หนูดีแนะให้รู้จักการใช้สมองให้คุ้มค่า
การเรียนคือความสนุก
โสภณ เปียสนิท
........................................

(ภาพจากเน็ท)
จำไม่ค่อยได้ว่าผมรักการอ่าน รักหนังสืออย่างแท้จริงมาตั้งแต่เมื่อใด เพราะเหตุใด ทั้งๆ ที่จำได้ว่าเคยอยู่ตรงข้ามกับหนังสือตลอดมาตั้งแต่เล็ก มีหลักฐานว่าผมไม่ค่อยสันทัดการศึกษาคือ ผมเคยสอบเปรียญธรรม2 (ภาษาบาลี) ครั้งเป็นสามเณรตกแล้วตกอีก แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นตรงกันข้าม ผมรักการอ่านหนังสือ หนังสือเหมือนเป็นเพื่อนที่อยู่ข้างกาย ไม่ว่ายามสุขหรือทุกข์
วันก่อนผ่านเข้าร้านหนังสือด้วยความเคยชิน จับเล่มนั้น วางเล่มนี้ คำนวณเงินในกระเป๋าว่าพอมีเหลือให้เป็นเจ้าของหนังสือได้สักเล่มสองเล่มโดยไม่เดือดร้อน สะดุดใจหนังสือชื่อ “อัจฉริยะเรียนสนุก” เขียนโดย หนูดี ชื่อจริงว่า วนิษา เรซ จึงซื้อติดมือกลับมา ถึงบ้านกะว่าจะอ่านคำนำ และสารบัญสักเล็กน้อย เผลอนิดเดียวถึงครึ่งเล่มโดยไม่รู้ตัว รู้สึกทันทีว่าเป็นหนังสือดี อย่างนี้ต้องนำมาฝากคุณผู้อ่าน “รอยเท้าที่ก้าวเดิน” เพราะมีมุมมอง แง่คิดมากมายให้ติดตาม
เริ่มแรกมีคำคมให้คิด เช่น “เด็กเรียนดีไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเด็กเรียนหนัก” ในความเข้าใจของคนปกติทั่วไป เรียนดีก็ต้องเรียนหนักซิ จึงถูกต้อง แถมยังสำทับในทางกลับกันด้วยว่า “เด็กเรียนหนักไม่ได้หมายว่าเป็นเด็กเรียนดี” ตลอดทั้งเล่ม หนูดี เขียนวิธีการทำให้ผู้อ่านเห็นว่า การเรียนนั้นโดยแท้จริงแล้วเป็นเรื่องสนุก เป็นเรื่องง่ายๆ ติดตามต่อไปว่าเธอมีวิธีคิดอย่างไร
หนูดีแนะนำให้รู้จัก “การใช้สมองให้คุ้มค่า” เพราะเธอเองเรียนระดับปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ดเกี่ยวกับเรื่องสมอง ซึ่งที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีค่าเล่าเรียนค่อนข้างแพง แต่กล่าวกันว่า “การศึกษาคือการลงทุน” มีคำคมในตอนต้นของหนังสือเล่มนี้ว่า “ถ้าคิดว่าการศึกษามีราคาแพงให้ลองโง่ดู” (if you think education is expensive, try ignorance) ช่างคมแสนคม ผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ และยินดีจ่ายเพื่อการศึกษาอย่างไม่อั้น (ถ้ามีฐานะดีพอจ่ายได้)
เธอแนะนำว่า “การใช้เวลาเป็นเน้นประหยัด” เน้นประหยัดที่ว่าตามตัวอักษรนี้คือ ประหยัดเวลา ดังนั้นใครที่ “ฆ่าเวลา” ต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เพราะการฆ่าเป็นบาปอย่างแรง เราจึงไม่ควรฆ่าเวลา เวลาเป็นสิ่งที่มีค่าสูงสุด ผ่านไปแล้วแม้เพียงวินาทีเดียวไม่สามารถเอาคืนได้อีกเลย คิดย้อนกลับถึงวันเวลาที่ผ่านมาแล้วอาจเสียใจ
