ผู้เขียนเข้าไปอ่านบันทึกน้องหนานที่พูดถึงลูกสาว “น้องเฌวา” รู้สึกได้ถึงความห่วงใยที่ดูว่ามากมายจนคล้าย “จะเป็นทุกข์” ผู้เขียนสงสารน้องหนานจับใจจึงเขียนบันทึกถึงน้องและเล่าให้น้องหนานฟัง ...เพียงเพื่อให้เธอคลายกังวล

เมื่อคราวผู้เขียนเข้าร่วมกิจกรรม GotoKnow สัญจร Show & Share KKU ในปี 2552 Bloggers สัญจรที่ขอนแก่น

ขณะลงทะเบียน ผู้เขียนได้ยินเสียงสมาชิก G2Kโดยเฉพาะสาวๆ(ส่วนใหญ่จะเป็นสาวใหญ่กันแล้ว...) กริ๊วกร๊าวถึงผู้ชายที่ชื่อ “หนานเกียรติ”

“คุณหนานเกียรติมาด้วยหละ”

“เจอคุณหนานเกียรติหรือยัง?”

“ไหน? คุณหนานเกียรติอยู่ตรงไหน?”

Ico256

ดูท่าว่าเขาจะเป็นขวัญใจสำหรับหลายๆคน แล้วในงานนั้นน้องหนานจึงเหมือนดาราผู้โด่งดัง มีผู้คนรุมล้อม ทำให้ผู้เขียนไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิด จึงได้แต่เพียงรู้จัก “คุณเกียรติศักดิ์ ม่วงมิตร” อย่างผิวเผิน คิดในใจว่า “ใครหว่า...ทำไมตูไม่รู้จัก... เขาป๊อบตรงไหน?”

กลับมา ผู้เขียนวกกลับไปที่บันทึกของเขาเพื่อทำความรู้จัก จึงสัมผัสได้ถึงความมีเสน่ห์และมีชีวิตชีวาของบันทึกที่เล่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะเมื่อเล่าเรื่องลูกสาวที่ชื่อ“น้องเฌวา”... ผู้เขียนได้แต่คิดในใจว่า “เขียนบันทึกได้เก่งเช่นนี้นี่เอง มิน่าล่ะ สาว แก่ แม่หม้ายติดกันงอมแงม” (รวมทั้งผู้เขียน)

น้องหนานชอบอยู่กับธรรมชาติ จริงจังกับผู้คน เกลียดการกดขี่ข่มเหง...รักความยุติธรรมและความเสมอภาค ทำให้เราเป็นคนคอเดียวกันได้ไม่ยากนัก...

ด้วยบุคลิกภาพของหนุ่มหล่อที่นิ่งๆ เงียบๆ เย็นๆ พูดน้อย จึงเป็นสิ่งท้าทายสำหรับผู้เขียนที่มีนิสัยรักสนุก ชอบแหย่น้องๆ ชอบที่จะทำให้เขาโต้ตอบและหัวเราะอย่างมีความสุข และน้องหนานจึงถูกแหย่เล่นไปด้วย

มีครั้งหนึ่ง...

ผู้เขียนเข้าไปอ่านบันทึกน้องหนานที่พูดถึงลูกสาว “เฌวาไปโรงเรียน” รู้สึกได้ถึงความห่วงใยที่ดูว่ามากมายจนคล้ายน้องจะเป็นทุกข์ ผู้เขียนสงสารน้องหนานจับใจจึงเขียนบันทึกถึงน้องและเล่าให้น้องหนานฟัง เรื่อง

"เล่าให้ "คุณหนานเกียรติ" (และเพื่อนๆ)ฟัง : ความต่างของลูกสามคน" (จำได้ป่าว…)

น้องหนานแวะมาตอบว่า

“...

หนานเกียรติ (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
12 ตุลาคม 2552 22:09
#1606098

อะ...จ๊าก... เผลอแป๊บเดียว ตกข่าว

เมื่อวานอาหารเป็นพิษ นอกจากนอนซมและเดินเข้าห้องน้ำแล้วมิได้ทำอย่างอื่น กระทั่งหยอดข้าวต้มแม่เฌวาก็จัดการให้

เพราะดื้อไม่ยอมกินยา แม้จะหยุดเข้าห้องน้ำในช่วงหัวค่ำ แต่ก็นอนซมจนรุ่งสางวันนี้

คอมพิวเตอร์ก็อยู่ตรงหน้า แต่ก็จนปัญญาที่จะนำพาตัวเองไปอยู่บนนั้น

ผ่านไปยังมิทันจะพ้นสองวัน ปรากฏว่า ตกข่าว....

ตะวันสายโด่ง ตื่นมายังเบลอ ๆ แต่ต้องตื่นเพราะต้องส่งเฌซาไปโรงเรียน

เฌวาหน้างอแต่เช้าไม่อยากไปโรงเรียน เฌวาไม่ยอมเดินไปเรียน ผมต้องอุ้มไป

พอถึงหน้าโรงเรียนเฌวาหน้าเริ่มเบะ ผมเอ็นดูลูกสุดใจ

ไปถึงห้องเรียนเฌวาเกาะคอแนะ ไม่ปล่อย จนแม่เข้ามาอุ้ม พอเฌวาผละจะไปหาแม่ คุณครูก็ชิงอุ้มไป เท่านั้นเฌวาร้องลั่น

ผมกับแม่เฌวาจ้องตากันหน้าจ๋อยทั้งคู่ แล้วรีบเดินกลับบ้าน...

