนุนให้เกิดการ ลปรร. ข้ามระดับพื้นที่การทำงาน เน้นการ ลปรร. ในงานประจำ มีการจัดเวที ลปรร. กันเองหลากหลายรูปแบบ ที่เป็นเวทีไม่เป็นทางการหรือกึ่งทางการ เพื่อให้ผู้คนรู้สึกเป็นอิสระที่จะเล่าประสบการณ์ของตน

         การประชุมนี้จะจัดระหว่างวันที่ 19 - 20 ก.ย.49 ที่โรงแรมเจบี หาดใหญ่   ที่ผมชื่นชมก็เพราะเขาจัดภายใต้หัวเรื่องว่า "แลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่คุณภาพชีวิต"    โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในเขต 18, 19 ในระดับเขต  จังหวัด  อำเภอ  และตำบล  จำนวน 400 คน

         การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเจ้าหน้าที่ต่างระดับนี่เป็น KM ในตัวของมันเองอยู่แล้วนะครับและคนเหล่านี้ควร ลปรร. กันในการทำงานประจำวันด้วย   ไม่ใช่แค่ ลปรร. กันในงานประชุมวิชาการประจำปี

         ผมจึงมองว่า   ผู้จัดควรมีเป้าหมายให้การประชุมวิชาการครั้งนี้เป็นตัวกระตุ้น   และเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมเกื้อหนุนให้เกิดการ ลปรร. ข้ามระดับพื้นที่การทำงาน   เน้นการ ลปรร. ในงานประจำ   มีการจัดเวที ลปรร. กันเองหลากหลายรูปแบบ   ที่เป็นเวทีไม่เป็นทางการหรือกึ่งทางการ   เพื่อให้ผู้คนรู้สึกเป็นอิสระที่จะเล่าประสบการณ์ของตน

         หมายความว่าราชการสาธาณสุขต้องลดการบริหารงานแบบควบคุม - สั่งการลง (อย่าติดโรคจากรัฐบาลนี้)  และส่งเสริมให้ระดับผู้ปฏิบัติงานได้คิดริเริ่มสร้างสรรค์เองให้มาก ๆ   โดยมีเป้าหมายตามที่รัฐบาลกำหนดนั่นแหละ   เพราะนั่นคือประโยชน์ของบ้านเมืองของเรา

         คุณวิไลวรรณ  ชัยรัตนมโนกร  ผู้ประสานงานโครงการ แฟกซ์มาจาก สสจ. ปัตตานี   ว่าขอเชิญผมไปบรรยายนำเรื่อง "หนทางสู่การบูรณาการงานประจำกับการจัดการความรู้"  ซึ่งผมอยากไปมาก   เพราะเป็นหัวข้อที่ดีจริง ๆ

         แต่ผมมีความเห็นต่างออกไปว่าถ้าต้องการใช้เวลา 2 ชั่วโมงของการบรรยายหัวข้อนี้ให้เกิดประโยชน์ที่สุดต่อผู้เข้าร่วมประชุม 400 คน  ให้กลับไปใช้การจัดการความรู้พัฒนาคุณภาพงานประจำได้จริงควรคิดใหม่  ทำใหม่  ในเรื่องการใช้เวลา 2 ชั่วโมงนี้

         ผมคิดว่าไม่ควรใช้วิธีบรรยาย   เพราะถ้าบรรยายคนฟังก็จะพอใจที่ได้ฟัง   ได้ความรู้เชิงหลักการ   แต่พอกลับไปที่ทำงานก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น   ไม่เกิด action   มีแต่ talk only (NATO - No Action, Talk Only)

         จึงขอเสนอว่าควรใช้วิธีเล่าเรื่อง (Storytelling) โดยผู้ปฏิบัติจริง  ตัวจริงเสียงจริง  มาเล่าเรื่องราวความสำเร็จในการดำเนินการใช้การจัดการความรู้ในการเพิ่มคุณภาพของงานประจำ   หาคนที่เป็น "คุณกิจ" หรือ "คุณอำนวย" ทำ KM เนียนอยู่ในเนื้องานประจำจริง ๆ มาเล่า   จะสนุกมาก   เห็นความง่ายและความงามของการดำเนินการงานประจำกับการจัดการความรู้   เชิญมาสัก 3 - 4 คน

         ขอแนะนำให้ปรึกษา รศ. พญ. ปารมี  ทองสุกใส  หัวหน้าภาควิชาพยาธิวิทยา  คณะแพทยศาสตร์ มอ.  และคุณอนุชา  หนูนุ่น  นักวิชาการสาธารณสุขประจำ สสจ. พัทลุง   ว่าจะหาใครมาเล่าเรื่อง   หามาสัก 3 - 4 คนในลักษณะงาน  ระดับหน่วยงานและบริบทที่ต่างกัน   รับรองว่าจะสนุกมาก

         ผมเองในวันที่ 19 ก.ย. จะไปหาดใหญ่อยู่แล้ว   โดยได้รับเชิญจาก มอ.   ผมไม่แน่ใจว่าตอน 10.00 - 12.00 น. จะปลีกตัวมาร่วมได้หรือไม่   ถ้าไม่ได้ผมยินดีส่งผู้แทนไปร่วม (ถ้าผู้จัดเห็นชอบ)

         นำมาเล่าไว้เพื่อชี้ให้เห็นวิธีการจัดประชุมวิชาการแนวใหม่   ที่เป็นแนวให้คุณค่า Tacit Knowledge ในตัวผู้ปฏิบัติ   และเป็นแนวที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับปฏิบัติได้ดีกว่าวิธีจัดการประชุมแนวเดิม

วิจารณ์  พานิช
 18 ส.ค.49