“นักเรียนมืออาชีพไม่ว่าไปมุมไหนของโลกเราก็เรียนรู้ได้ไม่สิ้นสุดถ้าเราเรียนเป็น” สังเกตว่า หนูดีเน้นคำว่า “เรียนเป็น” เพื่อทำให้หนังสือของเธอประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย นั้นคือ การเรียนให้สนุก เรียนอย่างจริงจัง ซึ่งเธอใช่คำว่า “เรียนดุ” เรียนแบบเอาเป็นเอาตาย แต่ไม่เครียด
(ติดตามต่อ)

ติดตามอ่านต่อค่ะ
ตามประสาคนชอบเข้าร้านหนังสือและชอบอ่านหนังสือ
สวัสดีครับ
ผมเพิ่งทราบวันนี้เองครับ ว่าท่านอาจารย์เคยบวชเรียนมาก่อน(เหมือนๆ กับผม)
มิน่า....ถึงมีความหรรษาและมีอารมณ์สุนทรีย์อยู่ตลอดเวลา คิคิคิ
ขอบคุณมากๆ เลยครับ
สวัสดีครับท่านอาจารย์ โสภณ
ผมก็เข้าไปยืนอ่านหนังสือในร้าน สี่ชั่วโมง ไม่รู้สึกเหนื่อย
อ่านอย่างเดียวไม่ได้ซื้อสักเล่ม เพราะคำนวนเงิน คำนาณระยะทางที่เดินทางไปตราด เงินในกระเป๋าต้องกะอย่าให้พลาด เพราะไม่มัตรทุกชนิด
สวัสดีค่ะ อจ. อยากทราบว่าหนังสือที่ อจ.โปรดมากที่สุดคือหน้งสืออะไร ขอบคุณค่ะ
คนรักการอ่านก็กลายเป็นผู้มีสุนทรีย์แห่งชีวิตไปแล้ว
กว่าจะเป็นคนเขียนได้ ก็ต้องมาจากการอ่าน
ดังนั้นใครเข้ามาเป็น blogger ได้ คนนั้นเป็นนักอ่าน
อยู่ก่อนแล้ว คาดว่าจะถูกต้องนะครับครู
หลังจากได้ลงทุนกับ R2Rหลายเพลา
คงได้ประสบการณ์มาไม่น้อย
ว่างก็บันทึกให้อ่านอย่างเต็มทีเลยนะครับ
ตอบแบบแยกตามยุคนะครับ
ยุคบุกเบิกเริ่มต้นอ่าน "เพชรพระอุมา" ตามพ่อ ในจักรวาลปืน ก็เริ่มหลงไหล
ยุคนั้นหาอ่านยาก แต่อ่านได้อ่านดี
ตอนนี้ รวมทุนกับภรรยาซื้อมาประดับใกล้ตัว 1 ตู้
แต่ไม่ค่อยจะมีเวลาอ่าน
ยุคหลังมานี่ อายุ+ประสบการณ์มากขึ้น
เขียนโดยนักเขียนในดวงใจ "หลวงปู่ฤษีฯ วัดท่าซุง จ.อุทัย" ครับผม
และฟังเสียงท่านเล่าได้ที่นี่
ชอบอ่านหนังสือ อ่านทุกเล่มที่ขวางหน้า แต่ที่ตามอ่านไม่รู้จบคือหนังสือธรรมะครับ...
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับผม
ขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจครับ
พอเห็นทางออกบ้างแล้วค่ะ หลังจากที่ต้องเป็นกังวลทุกครั้งที่หัวหน้าให้สรุปการดำเนินในพื้นที่ที่ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เขียนไม่ออก ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไรดีค่ะ เขียนไปเขียนมาวกวนอยู่กับที่ซะงั้น หนูขอสมัครเป็นลูกศิษย์อาจารย์นะค่ะ กรุณาช่วยแนะนำด้วยนะค่ะ
ชอบค่ะ..ชอบอ่าน
และชอบการเรียนรู้...
การเขียนนั้น ข้อมูล+จินตนาการครับ
เขียนแต่ข้อมูลก็เป็นงานวิชาการ
จินตนาการก็เป็นนิยายเรื่องสั้น
นำมาผสมกันจึงจะสมบูรณ์