วันที่ ๒ สค. ๔๙ ผมฟังทีมของกรมส่งเสริมการเกษตรนำเสนอวิธีการออกแบบ KM ของกรม ด้วยความชื่นชม     เป็นเคล็ดของการออกแบบ KM ให้เนียนอยู่ในเนื้องาน     ให้ KM เป็นเครื่องมือของการทำงาน    ไม่ใช่เป็นภาระที่ต้องทำเพิ่มจากงานประจำ

         ทีมแกนนำ KM ของกรมส่งเสริมการเกษตรมี "ความรู้ฝังลึก" ด้านนี้มากอย่างน่าทึ่ง      โดยที่ สคส. เราไม่มีความรู้นี้    

         ที่จริง สคส. เราก็มีความรู้นี้ แต่เป็น "ความรู้มือสอง" (secondary knowledge)    ไม่ได้มี "ความรู้มือหนึ่ง" หรือความรู้จากการที่ตนเองเป็นผู้ปฏิบัติ อย่างทีมของกรมส่งเสริมการเกษตร

         ผมจับได้ว่าเคล็ดลับคือการเลือกเอายุทธศาสตร์หลัก หรือเป้าหมายหลักของกรม  มาเป็นตัวเลือกในการทำ KM      เลือกทำเฉพาะบางตัวก่อน     แล้วทำ KM ตาม "หัวปลา" ที่เลือกแล้วนั้น


         "หัวปลา" ใหญ่ ของการทำ KM คือ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถ (ของเจ้าหน้าที่) ในการส่งเสริมเกษตรกรให้มีอาชีพที่มั่นคงและพึ่งตนเองได้       และเพื่อบรรลุ "หัวปลาใหญ่"  ต้องมี "หัวปลาเล็ก" ๗ ประเด็น คือ
           ๑. การศึกษาพื้นที่และชุมชน
           ๒. การทำงานกับชุมชน
           ๓. การจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรระดับตำบล
          ๔. การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกร
          ๕. การพัฒนา กลุ่ม/องค์กร และเครือข่ายเกษตรกร
          ๖. การส่งเสริมเทคโนโลยีการผลิตและการจัดการสินค้าเกษตร
          ๗. สารสนเทศเพื่อเกษตรกร

         เคล็ดสำคัญ คือเลือกทำเฉพาะ "หัวปลาเล็ก" ที่ ๔ และ ๕
         และทำเฉพาะจังหวัดนำร่อง ๙ จังหวัด


         วิธีคิดออกแบบ KM โดยการเลือก "หัวปลา" อย่างเหมาะสม     และเลือกหน่วยนำร่องในระดับที่เหมาะสม เป็นจุดสำคัญต่อความสำเร็จของ KM กรมส่งเสริมการเกษตร

        พอครบครึ่งปี ก็จัดตลาดนัดเพื่อนำเสนอผลงาน สรุปบทเรียน     และจัดอีกเมื่อครบหนึ่งปี

        แล้วนำบทเรียนที่ได้มาออกแบบ KM ของปี ๒๕๔๙

         นี่คือความรู้ด้านการออกแบบ KM ให้เหมาะต่อแต่ละบริบทของหน่วยงานนะครับ     ผมจะไม่เล่าต่อ     ใครสนใจก็ไปขอดูงานที่กรมส่งเสริมการเกษตรเอาเอง     key person ของทีมแกนนำคือ ผอ. ธุวนันท์ พานิชโยทัย

วิจารณ์ พานิช
๓ สค. ๔๙