ผมนอนไม่ป็นเวลา...และตื่นไม่เป็นเวลา

ด้วยเงื่อนไขที่มัดตนเอง...ขาดการวางแผนล่วงหน้า

จึงทำให้เกิดเป็นนิสัย...กำลังหาทางออกอยู่เหมือนกัน

เพราะการอยู่ผิดที่...ผิดเวลา...ปัญหาเรื่องสุขภาพต้องตามมาแน่นอน

 

 

วันนี้เช่นกัน...ผมตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตีสาม

ตื่นนอนด้วยอาการงัวเงีย...กำหนดสติไม่ดีแน่นอน

ลุกขึ้นนั่ง...เดินย่อง ๆ ออกจากห้องนอน...เพราะกลัวลูกชายตื่นนอน

แต่ไม่กลัวคุณภรรยา...เพราะขึ้นเวรดึก

 

 

อาการมันสมองตีบตัน...ไม่รู้จะจับต้นชนปลาย...อะไรก่อน

แล้วเดินรอบภายในบ้าน...เปิดผ้าม่าน...หน้าต่าง...ประตู

สายลมเย็น ๆ ลูบไล้...บรรยายกาศภายนอก...สลัว ๆ ....สีเทามากกว่ามืด

ผมเปิดประตูออกไปเดินเล่นนอกตัวบ้านดีกว่า

 

 

นานแล้วซินะ...ที่ไม่เคย...เดินเล่นรอบ ๆ บ้านตนเอง...ตอนตีสาม

ท้องฟ้าเริ่มมีสีม่วง...แสด...แดงระเรื่อ ๆ ไล่ระดับความเข้มของสี

พระจันทร์แค่เศษเสี้ยวสีขาว...กำลังโบกมืออำลา

 

 

ของเล่นลูกชาย...ทิมดาบ...รถยนต์...ปืน...วางที่ราวบันได...ข้ามคืน

อ่างปลาที่ทิมดาบ...มาให้อาหารปลาทุก ๆ เช้า

บริเวณนั้น...ดอกรำเพย...ใบไม้...เริ่มทิ้งตัว...เกลื่อนพื้น

 

 

ตุ๊กตาหญิง-ชาย...นั่งชิงช้า...เริงร่า...ใต้ต้นแคนา

เป็นมุมโปรดปรานของภรรยาที่สุด

พอ ๆ กับสีเขียว...ที่ชอบ...ชอบมากที่สุดของภรรยา

ส่วนตุ๊กตาชาย-หญิง...แย้มร่า...บนพื้นสนามหญ้าหน้าบ้าน

เป็นมุมโปรดของผม...ผมเผลอยิ้ม...ทักทายตอบกลับทันที

 

 

ผมใช้เวลาไม่นาน...มีพลัง...ความสุข

ความคิดโลดแล่น...บรรเจิด...กลับมาทำงาน

งานลุล่วง...ก่อนหกโมงเช้า...เคาะประตูปลุกทิมดาบให้ตื่นนอน

เพื่อเดินทาง...ตามภารกิจ...หน้าที่...ความฝัน...ต่อไป

 

 

สำหรับผม...ผมคิดว่า...ความสุขอยู่ที่ความเรียบง่าย

เมื่อมันสมองตีบตัน....ไม่มีสติ...ต้องสัมผัสกับธรรมชาติ...ใกล้ตัว

ใส่ใจกับสิ่งที่มีอยู่...และมีความสุขกับมัน

ความสุขอยู่ที่มุมมอง...ที่เลือกมอง...แต่สิ่งดี ๆ และงดงาม

 

 

ถึงมีเงิน...เป็นหมื่นพันล้าน

แต่ถ้า....

สัมผัสอยู่กับอวิชา...ห่างไกล...ความงดงาม...เรียบง่าย...ธรรมชาติ

และมุมคิดที่คับแคบ...อุดอู้...และกระวนกระวาย

ความสุขย่อมห่างไกล...ห่างไกล...ทุกที...ทุกที