เดินไปถึงหน้าโรงเรียน แอบมอง เฌวายังร้องให้กระซิกอยู่

ถ้าผมไม่เป็นพ่อ ผมจะเข้าถึงความรู้สึกนี้ได้อย่างไร...

นึกถึงตอนนี้ มีเรื่องแบบนี้ที่ผมเข้าไม่ถึงความรู้สึกนี้ แล้วพลอยตำหนิคนที่มีอาการเดียวกับผมเวลานี้...

อยากไปตามหาคนคนนั้นแล้วขอโทษ...

...

ขอบคุณพี่ติ๋วมาก ๆ ครับ

ลูกคนที่สองอยู่ในแผนอยู่ครับ

คิดว่าน่าจะได้เวลาแล้ว

เฌวาคนแรกกว่าจะมาก็แทบแย่เหมือนกันครับ

เพื่อน ๆ มาบ้านเอาน้ำยามาให้ มันบอกว่าผมมีแต่เส้น... (ดูมันทำ)

น่าจะเหมือนกับพี่นะ คนแรกมียากเพราะหลายเรื่อง แต่คนที่สองไม่น่ายากเพราะสั่งสมประสบการณ์ไว้บ้างแล้ว

แหะ แหะ พี่เรื่องปอดบวม ไว้ตอนนู้นค่อยเตือนแล้วกันนะครับ ยังไม่ถึงเวลา (แต่เอ หรือเตรียมไว้ก่อนก็ดีเหมือนกัน...)

...

มาช้ายังดีกว่าไม่มานะพี่นะ

…”

พบกันครั้งที่ 2 ในงาน HA National Forum ปี 2553 ของแม่ต้อย... ก็เหมือนเดิม คือคล้ายเป็นดาราที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้คน...ด้วยฝีมือเทคนิคการถ่ายทอดเรื่องราวที่ทำได้งดงาม หาตัวจับได้ยาก...อีกคน ยังแอบบอกกับตัวเองว่า "ลวดลายการถ่ายทอดคล้ายน้องเอก"

ครั้งที่ 3 ในปีนี้... ได้ยินแต่เสียงในโทรศัพท์ที่โทรฯมาทักทายเมื่อมีภารกิจมาแถวภาคอิสาน เธอบอกพี่ว่า โทรฯมาหาเจ้าของถิ่น

หลังๆมาน้องก็แวะมาบอกคิดถึง...เป็นระยะๆ  ผู้เขียนได้มีโอกาสแหย่น้องผ่านบันทึกบ้าง ทาง facebook บ้าง ... โดยเฉพาะใน facebook ที่มีภาพการจัดห้องของรีสอร์ทของน้อง ก็ได้เข้าไปหยอกและฮากันไปหลายยก...

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ในตอนบ่ายผู้เขียนเข้ามาใน G2K พบการเข้ามาทักทายจากท่าน beyond KM และตอนเย็นได้ยินเสียงเพลงปลุกใจชาวไทยที่ลอยมาจากการจัดงานอะไรสักอย่าง "...แผ่นดิน ของเรา ย่อมเป็นของเราชาติไทย..." ทำให้ผู้เขียนหวนคิดถึงบ้างเรื่องซึ่งอยากคุยกับท่าน beyond KM และน้องหนาน เป็นเรื่องที่คิดว่าเราสามคนน่าจะเมาท์กันได้เพราะคอเดียวกัน... แต่ก็ได้แค่คิดเพราะช่วงเย็นต้องเตรียมอาหาร

...ตกค่ำ ก็ทราบข่าวร้าย...ผู้เขียนวนเวียนอ่านเรื่องราว เรื่องเล่าที่ผู้คนเขียนถึงน้องหนาน โดยเฉพาะ น้องเอกจตุพร วิศิษฐ์โชติอังกูร

...และวันต่อมา หนังสือเล่มหนึ่งซึ่งผู้เขียนได้มาจากงาน National Forum ปี 2553 ซึ่งผู้เขียนไม่ได้สนใจเปิดอ่านก็ตกลงมา

... แวบแรกที่ผู้เขียนหยิบหนังสือที่ตกขึ้นมาเก็บ หน้าปกหนังสือทำให้ผู้เขียนขนลุกซู่

SHA ...จุดเปลี่ยนสู่ความยั่งยืน ถอดบทเรียนโดย จตุพร วิศิษฎ์โชติอังกูร และ เกียรติศักดิ์ ม่วงมิตร

 

ต่อจากนี้ไป...คงไม่มีคนเข้ามาแหย่และตะโกนบอกพี่ว่า "...คิดถึงค๊าบบบบ...." อีกต่อไปแล้ว 

 

ขอน้องจงหลับให้สบาย อย่าได้ห่วงใยอะไรอีกเลย... ทุกสิ่งล้วนแปรเปลี่ยน เป็นไปตามธรรมชาติ มีเพียงภาพความงดงาม ความน่ารัก และความดีของน้องเท่านั้นที่คงอยู่และตราตรึงอย่างยั่งยืน...ตามหนังสือที่น้องพยายามลิขิตทิ้งไว้ให้พวกเราชาวสาธารณสุขและเพื่อนๆใน G2K ได้อ่าน

ขอน้องจงสู่สุคติภพค่ะ...

 

ด้วยรักและอาลัยยิ่ง