อยู่ก่อนแต่ง


จริงๆ ในหลายๆศาสนานั้น ไม่ว่าจะเป็นแค่กิ๊กหรือชู้บาปทั้งสิ้น



อยู่ก่อนแต่ง

                เป็นชื่อตอนของรายการ”ทีวีธรรมดา” ซึ่งมีบ๊วย เป็นพิธีกร ออกอากาศในคืนวันศุกร์เวลาประมาณ 22.30 น. รายการดำเนินไปโดยพิธีกรพูดคุยอย่างไม่ป็นทางการ ซักไซร้ไล่เรียง ให้แขกผู้รับเชิญทั้งสามคน แสดงความคิดเห็น ในความคิดห็นของแต่ละคนก็แสดงกันออกมาว่า

            การอยู่กินกันระหว่างชายหญิง ก่อนที่จะแต่งงานกันจริงเป็นพิธีรีตอง ก็แบ่งออกเป็น 2 แนวคิด

คือ การที่หญิงชายจะอยู่กินกันก่อนแต่งงานหรือยอมรับกันและกันโดยรับว่าสิ่งที่รับรู้ผ่านมาในการมีชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นที่ยอมรับซึ่งกันและกัน

อีกแนวคิดหนึ่งไม่ยอมรับแนวคิดนั้น เพราะคิดลึกลงไปถึง วัฒนธรรม จารีตประเพณี และหลักศาสนา ซึ่งกลุ่มหลังนี้ ถูกกลุ่มแรกโต้แย้งว่า กรณีที่จัดการกันตามจารีตประเพณี แต่พออยู่กินกันไปจริง ชีวิตครอบครัวกลับล้มเหลว ฝ่ายแนวคิดที่สอง ตอบว่า การที่ชีวิตครอบครัวใครจะล้มเหลวหรือสมหวัง ราบรื่นดีนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับจารีตประเพณี แต่เป็นที่คนคนนั้นขาดการรับผิดชอบต่อตนเองและขาดการรับผิดชอบต่อผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ร่วมชีวิต ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขา ขาดการตรึกตรองด้วยมโนธรรม ด้วยหลักการคิด “อกเขาอกเรา” เราไม่ชอบอะไร เราก็ไม่ชอบที่เห็นใครทำ นำพา สิ่งนั้นให้เราเห็นหรือรับรู้ แต่คิดกลับกันว่า ถ้าเขาไม่ชอบใดๆ เราก็ต้องไม่ทำสิ่งใดๆเหล่านั้นให้เขาเห็น

สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น ไม่มีใครหยั่งรู้เห็นได้ แต่เราอาจจะคาดการณ์ได้ว่า  อะไรจะเกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่เราได้สั่งสมมา การที่คนเราจะตกลงปลงใจว่าจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่น(นอกเหนือจากตน)นั้น ต้องเรียนรู้กับความเป็นตัวตนให้ถ่องแท้เสียก่อนว่า เราต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นอีกหนึ่ง เหนื่อยมากขึ้นอีกเท่าตัว แบ่งปันน้ำใจไมตรี ให้คู่ชีวิตเราเพิ่มอีกจากที่เคยมีแค่ตัวตนเอง อย่าลืมว่าเราเรียกร้องชักชวนเขามาร่วมชีวิตกัยเรา เขา(เธอ)ไม่ได้หอบผ้าผ่อนมานอนกัยเราด้วยการตัดสินใจแต่ตนลำพัง(นั่นเป็นแนวคิดกลุ่มหนึ่ง) เมื่อมีการบอกกล่าว ขอความรักกัน สัญญากันว่าจะแต่งงานร่วมชีวิต ร่วมทุกข์สุขไปด้วยกัน พอแต่งงานกันแล้ว อย่ามาทึกทักว่าสัญญานั้นถูกยกเลิกไปโดยปริยายของความมักง่ายของตน ต้องหมั่นสำรวจตรวจสอบสม่ำเสมอว่า เขา(เธอ)(คู่ชีวิตเรานั้น หนาว เย็น เป็น อุ่นเพียงไร ทุกฝ่ายต้องหมั่นสำรวจตรวจดุความบกพร่องตน แล้วรีบจัดการแก้ไขมันให้ดีและถูกต้อง อย่าแก้ตัวว่า ...(คนดีชอบแก้ไข คนจ.จาน ไม้หันอากาศ ญ.หญิง สระไอ ร.เรือ ชอบแก้ตัว) ชีวิตเขา(เธอ)ผู้เป็นคู่ชีวิตของเรา มีคุณค่า มีความหมาย มีความรัก มีความอบอุ่น มีความเมตตากรุณาเสมอ ผู้ชายอยู่อย่างแข็งแกร่งห้าวโหดโดดเดียวผู้เดียวไม่ได้แน่นอน ต้องการให้มีผู้อ่อนโยนจากหญิงผู้เป็นภรรยา ไม่มีผู้อ่อนโยนมาคอยปรนนิบัติบ้างก็ไม่นานจะเฉาตาย ไปในเวลาไม่นาน ฉะนั้นผู้หญิงผู้ชายเป็นสิ่งคู่กัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน เพื่อเป็นร่มเงาให้เหล่าลูกหลานได้พักพิงยามที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนกับการดำรงชีพ

