ดิฉันและคนข้างเคียงได้เรียนกับท่านเจ้าอาวาสวัดมะนาว จ.สุพรรณบุรีไว้ว่า หากมีผู้ใดประสงค์จะบวชพระ และขาดผู้เป็นเจ้าภาพให้แจ้ง เพราะเรายินดีขอเป็นเจ้าภาพออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างในการบวช ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบวช ปัจจัยทั้งหลายที่ต้องใช้ ยกเว้นการกินเลี้ยงเฮฮา ซึ่งเราไม่ต้องการให้จัด และมีข้อแม้ว่าต้องอยู่บวชตลอดพรรษา ห้ามสึกก่อนออกพรรษา เมื่อปีที่แล้วเราได้เป็นเจ้าภาพบวชให้หนึ่งรูป ถึงขณะนี้ก็ยังไม่สึก...

      วันนี้เราไปวัดมะนาว เพื่อนำปัจจัยและผ้าไตรไปให้ ในการเป็นเจ้าภาพบวชอีกหนึ่งรูปในวันพรุ่งนี้ โดยท่านเจ้าอาวาสแจ้งว่า ผู้ที่จะบวชคนนี้ปกติติดเหล้า แต่มาบอกว่าจะเลิกเหล้า และขอบวชตลอดไปไม่สึก เพราะอายุ ๖๐ ปีแล้ว แต่ว่าขณะที่เรามอบผ้าไตรให้นั้น เราได้กลิ่นเหล้า...จึงถามว่าไหนว่าเลิกเหล้าแล้ว...และพรุ่งนี้จะถึงวันบวชแล้วทำไมยังกินเหล้าอีก....

      คำตอบคือเพื่อนชวนและคะยั้นคะยอ บอกว่าพรุ่งนี้ก็บวชแล้วดื่มฉลองกันหน่อย ซึ่งพอได้ฟังคำตอบ สามีได้บอกว่า...นี่ขนาดจะถึงวันบวช ยังไม่สามารถหักห้ามใจ ที่จะไม่ดื่มเหล้า แล้วหลังจากบวช และขณะที่บวชอยู่ จะเลิกเหล้าได้แน่หรือ เราจะสนับสนุนคนผิดไปหรือเปล่า...เพราะเขาจะทำให้พุทธศาสนาเสื่อมเสียหรือเปล่า

           พอท่านเจ้าอาวาสมาถึง เรารีบแจ้งให้ท่านทราบว่า นาคที่เราจะบวชให้นี้ยังดื่มเหล้าอยู่ เจ้าอาวาสมีสีหน้าผิดหวัง และบอกว่าทำไมทำอย่างนี้ ทำไม่จึงไม่ใจแข็ง เห็นบอกว่าอยากบวชเพื่อลูกเมียจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง จะได้ไม่เป็นภาระของครอบครัว

       ทั้งท่านเจ้าอาวาสทั้งเราทั้งสองคน ต่างก็ย้ำว่าต้องเลิกเหล้าให้ได้ ซึ่งเขาก็รับรองแข็งขันว่า เขาเลิกได้แน่ๆเพราะโดยปกติเขาก็เลิกเหล้าช่วงเข้าพรรษาอยู่แล้วทุกปี...

       ขณะที่กลับจากวัดดิฉันยังคิดคำนึงว่า การที่เราให้โอกาส และช่วยให้คนได้มีโอกาส ในการที่จะพยายามทำความดีนั้น ถึงแม้โอกาสที่เราให้เขาไปนั้น เขาจะทำไม่สำเร็จ เราก็จะไม่เสียใจ เพราะเราถือว่าเราสนับสนุนคุณเต็มที่แล้ว...ในการให้โอกาสทำความดี...