ชีวิตผมโชคดี ที่ได้อยู่ในวงของคนดี คนเก่ง จึงได้เรียนรู้ในหลากหลายมิติจากชีวิตของคนเก่งเหล่านั้น วันนี้ขอรำพึงรำพันข้อน่าเสียดายสำหรับคนเก่งที่ความเก่งนั่นเองทำลายตนเอง เพราะความเก่งมันเพิ่มพูนกิเลส คือปัญญาสูงในด้านวิชาการหรือการวิจัย แต่สติสัมปชัญญะต่ำในด้านการควบคุมจิตใจฝ่ายต่ำของตน คิดว่าความเก่งของตนจะทำให้แม้ทำชั่วก็ปกปิดได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง ความลับไม่มีในโลก
ความสุขอย่างหนึ่งในชีวิตของผมก็คือเมื่อกว่าสิบปีมาแล้ว ได้รับการชักชวนให้เป็นกรรมการคัดเลือกนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น และนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ แล้วต่อมาเมื่อประธานคือ ศ. ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ มีความประสงค์ขอเวียนออกจากประธานเพราะทำงานมาหลายปี ผมก็ได้รับทาบทามให้เป็นประธาน โดยไม่เคยคิดว่าตนเองจะอยู่ในฐานะนั้นได้ เพราะผมทำวิจัยไม่เก่ง
ยิ่งเป็นประธานยิ่งมีความสุข เพราะได้เห็นและคลุกคลีกับคนเก่งที่มีผลงานดีน่าชื่นชม และได้เห็นว่ากิจกรรมส่งเสริมคนรุ่นใหม่ให้มีอาชีพนักวิจัยมันได้ผลจริงๆ ทำให้ประเทศไทยมีนักวิจัยที่เก่งระดับเคียงบ่าเคียงไหล่กับนานาชาติได้สบาย เสียเพียงว่าเรายังมีจำนวนน้อยไปหลายเท่าตัว และการกระจายสาขาวิชายังไม่ดี
ผมเวียนออกจากตำแหน่งประธานหลายปีแล้ว ศ. ดร. ยอดหทัย เทพธรานนท์เป็นแทน จนท่านเวียนออกและ ศ. ดร. อมเรศ ภูมิรัตน เป็นประธานแทน ผมก็ยังโชคดีที่ยังวนเวียนอยู่ในวงนี้ และได้รับความสุขใจตลอดมา
จนช่วง ๒ – ๓ ปีหลัง สัจจธรรมเรื่องคนเก่งแต่ไม่ดีจึงโผล่ออกมา ทำให้ผมเสียดายมาก และอดไม่ได้ที้จะเขียนบันทึกรำพึงรำพัน เผื่อจะเป็นประโยชน์ เป็นข้อเตือนใจ ต่ออนุชนรุ่นหลังบ้าง
ข้อเขียนนี้อยู่บนฐานเรื่องจริง แต่ผมไม่ต้องการให้เป็นที่เสื่อมเสียต่อตัวบุคคล จึงไม่ระบุรายละเอียด
ข้อท้าทายในชีวิตของคนเก่ง คือทำอย่างไรจะควบคุมกำกับความเก่งของตัวเองไม่ให้ทำร้าย หรือทำลายตนเอง เพราะหากไม่ระมัดระวัง ความเก่งมันจะพอกพูนอัตตาตัวตน ว่าข้าเป็นคนเก่ง ข้าเหนือกว่าใครๆ ข้าทำอะไรๆ ที่คนอื่นทำไม่ได้ ข้าฉลาดกว่าคนอื่น สิ่งที่ข้าทำคนอื่นไม่สามารถตามทัน ดังนั้นหากข้าจะทำสิ่งที่เป็นการทำร้ายคนอื่น ก็ไม่มีทางที่คนอื่นจะล่วงรู้ว่าใครเป็นคนทำ
มารหัวใจ หรือกิเลสตัณหานั้น มันมาเป็นชุดๆ หรือเป็นกองทัพ หลายทัพ เมื่อพอกอัตตาได้ที่แล้ว มารหัวใจตัวอื่นมันก็จะตามมา เช่นความอิจฉาริษยา ความโกรธแค้นอาฆาต รู้สึกว่าตนถูกกระทำ และต้องการแก้แค้น หรือต้องการแกล้งคนอื่นให้สะใจตนเอง
กามตัณหา ความไม่รู้จักพอในกาม ก็เป็นทางแห่งความเสื่อมที่พบเห็นทั่วไป และไม่เว้นแม้คนเก่งมากๆ หลงคิดว่าความเก่งของตนจะโน้มน้าวเพศตรงกันข้ามให้สนองตัณหาของตนได้ และเมื่อประพฤติผิด สักครั้งหนึ่งเรื่องก็จะแดงขึ้นมา
ลงท้ายไม่ว่าคนเก่งมากเก่งน้อย ทางเสื่อมในชีวิตก็คือพ่ายแพ้ต่อกิเลสตัณหา ปล่อยให้มารจูงใจให้ประพฤติผิดในทางใดทางหนึ่ง และเนื่องจากเป็นคนเก่ง การทำผิดจึงซับซ้อน แต่ไม่ว่าจะซับซ้อนเพียงใด ในที่สุดก็จะถูกจับได้ ความชั่วคือความชั่ว หากไปหมกมุ่นกับมันเข้า เราก็เสื่อม ไม่เสื่อมเพราะถูกจับได้ ก็เสื่อมภายในใจของเราเอง
วิจารณ์ พานิช
๓ มิ.ย. ๕๔
... ข้อท้าทายในชีวิตของคนเก่ง คือทำอย่างไรจะควบคุมกำกับความเก่งของตัวเองไม่ให้ทำร้าย หรือทำลายตนเอง เพราะหากไม่ระมัดระวัง ความเก่งมันจะพอกพูนอัตตาตัวตน ว่าข้าเป็นคนเก่ง ข้าเหนือกว่าใครๆ ข้าทำอะไรๆ ที่คนอื่นทำไม่ได้ ข้าฉลาดกว่าคนอื่น สิ่งที่ข้าทำคนอื่นไม่สามารถตามทัน ดังนั้นหากข้าจะทำสิ่งที่เป็นการทำร้ายคนอื่น ก็ไม่มีทางที่คนอื่นจะล่วงรู้ว่าใครเป็นคนทำ ...
มากขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ ด้วยครับอาจารย์หมอ ;)...
เก่งมากๆ เขาก็อิจฉา
ทำดีเขาก็ว่าไม่ดี ไปขัดผลประโยชน์เขา
คนเก่งถูกใส่ร้ายก็มาก
คนไทยกลัวคนเก่งจะได้ทำงาน กลัวคนเก่งจะได้ดี
และไม่เปิดโอกาสให้คนเก่งได้ทำงาน
และคนที่มีอำนาจจริงๆ ก็เอาแต่พรรคพวกตน
เก่งหรือไม่เก่ง ฉันว่าดีไว้ก่อน คนอื่นโง่ หรือ ชั่วหมด
ผมคิดเช่นนี้จริงๆ ครับอาจารย์ แต่ไม่ได้เข้าข้างใคร มากนัก
อันที่จริงคนเขาอยากให้เราดี
แต่เด่นขึ้นทุกทีเขาหมั่นใส้
จงทำดีแต่อย่าเด่น จะเป็นภัย
ไม่มีใครอยากจะเห็นเราเด่นเกิน
ภาษิตนี้มีเตือนไว้สำหรับคนเก่งและไม่เก่ง ผมเห็นด้วยกับอาจารย์ คนเก่งสมัยนี้มักเอาตัวรอดแต่เพียงตน เขาจึงเรียกว่าเก่งไม่จริงสุดท้ายเก่งไม่ถูกกาล ก็อาวสานได้ง่ายๆ
กราบเรียนอาจารย์ครับ
เข้ามาเพราะชื่อเรื่องของบันทึก
พออ่านจึงบางอ้อเองครับว่าเป็น
กรรมของคนเก่งที่ทำชั่ว
อาจารย์ผมมีบันทึกของผมเอง ....ทงอี : คำสอนของแม่ : การแบ่งปัน
http://www.gotoknow.org/blog/adirek12/447452
" มุ่งมั่นศึกษาหาความรู้ขนาดนี้ เพื่อจะทำอะไรในวันข้างหน้า" อาจารย์เริ่มซักถาม
"คิดจะทำอะไรเหรอ ก็เพื่อแบ่งปันให้คนอื่นหรอกขอรับ"
องค์ชายทรงตอบอย่างฉะฉาน
"แบ่งปันให้คนอื่นงั้นเหรอ...?"
"ขอรับ...เสด็จแม่บอกข้าไว้อย่างนี้เสมอ...ถ้าฟ้าประทานความสามารถที่มีค่าแก่ใครมา...แปลว่าฟ้านำความสามารถให้ใช้ชั่วคราว...ไม่ใช่ของตัวเจ้าเอง...จะต้องพยายามหมั่นศึกษา...แล้วนำความสามารถนี้ไปช่วยเหลือคนที่อ่อนแอกว่าและยากจนกว่าข้า...ข้าก็คิดว่า...สิ่งที่เสด็จแม่พูดถูกนะขอรับ... "
คนเก่งไม่ว่าหญิงหรือชาย ถ้าควบคุมตนไม่ได้ ขาดคุณธรรม เห็นแก่ตัว ทำผิดในเรื่องเงินและเรื่องเพศ 2 ประการนี้ แม้ขึ้นสูงสุดระดับผุ้นำก็ดับทุกราย ไม่ว่าจะเก่งขนาดไหนก็ตามครับ ขอบคุณครับที่อาจารย์ นำเรื่องนี้มาสะกิดเตือนให้ระวังอีกครั้ง
ชอบข้อความนี้มากเลยนะคะ อาจารย์
ลงท้ายไม่ว่าคนเก่งมากเก่งน้อย ทางเสื่อมในชีวิตก็คือพ่ายแพ้ต่อกิเลสตัณหา ปล่อยให้มารจูงใจให้ประพฤติผิดในทางใดทางหนึ่ง และเนื่องจากเป็นคนเก่ง การทำผิดจึงซับซ้อน แต่ไม่ว่าจะซับซ้อนเพียงใด ในที่สุดก็จะถูกจับได้ ความชั่วคือความชั่ว หากไปหมกมุ่นกับมันเข้า เราก็เสื่อม ไม่เสื่อมเพราะถูกจับได้ ก็เสื่อมภายในใจของเราเอง
ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ คนเก่ง เก่งแต่เรื่องนอกตัว เรียนรู้มากมายในสิ่งนอกตัว สังคมไทยก็ตามก้นฝรั่ง วิจัยในสิ่งนอกตัว
อาจารย์มหาลัย ก็พยายามถีบตัวเพื่อจะเป็น รศ. เป็น ศ. เพียงเพราะสังคมชื่นชม จริงๆโทษเพียงเฉพาะบุคคลไม่ถูกต้องนัก
มันมีที่มาที่ไป กระแสวัตถุนิยมแรงจนอยากที่จะหยุดยั้งอะครับ คณะสงฆ์ยังเซเลย ต้องหาทางช่วยกันครับ