แนวคิดแรกที่คิดว่า ทดลองอยู่กันก่อนก็ไม่อาจตอบได้แน่ชัดว่า เขาและเธอจะเข้ากันได้เหมาะสมกันที่สุด เพราะเวลาหนึ่งของช่วงเวลา เขาหรือเธออาจจะยังไม่กล้าแสดงบางสิ่งบางอย่างออกมาให้อีกฝ่ายเห็น อยู่กินกันไปพักนึงอาจจะคุ้นเคยมากขึ้น มากขึ้น อาจจะกล้าแสดงออกทั้งทางด้านความคิดเห็น ด้านการเก็บกดอารมณ์ ด้านความเห็นแก่ตนและพรรคพวกญาติโยม การอยู่ก่อนแต่งจึงไม่ได้เป็นการรับรองว่าจะดีไปกว่ากัน

เพราะทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นมาภายหลังเมื่อไรก็ได้ การเกิดความขัดแย้งต่างๆ ก้ล้วนแล้วแต่มาจากสิ่งที่พูดมาแล้วในเนื้อหาข้างบน คือขาดการรับผิดชอบต่อตนและหรือขาดการรับผิดชอบต่อผู้อื่นด้วย ชีวิตครอบครัวจึงล่มสลายจากการคิดเห็นแก่ตนเกินขอบเขตแห่งชีวิตครอบครัว การเป็นครอบครัว ตัวตนย่อมเล็กและต่ำกว่าคำว่าครอบครัวเสมอ คำว่าครอบครัวย่อมอยู่สูงเหนือความเป็นตัวเอง ต้องลดละความเป็นตัวเองให้มาก

ตอนสุดท้ายเสนอความคิดเห็นต่ออีกว่า การคบกันเป็นกิ๊ก(คนสองคนหญิงชายคบกันมีอะไรๆต่อกันสัญญากันว่าจะไม่ผูกพันกันและกัน) กันไม่บาป การแย่งคู่ผัวตัวเมียของใครนั้นบาป จริงๆ ในหลายๆศาสนานั้น ไม่ว่าจะเป็นแค่กิ๊กหรือชู้บาปทั้งสิ้น มิใช่ว่าคนที่โตแล้วเป็นผู้ใหญ่แล้ว ทำงานแล้ว ทำประเวณีกันโดยไม่ผ่านการยอมรับจากผู้ปกครองนั้นเป็น บาป ทั้งสิ้น

ไม่ถูกใจใครก็ขออภัยด้วย เตือนกันในคุณธรรมชี้นำกันในทางศาสนา

หมายเลขบันทึก: 450592เขียนเมื่อ 23 กรกฎาคม 2011 22:38 น. ()แก้ไขเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2014 01:23 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (2)

ขอบคุณมากคะ กำลังทำรายงานส่งอาจารย์อยู่ช่วยได้มากเลยคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี