ก็หยุดไปยาวสักหน่อยนะครับ เนื่องจากมีเทศกาลเข้าพรรษาเราจะไม่ใช้งานควาย ชาวบ้านก็ต้องไปทำบุญกันที่วัด บางบ้านก็จะล่ามควายให้กินหญ้าใกล้ ๆ บ้าน  ส่วนใหญ่เรามีฟางกองไว้เยอะครับ ไม่ต้องปล่อยควายออกไปกินหญ้าที่ใหนผูกไว้ที่กองฟางใกล้ๆ ลานนวดข้าวนี่แหละ..พวกเด็กเลี้ยงควายก็จะไปเป็นเด็กวัดชั่วคราวช่วงทำบุญเข้าพรรษา ไม่ไปได้อย่างไรอาหารคาวหวานเต็มไปหมด ไปช่วยยก “ตะลุ่ม” ให้หลวงตา หลวงลุง หลวงพี่ ฯลฯ .....

         คราวที่แล้วผมเล่าให้ฟังเรื่องขี่ควาย บางท่านอาจสงสัยนะครับแล้วเราจะขึ้นหลังควายได้อย่าง เด็กเลี้ยงควายต้องขึ้นหลังขี่ควายให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะต้องเดินตามควาย..เหนื่อยครับ  ขี่หลังมันดีกว่า..พอเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ไม่ค่อยจะได้ขี่หลังมัน ผู้ใหญ่คงสงสารควายเพราะทำงานหนักมากแล้ว

         ผมมีวิธีขึ้นหลังควายสองวิธีคือขึ้นด้านข้าง(1) เอามือโหนไปที่โหนกหลังแล้วใช้เท้าซ้ายเหยียบไปที่ขาหน้าตรงขาพับของควาย จากนั้นก็สปริงตัวขึ้นไปบนหลังควาย วิธีนี้ต้องระวังควายบางตัวเขายาว มันอาจจะหันหน้ามาทางเราก็จะเกิดอันตรายจากเขาควายได้ ควายบางตัวถ้ามันไม่ยอมให้ขี่มันก็จะเอียงหน้าเอาเขามันมาขวิดเรา  อีกวิธีหนึ่งคือขึ้นที่ด้านท้ายของมัน(2)เราก็จะใช้มือโหนที่หางมันเอาขาเหยียบที่ขาหลังบริเวณข้อพับมันและโหนขึ้นไปขี่หลัง แบบนี้ไม่ต้องกลัวโดนเขาควายแต่ควายบางตัวมันก็จะสะบัดขาหลังคล้ายม้าดีดแหละครับ ค่อย ๆ จับหางยืนอยู่ห่าง ๆ ก่อน..และที่ต้องระวังอีกนิดคือ อาจจะเปื้อนขี้ควายได้  ..สำหรับควายตัวเมียต้องระวังช่วงมันเป็นสัด...ถ้าจะขึ้นขี่ควรขึ้นด้านข้างจะดีกว่าครับ..ผมว่าควายแก่ควายผอมนี่ขึ้นขี่ได้ง่ายครับแต่เจ็บก้นเวลานั่งบนหลังมัน  ควายอ้วนควายวัยรุ่นขึ้นขี่ลำบากหน่อยแต่พอได้นั่งบนหลังมันแล้วสบายไม่เจ็บก้นเราครับ....พอขึ้นหลังได้ก็เลือกแบบนั่งไพล่(3) หรือแบบ นั่งคร่อม (4) ตามถนัดครับ...